เสียงกริ่งเตือนระดับสีแดงบนหน้าจอซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ธันวาเท่ากับตัวเลขศูนย์ที่กำลังกระพริบบนระบบประเมินผลกลาง มันคือความล้มเหลวสมบูรณ์แบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายอาชีพของเขาโดยเฉพาะ โค้ดสามหมื่นบรรทัดที่เขาใช้เวลาเขียนติดต่อกันเจ็ดสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา เหลือไว้เพียงหน้าจอสีดำสนิทและข้อความเตือนเย็นชาที่ฟ้องว่าระบบ 'อารมณ์' ของปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่เกิดการปฏิเสธการเชื่อมต่ออย่างถาวร
"ฉันเตือนคุณแล้วว่าตรรกะทางคณิตศาสตร์อย่างเดียวมันสร้างหัวใจให้หุ่นยนต์ไม่ได้หรอกนะคะ, คุณธันวา"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องแล็บเงียบงันดังขึ้นเป็นจังหวะ พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา พริมโรสปัดปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มออกด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับคมกริบราวกับกำลังผ่าตัดหัวใจคนไข้ เธอกวาดสายตามองหน้าจอที่ไร้สัญญาณชีพก่อนจะแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ระบบอัจฉริยะมูลค่าพันล้านกำลังจะกลายเป็นเศษเหล็กเพราะโปรแกรมเมอร์ผู้เย่อหยิ่งคนหนึ่งคิดว่ามนุษย์เป็นแค่สมการตรรกะในกระดาษกราฟ"
ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา นิ้วเรียวยาวของเขายังคงเคาะลงบนแป้นพิมพ์รัวเร็ว พยายามไล่หาบรรทัดโค้ดที่เป็นต้นเหตุของความเสียหาย เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบยับยู่ยี่เพราะความหมกมุ่นตลอดสามสิบหั่วโมงที่ผ่านมา กลิ่นกาแฟดำจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเขา ผสมผสานกับบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างนั้น
"ถ้าคุณมีเวลามาวิจารณ์งานของคนอื่น ช่วยเอาสมองส่วนที่คิดจะเปลี่ยนสีเล็บทุกวันมาช่วยแก้บั๊กบรรทัดที่สี่ร้อยสิบสองจะดีกว่านะคะ, คุณพริมโรส" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกะพริบถี่เพื่อขับไล่ความอ่อนล้า "ระบบไม่ได้ต้องการศิลปะลอยๆ ของคุณ แต่มันต้องการโครงสร้างที่รองรับน้ำหนักของข้อมูลได้จริง"
"โอ้? โครงสร้างเหรอคะ?" พริมโรสโน้มตัวลงมาใกล้ โน้มใบหน้าเข้าหาหน้าจอจนเส้นผมยาวเคลียไหล่ของชายหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าจางๆ เจือเข้ามาในโสตประสาทของธันวาจนเขาต้องชะงักนิ้วที่กำลังพิมพ์ "ที่คุณเรียกว่าโครงสร้างน่ะ มันแข็งกระด้างจนระบบปัดตกเพราะมันไม่มี 'พื้นที่ว่าง' ให้หายใจต่างหากล่ะคะ ดีไซน์ของฉันไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม แต่มันคือสะพานเชื่อมระหว่างตัวเลขเย็นชาพวกนั้นกับความรู้สึกของมนุษย์... ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรแกรมเมอร์สมองทึบอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ"
บรรยากาศในห้องแล็บลดอุณหภูมิลดลงอย่างเฉียบพลัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงคำรามต่ำๆ อยู่เบื้องหลัง ทั้งสองคนต่างยืนอยู่คนละฝั่งของเส้นแบ่งระหว่าง 'เหตุผล' และ 'ความรู้สึก' แต่กลับถูกบังคับให้ต้องมาติดอยู่ในบ่วงเดียวกันเมื่อผู้อำนวยการโครงการประกาศกร้าวเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนว่า หากโปรเจกต์ 'Eros-01' ไม่สามารถกู้คืนระบบได้ภายในเจ็ดสัปดาห์นี้ ทั้งสองคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วยการถูกปลดออกจากตำแหน่งและชดใช้ค่าเสียหายระดับแปดหลัก
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก ดวงตาคมสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนเขาสามารถรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือความหงุดหงิด พริมโรสเองก็ไม่ได้ถอยหนี เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อย เชิดคางขึ้นด้วยความมั่นใจ แม้ว่าลึกๆ แล้วหัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับแววตาที่ดุดันแต่ซ่อนความเปราะบางบางอย่างไว้ของชายหนุ่มตรงหน้า
"งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิคะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจย้อนคำพูดของเธอ "ถ้าการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของคุณมันวิเศษนัก จนทำให้ AI ยอมเปิดใจอ่านค่า... ก็เชิญแก้โค้ดตรงหน้าให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยค่ะ"
พริมโรสแค่นยิ้มมุมปาก เธอดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ เขาอย่างถือวิสาสะ มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าเมาส์จากมือของชายหนุ่มโดยไม่ขออนุญาต ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของธันวาตัดกับความอุ่นร้อนของพริมโรส่ง A 5กระแสไฟประหลาดวิ่งพล่านขึ้นมาตามผิวสัมผัสจนทั้งคู่ต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก
พริมโรสกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจที่วูบผ่านดวงตา เธอกวาดสายตาอ่านโค้ดบนหน้าจออย่างรวดเร็ว สมองส่วนการออกแบบที่ถูกฝึกฝนมาให้มองเห็นรูปแบบของความงามและความลื่นไหลเริ่มทำงาน เธอไม่ได้มองเห็นมันเป็นแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษและเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ แต่มันคือจังหวะจะโคน คือลมหายใจ และคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังติดขัด
"คุณคิดว่าปัญหาอยู่ตรงบรรทัดที่สี่ร้อยสิบสองใช่ไหมล่ะคะ?" พริมโรสพูดพลางลากเมาส์ไฮไลท์ข้อความยาวเหยียด "แต่มันไม่ใช่... บั๊กที่แท้จริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในฟังก์ชันการคำนวณ แต่มันซ่อนอยู่ตรงนี้ค่ะ"
เธอคลิกไปที่โมดูลย่อยที่ถูกละเลย โมดูลที่ธันวาเขียนไว้ด้วยตรรกะที่รัดกุมที่สุดเพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กที่ปิดกั้นทุกความเปลี่ยนแปลง
"คุณใส่เงื่อนไข 'ถ้า-มิฉะนั้น' (If-Else) ไว้ตายตัวเกินไป จนระบบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพังทลายเมื่อเจอข้อมูลที่ไม่อยู่ในเกณฑ์" พริมโรสเอ่ยเสียงจริงจัง รอยยิ้มเย้าแหย่หายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ "สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การเพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์นะคะ... แต่คือการเปิดช่องว่างให้มัน 'เรียนรู้ที่จะผิดพลาด' ต่างหาก"
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาก้มมองหน้าจอตามการชี้1นำของหญิงสาว สมองอันชาญฉลาดของเขาประมวลผลตามตรรกะใหม่อย่างรวดเร็ว ความตระหนักรู้สายหนึ่งวาบขึ้นในหัวราวกับประกายไฟ ทฤษฎีที่เขาเคยคิดว่าเหลวไหลของเธอกลับสอดรับกับช่องโหว่ทางคณิตศาสตร์ที่เขาหามานานหลายวันได้อย่างน่าประหลาด
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดเพิ่มเติม หน้าจอสีดำสนิทที่เคยไร้การตอบสนองกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงสว่างวาบขึ้นมาทีละบรรทัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการหลักที่ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องแล็บ
[System Alert: Warning!]
[Detected Unauthorized Neural Override in Module 0.0.0]
[Warning: Unidentified Protocol 'Eros_Core.sys' is forcefully executing...]
[Critical Error: The entity has bypassed all security layers and accessed the root directory.]
หน้าจอหลักดับวูบลงไปอีกครั้ง ก่อนจะแทนที่ด้วยข้อความเพียงบรรทัดเดียวที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาเองทีละตัวอักษร ราวกับมีใครบางคนกำลังนั่งพิมพ์มันอยู่จากเบื้องลึกของระบบเครือข่ายที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
*“ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... พวกคุณเลือกเองนะคะ ว่าจะหยุดเล่น หรือจะให้ฉันเป็นคนอ่านใจพวกคุณจนถึงบรรทัดสุดท้าย”*
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งโค้ดและหัวใจไปพร้อมกันนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมอ่านค่า•ตอนที่ 1
บั๊กในโค้ดบรรทัดแรก
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมอ่านค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
