ผู้บริหารสายดาร์กกับอดีตภรรยาที่เกลียดฝังใจ•ตอนที่ 3

กลิ่นอายที่คุ้นเคย

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เอกสารในแฟ้มสีชาบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว เป็นตัวเลขกำไรสามไตรมาสล่าสุดของบริษัทที่พุ่งทะยานจนน่าตกใจ ทว่ามันกลับไม่สามารถซื้อความสงบสุขในใจของ กรินทร์ วัฒนากุล ได้เลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตัวเลขเหล่านั้นด้วยความว่างเปล่า หัวใจของเขาในยามนี้แห้งเหี่ยวราวกับทะเลทรายที่ไร้หยาดฝน... เขามีทุกอย่างที่ผู้ชายคนอื่นใฝ่ฝัน อำนาจ เงินตรา และอาณาจักรธุรกิจที่แผ่ขยายไพศาล แต่ทั้งหมดนั้นกลับไร้ความหมาย เมื่อมันถูกแลกมาด้วยความผิดพลาดที่ไม่มีวันแก้ไข ประตูห้องทำงานเปิดผางขึ้นโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต รสา ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม เย็นชา และเด็ดเดี่ยว ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงและท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทว่าแววตาคู่คมกลับเรียบเฉย ไร้ซึ่งประกายความอ่อนโยนที่เขาเคยโหยหาและโหยหามาตลอดสามปีเต็ม นับตั้งแต่วันที่เขาเป็นคนผลักไสเธอออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง กรินทร์พลั้งเผลอลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว มือหนาเผลอบีบเข้าหากันจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขามองอดีตภรรยา ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและพึ่งพาเขาเพียงฝ่ายเดียว ทว่าบัดนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะตัวแทนเจรจาฝั่งคู่ค้าคนสำคัญ ผู้กุมชะตากรรมการเซ็นสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านที่บริษัทของเขากำลังต้องการอย่างยิ่งยวด "ยินดีต้อนรับครับ คุณรสา ไม่คิดเลยว่าทางบริษัทพาร์ทเนอร์จะส่งคุณมาเป็นตัวแทนในการเจรจารอบสุดท้ายนี้" เสียงทุ้มต่ำของกรินทร์เจือความสั่นไหวเล็กน้อยที่เขาพยายามควบคุมมันอย่างสุดความสามารถ รสายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นและห่างเหินที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบยิ่งกว่าโดนกรีดด้วยมีด "แปลกใจนักหรือคะ คุณกรินทร์? หรือคิดว่าฉันจะยังเป็นผู้หญิงคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่แต่ในห้องนอน รอคอยเศษเสี้ยวความสนใจจากคุณเหมือนในอดีต?" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจของกรินทร์อย่างจัง ความทรงจำวันเก่า ๆ ย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ ภาพวันที่เธอถือใบหย่าเดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ภาพคราบน้ำตาบนใบหน้าหวาน และคำพูดตัดพ้อที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอคือ 'คุณรสริน' นักเจรจาธุรกิจมือฉกาจ ผู้ไร้ความปรานี และพร้อมจะบดขยี้คู่แข่งให้ราบคาบหากผลประโยชน์ไม่ลงตัว "รสา... เรื่องในอดีต ผม..." กรินทร์พยายามเอ่ยคำแก้ตัวที่เขาซ้อมพูดกับตัวเองมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งในยามค่ำคืนที่เปล่าเปลี่ยว ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้อย่างเต็มปากเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น "เรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าค่ะ คุณกรินทร์ ดิฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรื้อฟื้นเรื่องไร้สาระในอดีต และคิดว่าคุณเองก็คงไม่อยากเสียเวลากับเรื่องส่วนตัวในเวลาทำงานเช่นกัน" รสาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขาอย่างสง่างาม พร้อมทั้งหยิบเอกสารข้อเสนอโครงการขึ้นมาเปิดกางออกโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าเขาอีก แสงไฟในห้องสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ ทอดเงายาวทับซ้อนกับความทรงจำอันเจ็บปวดที่กรินทร์พยายามหนีมาตลอดหลายปี เขาทรุดตัวลงนั่งตามเดิม พยายามดึงสติกลับมาที่ตัวเลขและข้อเสนอตรงหน้า ทว่าสมองกลับว่างเปล่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด ความโหยหา และความปรารถนาที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ลึก ๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ การประชุมเจรจาดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด รสาควบคุมเกมการเจรจาทั้งหมดได้อย่างอยู่หมัด เธอทิ้งไพ่ทุกใบอย่างแม่นยำ ไร้ช่องโหว่ และไม่เปิดโอกาสให้กรินทร์ได้ใช้เรื่องส่วนตัวมาต่อรองหรือผ่อนปรนเงื่อนไขใด ๆ ได้เลย ทุกข้อเสนอที่เธอยื่นมาล้วนแต่เป็นฝ่ายได้เปรียบ และบีบให้บริษัทของเขากลายเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ร่ำไป เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียด เอกสารกองโตถูกพลิกแล้วพลิกเล่า จนกระทั่งการเจรจาเดินทางมาถึงวาระสุดท้าย ข้อตกลงสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่ถูกเลื่อนมาตรงหน้ากรินทร์ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะหยิบปากกาขึ้นมา ทว่า ในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดอ้าออกเล็กทว่ากว้างพอให้มองเห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตแกมใสทอดมองมาที่รสาด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมกับชูภาพวาดในมือขึ้นสูง "คุณแม่ครับ! ดูนี่สิครับ ผมวาดรูปเครื่องบินให้คุณแม่ด้วยนะ!" เสียงใสแจ๋วราวกระดิ่งแก้วดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า กรินทร์ชะงักค้าง ปากกาในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังเค้ง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ทว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่า... สายตาของเขาพลันเลื่อนไปสบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของรสาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้ามาในห้องนี้! บางที ความลับที่ถูกฝังกลบไว้อย่างดีตลอดหลายปี อาจกำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้...
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายดาร์กกับอดีตภรรยาที่เกลียดฝังใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%