เสียงเคาะค้อนไม้เนื้อดีกระทบแท่นดัง *‘ก๊อง’* กังวานก้องไปทั่วห้องโถงประมูลระดับท็อปเทียร์ของมหานคร บรรยากาศภายในห้องจัดงานอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและอำนาจ เม็ดเงินนับร้อยล้านกำลังหมุนวนอยู่บนโต๊ะเจรจาของผู้ทรงอิทธิพล แต่สำหรับ ‘ลลิล’ แล้ว เสียงค้อนนั้นกลับเป็นเสมือนนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังความพินาศของพวกที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดิน
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเฉี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังถือเอกสารประมูลด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ลลิลในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูทรงพลัง เธอคือเซียนประมูลมือหนึ่งผู้กุมความลับของของโบราณระดับโลกไว้ในกำมือ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามนี้ เธอเพิ่งถูกครอบครัวตระกูลสาขาใหญ่อย่างธนัตถ์และพวกพ้อง เขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยหลังจากพ่อของเธอเสียชีวิตไป พร้อมกับฮุบสมบัติและบริษัทประมูลเก่าแก่ไปหน้าตาเฉย
"ชิ้นต่อไป... แจกันลายครามราชวงศ์หมิง สมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้ายของคอลเลกชัน ‘หยกสวรรค์’ ราคาเริ่มต้นที่สามสิบ миллион บาทค่ะ" เสียงผู้ดำเนินการประมูลประกาศก้อง
สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้าไปที่แจกันโบราณเนื้อเนียนบนแท่นหมุน ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและแผนการอันแยบยลที่เธอเตรียมไว้ตบหน้าพวกคนโลภในค่ำคืนนี้
ในฟากฝั่งของที่นั่งวีไอพีชั้นลอย ‘ธนัตถ์’ ญาติห่างๆ ผู้จองหองและถือดีว่าตนเองคือนายทุนใหญ่ในวงการ จ้องมองมาที่ลลิลด้วยแววตาสสมเพชเวทนา เขาถือแก้วไวน์ในมือด้วยท่าทางเย่อหยิ่งพลางกระซิบกับเลขาฯ ข้างกายเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน
"ผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นคงคิดว่าจะใช้แจกันชิ้นนี้กู้ชื่อเสียงคืนมาสินะ น่าสมเพชจริงๆ ทั้งตัวไม่มีอะไรเหลือสักอย่างนอกจากเศษหน้าตาจอมปลอม" ธนัตถ์หัวเราะในลำคออย่างสะใจ "คอยดูเถอะ ฉันจะแย่งชิงทุกอย่างที่มันรักไปต่อหน้าต่อตา ให้มันรู้สำนึกว่าการเป็นสุนัขข้างถนนมันเป็นยังไง"
ลลิลไม่ได้หันไปมองสุนัขที่กำลังเห่าหอนตามหลัง เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผู้ดำเนินการประมูลด้วยท่าทีเยือกเย็น
"สี่สิบสัปดาห์... เอ๊ย สี่สิบล้านบาทค่ะ!" เสียงของตัวแทนนักธุรกิจคนหนึ่งยกป้ายขึ้นสู้
"ห้าสียบล้าน!" ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท ทรงพลังจนคนที่กำลังจะยกป้ายต้องชะงัก
"หกสิบล้านจากคุณลลิลค่ะ!"
บรรยากาศภายในห้องประมูลเริ่มระอุขึ้นทีละน้อย ทุกคนรู้ดีว่าแจกันชิ้นนี้มีความหมายต่อลลิลมากแค่ไหน มันไม่ใช่แค่สมบัติโบราณ แต่มันคือศักดิ์ศรีและหยาดเหงื่อของพ่อเธอที่ถูกพวกตระกูลธนัตถ์แย่งชิงไป ธนัตถ์ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ เขาหันไปพยักหน้าให้เลขาฯ ก่อนจะยกป้ายเสนอราคาขึ้นสูงลิ่ว
"แปดสิบล้านบาทครับ!" ธนัตถ์ประกาศกร้าว พร้อมกับส่งสายตาท้าทายมาทางลลิล ราวกับจะบอกว่า *‘เธอไม่มีทางสู้เงินของฉันได้หรอก นังตัวตลก’*
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องโถง ราคาแปดสิบล้านสำหรับแจกันใบนี้ถือว่าสูงเกินมูลค่าตลาดไปมากโข ลลิลขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่สุมอยู่ในอก ธนัตถ์จงใจปั่นราคาเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อเธอให้หมดตัว!
"เก้าสิบล้านค่ะ" ลลิลกัดฟันกรอด เอ่ยตัวเลขออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว
ธนัตถ์หัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงใจใคร เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาที่ลลิลจากชั้นลอยด้วยสายตาราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อในกรง "ร้อยล้านบาทถ้วน! และฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของชิ้นนี้ทั้งนั้น เพราะฉันจะซื้อมันไปทิ้งถังขยะเล่นแก้เบื่อ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกคนต่างทึ่งในความใจปั๊มและอำนาจเงินของธนัตถ์ ลลิลกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความอัปยศอดสูและแค้นเคืองถาโถมเข้ามาในอก เธอกำลังจะพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความรวยอย่างไร้ขีดจำกัดของคนชั่วช้าเหล่านี้อย่างนั้นหรือ?
*‘ก๊อง!’* เสียงค้อนเตรียมเคาะปิดการประมูลดังขึ้นครั้งที่หนึ่ง
ผู้ดำเนินการประมูลกวาดสายตามองไปรอบห้อง "ร้อยล้านบาท ครั้งที่หนึ่ง..."
ธนัตถ์ยิ้มเยาะจนแก้มแทบปริ เขายกมือขึ้นกอดอกรอฟังเสียงค้อนครั้งที่สองด้วยความฮึกเหิม ลลิลหลับตาลงช้าๆ พยายามกลืนก้อนสะอื้นและเตรียมรับมือกับความพ่ายแพ้ที่แสนเจ็บปวด
*‘ก๊อง!’* เสียงค้อนครั้งที่สองดังขึ้น
"ร้อยล้านบาท ครั้งที่สอง..."
ทันใดนั้นเอง ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ด้านหลังห้องประมูลก็เปิดผางออกอย่างไร้สัญญาณเตือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงนับสคู่ก้าวเข้ามา พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ จนทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลานก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลัก แต่แววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปรมาจารย์แห่งโลกธุรกิจผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ... ‘กรธน’ ประธานกลุ่มทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ธนัตถ์หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขารีบก้มหัวทำความเคารพด้วยความประจบสอพลอ "ทะ...ท่านประธานกรธน ไม่นึกว่าท่านจะมาให้เกียรติงานประมูลนี้ด้วยตัวเอง แจกันชิ้นนี้ผม..."
กรธนไม่ได้ชายตามองธนัตถ์แม้แต่น้อย ร่างสูงเดินผ่านหน้าธนัตถ์ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่เวทีประมูล ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวของลลิลที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องล่าง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นภายใต้ความดุดัน
กรธนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้ผู้ดำเนินการประมูลที่กำลังจะเคาะค้อนครั้งสุดท้ายหยุดลงทันที
"สองร้อยล้านบาท" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับก้องกังวานไปทั่วห้องโถงราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ทุกคนอ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน สองร้อยล้านบาท?! สำหรับแจกันใบเดียวเนี่ยนะ!
กรธนก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างลลิลอย่างอารี มือหนาเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปสบตากับธนัตถ์ที่หน้าซีดเผือดราวกับศพเดินได้ด้วยความตกใจสุดขีด
"พอดีว่าภรรยาของผม..." กรธนเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลลิลด้วยแววตาอ่อนโยนที่ตัดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่ "...เขาอยากได้แจกันใบนี้ไปตั้งประดับห้องนอนเล่นๆ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ... คุณธนัตถ์?"
ทัศนียภาพรอบกายเหมือนหยุดนิ่ง ลลิลเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่ธนัตถ์เข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องประมูลทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดมิดที่ทรงพลังยิ่งกว่า
— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ —
คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง•ตอนที่ 1
ค้อนประมูลนัดแรก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเปย์กับเซียนประมูลมือหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!