เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กผู้ชายวิ่งไล่กันดังลอยมาจากตรอกฝั่งตรงข้าม แต่สำหรับผมแล้ว เสียงที่ดังรบกวนโสตประสาทที่สุดในเวลานี้ คือเสียง "ฟู่... ฟู่..." ของกระป๋องสเปรย์ที่กำลังพ่นละอองสีสะท้อนแสงลงบนผนังปูนเปลือย ซึ่งผมเพิ่งใช้เวลาขัด เคลือบ และเก็บรายละเอียดดีเทลทุกตารางนิ้วมานานกว่าสามวันสามคืน
ผนังผืนนี้ไม่ใช่แค่ปูนธรรมดานะครับ แต่มันคือแคนваัสสำคัญของโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าอายุกว่าสี่สิบปี ที่ผม... ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้ซึ่งแม้แต่เส้นตารางในกระดาษไขก็ยังต้องขนานกับขอบโต๊ะเป๊ะๆ ทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้บอร์ดบริหารเห็นว่าผมพร้อมแล้วสำหรับการขึ้นเป็นหัวหน้าทีมสถาปัตยกรรม แต่ดูสิ่งที่แม่เจ้าประคุณรุนช่องกำลังทำอยู่ตอนนี้สิครับ
"เฮ้ย! คุณ!"
ผมอุทานเสียงหลง ขายาวๆ สองข้างรีบสาวเท้าเข้าไปหาต้นตอของอารกรรมป่าเถื่อนกลางกรุงทันที ร่างบางในชุดเอี๊ยมยีนส์เลอะสีสะดุดตา หันขวับมามองตามเสียงเรียก รอยยิ้มซนๆ บนใบหน้าเรียวเล็กชะงักไปนิด ก่อนที่เธอจะพ่นลมหายใจพรืดออกมาอย่างไม่ยี่หี้
"อุ๊ย! มือลั่นอ่ะ ช่างภาพจำเป็นหรือเปล่าเนี่ย พอดีพื้นที่มันว่างเกินไป ฉันแค่เติมชีวิตชีวาให้มันต่างหาก"
ฟ้าใส... ผมมารู้ทีหลังว่าเธอคือนักสตรีทอาร์ตอิสระตัวแสบประจำย่านนี้ เธอยืนเท้าสะเอวมือเปื้อนสีม่วงปนชมพู ช, มองหน้าผมด้วยแววตากวนประสาทที่ชวนให้เส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ ผนังปูนที่เคยเรียบเนียนไร้ที่ติ ตอนนี้มีรูปกราฟฟิตี้รูปแมวกำลังชูนิ้วกลางใส่โลก พร้อมตัวหนังสือหวัดๆ ว่า *'Art is Free, Architect is Bored'*
ให้ตายเถอะ... นี่มันงานศิลปะหรือใบประกาศท้าทายอำนาจมืดกันแน่ครับเนี่ย
"คุณรู้ไหมครับว่าผนังตรงนี้ ผมใช้เวลาทำนานเท่าไหร่" ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ น้ำเสียงที่พยายามดัดให้สุภาพที่สุดสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ "เส้นทุกเส้น ความเรียบทุกตารางเซนติเมตร มันคือแบบแปลนที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี ไม่ใช่กระดาษวาดรูปเล่นของเด็กอนุบาลนะคร้าบ... เอ๊ย ไม่ใช่เด็กประถม"
"โอ้โห คุณสถาปนิกมาandก" ฟ้าใสหัวIเราะหึๆ ในลำคอ เธอเอียงคอมองผมด้วยสายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบ กางเกงสลิดสีดำ และรองเท้าหนังที่เงาวับจนสะท้อนเงาหน้าเธอได้ "เนี๊ยบซะขนาดนี้ ชีวิตคงอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเป๊ะๆ เลยสินะครับ ถึงได้ไม่มีพื้นที่เหลือให้ความสนุกสนานตื่นเต้นบ้างเลย"
"มันไม่ใช่เรื่องความสนุกครับ แต่มันคือ 'ระเบียบ' และความรับผิดชอบ" ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่รู้ตัว กลิ่นสีสเปรย์ผสมกับกลิ่นเหงาๆ จางๆ ของแดดยามบ่ายลอยเข้าจมูก "แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายนี้ งานเปิดตัวโปรเจกต์จะเริ่มในอีกสามวันข้างหน้านะครับ"
ฟ้าใสชะงักไปนิดเมื่อเห็นผมเข้ามาใกล้ เธอกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งฟอร์มความกวนประสาท ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ ก่อนจะยักไหล่แบบไม่แคร์สื่อ
"รับผิดชอบเหรอคะ? อืม... งั้นฉันช่วยวาดเพิ่มให้มันดูอาร์ตขึ้นอีกสิบเท่าดีไหม รับรองว่างานเปิดตัวของคุณต้องปังจนคนแห่มาถ่ายรูปเพียบ เชื่อฉันเถอะน่า คุณสถาปนิกหน้าดุ"
พูดจบเธอก็ทำท่าจะกดหัวสเปรย์สีเหลืองสะพรึงลงบนผนังอีกรอบ จนผมต้องรีบคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ
สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วสัมผัสคือความอุ่นร้อนและความนุ่มนวลที่ตัดกับบุคลิกห้าวๆ ของเธออย่างสิ้นเชิง ฟ้าใสสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อสบตากับผมโดยบังเอิญ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเธอ และไม่รู้ว่าเพราะอะไร... จังหวะการเต้นของหัวใจผมถึงได้กระโดดข้ามจังหวะไปวูบหนึ่ง
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ มีเพียงสายตาของเราสองคนที่กำลังสื่อสารภาษาประหลาดบางอย่าง—ภาษาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความถือดี และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
"เอ่อ... มือฉัน... คุณจะปล่อยได้หรือยังคะ" เสียงหวานติดจะห้วนๆ ของเธอเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ฟ้าใสพยายามบิดข้อมือออกจากการกุมมือของผม ใบหน้าเนียนใสเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อขึ้นมาจางๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินกันแน่
ผมรีบปล่อยมือราวกับโดนไฟลวก กระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจในตัวเอง "ผมเตือนด้วยความหวังดีนะครับ... ถ้าคุณไม่อยากโดนข้อหาทำให้เสียทรัพย์และถูกลากตัวไปโรงพัก ช่วยเก็บกระป๋องพวกนี้แล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนจริงๆ"
ฟ้าใสชักมือกลับไปกอดอก เธอมองค้อนผมวงใหญ่แต่ก็ยอมถอยหลังไปสองก้าว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้
"ดุเป็นหมาป่าเลยนะคุณเนี่ย ระวังเถอะ... วันหนึ่งคนที่คุณไล่ให้ออกไปจากชีวิต อาจจะเป็นคนเดียวที่คุณวิ่งตามหาเพื่อขอร้องให้อยู่ช่วยแก้ปัญหาก็ได้"
เธอโบกมือลาแบบกวนๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้สะพายหลังแล้ววิ่งหายลับเข้าไปในมุมตึก ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่หน้าผนังที่ตอนนี้มีรูปแมวชูนิ้วกลางเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความปวดหัว
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พลางส่ายหัวให้กับความซวยที่วิ่งเข้ามาหาถึงที่ แต่ในขณะที่สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อสำรวจความเสียหาย นิ้วมือของผมกลับไปสะดุดเข้ากับเศษกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็กๆ ที่ปลิวตกลงมาอยู่ที่พื้น รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบมันไว้พอดี
ผมก้มลงหยิบมันขึ้นมาพลิดู ลายมือหวัดๆ เขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำทิ้งเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาคิ้วของผมกระตุกแรง
*'อยากให้ผนังกลับมาสวยกริบเหมือนเดิม หรืออยากให้ฉันมาช่วยป่วนชีวิตคุณเล่นอีก โทรมานะคุณสถาปนิก... จากแมวป่าจอมกวน'*
ให้ตายเถอะครับ... ผู้หญิงคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน
ผมส่ายหัวเบาๆ พลางอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ความสมบูรณ์แบบในชีวิตอันน่าเบื่อของผมถูกสั่นคลอนด้วยความวุ่นวายที่ชื่อว่า 'ฟ้าใส' แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่า... ปลายสายของเบอร์โทรศัพท์ในมือนี้ กำลังจะดึงผมเข้าสู่โลกใบใหม่ที่ผมไม่เคยกล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปสัมผัส
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอแสดงชื่อของ **"กวิน"** คู่แข่งตัวฉกาจที่มักจะคอยจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ผมอยู่เสมอ
*[ธันวา... นายเห็นข่าวหน้าเพจสถาปัตยกรรมยังวะ? มีคนเอารูปผลงานรีโนเวทตึกใหม่ของนายไปโพสต์ลงโซเชียล พร้อมแคปชันแซะซะเละเทะเลยว่ะ แถมบอร์ดบริหารกำลังประชุมด่วนเรื่องนี้อยู่ด้วย นายรีบเคลียร์ให้จบก่อนพรุ่งนี้เช้านะ ไม่งั้นโปรเจกต์นี้... หลุดมือแน่]*
ข้อความจากกวินส่งมาพร้อมลิงก์ข่าว ผมกดคลิกเข้าไปดูหัวข้อข่าวด้วยมือที่เริ่มเย็นเฉียบ แต่ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ได้มีแค่รูปผนังที่โดนพ่นสีเท่านั้น... แต่มันคือรูป 'ผมกับฟ้าใส' ที่ยืนประชิดกันใกล้ชิดราวกับคู่รักกำลังกระซิบกระซาบกัน ท่ามกลางแสงไฟยามเย็นที่โรแมนติกเกินความจำเป็น!
หัวใจของผมกระตุกวูบ ทันทีที่ตระหนักได้ว่าเรื่องราวมันกำลังบานปลายไปกันใหญ่แล้ว
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนอบอุ่นหัวใจนี้นะครับ
"สายลมแผ่วเบา"
เซฟโซนของผมคือคุณคนดื้อ•ตอนที่ 1
เมื่อสีสเปรย์ปะทะไม้บรรทัด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนดื้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
