เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 24

โครงการสวนครัวโรงเรียน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเขตไร่ของเราอีกแค่ก้าวเดียว ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของเจ้าของพื้นที่ในการปกป้องทรัพย์สิน... และบางที รองเท้าบูทเปื้อนโคลนคู่นี้ อาจจะได้ฝסรอยประทับไว้บนหลังคาบ้านของคุณแทนที่จะเป็นพื้นดินนะครับ" น้ำเสียงของร้อยเอกศิลาไม่ได้ดังตะคราด แต่มันต่ำทุ้ม เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาราวกับนายทหารสนามรบที่กำลังประเมินระยะยิงเป้าหมาย ผู้มาเยือนจากเมืองหลวง—ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นแดงของดินลูกรัง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาหลังกรอบแว่นทองคำฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางประตูบ้านไว้อย่างกับเทพารักษ์เฝ้าประตู นรก เบื้องหลังชายสวมสูทผู้นั้น คือป้าสะใภ้จอมแสบแห่งตระกูลเดิมของรินรดา ที่ตอนแรกทำท่าทางกร่างเหมือนพกหางเสือมาด้วย แต่ตอนนี้กลับหดหัวลีบ เล็กลงเหลือเท่าลูกแมวเปียกฝน หลบอยู่หลังแผ่นหลังของคนจากเมืองหลวง "คะ... คุณศิลาใจเย็นๆ ก่อนครับ ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมแค่... ได้รับมอบหมายให้มาเจรจา" ชายสวมสูทขยับแว่นมือสั่นระริก สายตาเหลือบไปเห็นรินรดาที่กำลังยืนกอดอกพิงวงกบหน้าต่างห้องครัวด้วยท่าทางสบายๆ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเฉียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา รินรดาปัดเศษแป้งทำขนมออกจากมือช้าๆ เธอเดินน่องเข้ามาสมทบกับสามี กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งอบและเนยสดแท้ลอยละล่องอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความหวาดผวาของแขกไม่ได้รับเชิญ "เจรจาเรื่องอะไรหรือครับ คุณสารวัตรกฎหมาย หรือควรเรียกว่า... 'ตัวแทนเก็บกวาด' ของตระกูลพงษ์ภัทรดีล่ะครับ" รินรดาย้อนถาม เสียงหวานใสกังวานแต่เฉียบคมราขมิ้นกับปูน ชายสวมสูทสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินคำหลัง เขารู้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ใสซื่อและไม่มีทางหลอกง่ายๆ เหมือนที่ป้าสะใภ้ตัวแสบรายงานมา เอกสารลับในแฟ้มหนังราคาแพงใต้แขนของเขากำลังสั่นเทา มันคือเอกสารที่ระบุถึงที่มาของ 'พืชพันธุ์วิเศษ' ที่เติบโตอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติในแปลงเกษตรของสองสามีภรรยา ซึ่งพวกมันแอบส่งสายสืบมาดูลาดเลาและเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์จนพบความผิดปกติทางพันธุกรรมที่โลกวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ "คุณรินรดา... เรื่อง 'มิติ' ที่คุณครอบครอง... ทางเบื้องบนเริ่มให้ความสนใจแล้วนะครับ" ชายสวมสูทตัดสินใจเปิดไพ่ตาย กดเสียงให้เบาลงเพื่อไม่ให้ชาวบ้านละแวกนั้นได้ยิน ศิลาขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงทันตาเห็น "ถ้ายังไม่อยากกระดูกหักกลับเมืองหลวง ก็เชิญไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ผมจะลืมตัวว่าตัวเองปลดประจำการแล้ว" การเผชิญหน้าจบลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด เมื่อชายสวมสูทประเมินกำลังแล้วพบว่าตนเองเสียเปรียบอย่างราบคาบ เขาโยนแฟ้มเอกสารทิ้งลงพื้นด้วยความหัวเสีย ก่อนจะรีบดึงป้าสะใภ้ถอยร่นขึ้นรถเก๋งคันหรูแล้วเหยียบคันเร่งหนีหายไปในม่านฝุ่น ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความจริงจังที่ระอุขึ้นในใจของสองสามีภรรยา รินรดาก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาพลิกดูคร่าวๆ มุมปากหยักยิ้มเยาะ "คิดจะใช้กฎหมายบีบเราเหรอคะพี่ศิลา ช้าไปสักสามร้อยปี" "เขาไม่ได้มาแค่ขู่หรอกริน..." ศิลาย่อตัวลงโอบเอวภรรยา สายตามองตามกลุ่มฝุ่นควันรถที่จางหายไป "คนพวกนี้จ้องจะเอาผลผลิตเร่งโตของคุณไปเป็นเครื่องมือทางธุรกิจตั้งแต่แรกแล้ว ดีนะที่เราจดทะเบียนสิทธิบัตรแปลงเกษตรอินทรีย์ล่วงหน้าไว้หมดแล้วตามที่คุณวางแผนไว้" "ค่ะ... และเพราะแบบนั้น วันนี้แหละที่เราจะใช้ 'ไม้ตาย' กลบข่าวลือพวกนี้ให้หมดสิ้น" รินรดาหันกลับมายิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น "โครงการสวนครัวโรงเรียนชุมชนบ้านดอนทรายที่เราตกลงกับผู้ใหญ่บ้านไว้ เริ่มลงมือวันนี้ใช่ไหมคะ?" ศิลาพยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายที่มักจะเคร่งขรึม "ครับ ทุกอย่างพร้อมแล้ว เด็กๆ คงรอชิมอาหารฝีมือเชฟมือหนึ่งจนน้ำลายสอแล้วล่ะครับ" เปลี่ยนบรรยากาศจากความตึงเครียดสู่ความรื่นรมย์ของชุมชน ณ โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กประจำตำบล เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กนักเรียนดังระงมไปทั่วสนามหญ้า แปลงผักสวนครัวขนาดย่อมที่ได้รับการสนับสนุนจากไร่ของศิลาและรินรดา ถูกพลิกหน้าดินและเตรียมแปลงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยฝีมือของชาวบ้านและตัวผู้กองศิลาเองที่อาสามาเป็นแรงงานกิตติมศักดิ์ รินรดาก้าวลงจากรถกระบะพร้อมด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติพิเศษ ผักสลัดกรอบอร่อย มะเขือเทศสีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมหวาน และสมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิด วันนี้เธอไม่ได้มาแค่สอนเด็กๆ ปลูกผัก แต่เธอตั้งใจจะรังสรรค์มื้อเที่ยงสุดพิเศษที่ทำให้คนทั้งตำบลต้องจดจำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและผูกใจชาวบ้านให้เป็นเกราะคุ้ม "คุณรินรดาครับ ผักพวกนี้... ทำไมมันถึงสดขนาดนี้ล่ะครับ ปลูกยังไงให้ใบมันเงางามขนาดนี้เนี่ย?" ครูประจำชั้นคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความทึ่ง ขณะช่วยเธอยกตะกร้าผักลงจากรถ "เคล็ดลับอยู่ที่ความรักและความใส่ใจค่ะคุณครู... รวมถึงดินที่เราปรุงขึ้นมาเองเป็นพิเศษด้วย" รินรดาตอบพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ สายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มผู้ปกครองและชาวบ้านที่เริ่มทยอยมาร่วมงานด้วยความสนใจ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับสมุนไพรที่เธอเตรียมมาเริ่มโชยกรุ่นไปทั่วบริเวณโรงอาหารเปิดโล่ง ในขณะเดียวกัน ศิลากำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งจับจอบขุดหลุมปลูกต้นมะเขือเทศ ภาพของนายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมเข้ม แต่ใจดีและอ่อนโยนกับเด็กๆ ทำให้บรรดาแม่ๆ และป้าๆ ในหมู่บ้านต่างพากันอมยิ้ม ชื่นชมในความน่ารักและอบอุ่นของสามีแห่งชาติคนนี้ "ผู้กองศิลาทั้งหล่อทั้งขยัน รินรดานี่โชคดีจริงๆ นะคะ ได้สามีดีแถมทำอาหารก็อร่อย เป็นบุญของหมู่บ้านเราแท้ๆ" เสียงกระซิบกระซาบชื่นชมดังขึ้นจากกลุ่มแม่บ้าน ทำให้รินรดาที่กำลังยืนหั่นผักอยู่ใกล้ๆ แอบอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เวลาผ่านไปไม่นาน กลิ่นหอมฟุ้งของ 'ข้าวอบหม้อดินสมุนไพรไร่สุขใจ' ที่ปรุงด้วยผักสดกรอบจากมิติพิเศษและเนื้อสัตว์คุณภาพดี ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของโรงเรียน รินรดาตักข้าวอบร้อนๆ ใส่กระทงใบตองแจกจ่ายให้เด็กๆ และชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม ทุกคนต่างตักเข้าปากคำแรกแล้วทำตาโตด้วยความทึ่งในรสชาติที่อร่อยล้ำเกินกว่าจะเป็นอาหารกลางวันโรงเรียนธรรมดาๆ ความสุข ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะกำลังประสานกันเป็นเสียงเพลงแห่งความสำเร็จ รินรดากวาดสายตามองภาพตรงนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ ปัญหาจากคนเมืองหลวงเมื่อเช้าถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้นด้วยพลังแห่งชุมชนและอาหารอร่อย ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังชื่นมื่น รถยนต์ซีดานสีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนอย่างไร้เสียงเตือน ประตูด้านหลังเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงชราท่าทางสูงศักดิ์ สวมชุดผ้าไหมราคาแพง ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องตรงมาที่รินรดาด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก... ศิลาที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบสาวเท้าเข้ามาบังหน้าภรรดาไว้ทันที ขณะที่รินรดาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อจำหน้าแขกผู้มาใหม่ได้แม่นยำ ...คุณหญิงมารศรี มารดาแท้ๆ ของอดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำเธออย่างไร้ความปรานี! "ไม่คิดเลยนะว่าคนหนีคดีตกอับ จะมาตั้งรกรากสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นแม่พระประจำหมู่บ้านได้ถึงขนาดนี้..." เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณโรงอาหารชั่วพริบตา รินรดายกยิ้มมุมปากเบาๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของสามีอย่างไม่เกรงกลัว สายตาคมกริบสบตากับอดีตแม่สามีตรงๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับสู่บ้านนอกคอกนาของฉันนะคะ... คุณแม่" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%