"บอกเขาไปว่า ฉันไม่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ ขณะที่มือเรียวสวยกำลังบรรจงหั่นเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามลงบนเขียงไม้ไผ่ เสียงคมมีดกระทบเนื้อไม้ดังฉับๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนความนิ่งสงบภายในห้องครัวสะอาดสะอ้านของเรือนไม้ไร่สุขสำราญ ทว่าบรรยากาศรอบกายเธอกลับกดดันจนป้าอิ่ม แม่บ้านวัยกลางคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ป้าอิ่มอึกอัก ยืนบิดชายเสื้อด้วยความกังวลใจ "แต่... แต่คุณชายคนนั้นอ้างว่าเป็นถึงอดีตคู่หมั้นของคุณริน แถมยังยืนกรานว่าจะพบคุณรินให้ได้ท่าเดียวเลยนะครับคุณรินรดา หน้าตาดูภูมิฐานใส่สูทผูกไท เสื้อผ้าดูราคาแพงระยับ แถมยังเอารถเก๋งยุโรปคันหรูมาจอดขวางทางเข้าไร่จนคนงานขนผลผลิตออกไปไม่ได้เลยล่ะครับ"
รินรดาวางมีดลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันวับหนึ่ง คนประเภทนี้... ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงเห็นแก่ตัวและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเป็นกิจวัตร "ธนา" อดีตคู่หมั้นผู้ดีตีนแดงที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในวันที่ตระกูลรินรดาล้มละลาย วันที่เธอถูกขับไล่ออกจากบ้านพร้อมกับหนี้สินท่วมหัว ผู้ชายที่เลือกจะเดินหนีไปหาผลประโยชน์กับผู้หญิงอีกคนอย่างไร้เยื่อใย เหตุใดวันนี้ถึงได้ดั้นด้นมาถึงไร่ปศุสัตว์และสวนผักสุดสัปดาห์ในอำเภอห่างไกลเช่นนี้
"ปล่อยให้เขายืนรอไปก่อนครับ ป้าอิ่มไม่ต้องไปสนใจ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางประตูกระจก ผู้กองศิลาเดินเข้ามาในห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวนดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ภรรยาด้วยความห่วงใย ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบไหล่บางไว้เบาๆ เพื่อถ่าย
"ผู้กองครับ คือว่า..." ป้าอิ่มทำหน้าลำบากใจ
"ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องสนใจ ใครที่กล้ามาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ของเรา ผมจัดการเองครับ ป้าไปยกน้ำชาต้อนรับคนงานที่เพิ่งกลับมาจากแปลงผักทางโน้นเถอะครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เด็ดขาด จนป้าอิ่มต้องพยักหน้ารับแล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปจากสถานการณ์ตึงเครียดนี้ทันที
รินรดาถอนหายใจเบาๆ เอนศีรษะพิงกับอกแกร่งของสามี "คุณคิดจะทำอะไรครับผู้กอง?"
"ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่สงสัยว่าสุนัขตัวไหนที่กล้าเห่าหอนหน้าบ้านของภรรยาผม" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาพราวระยับด้วยประกายความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม เขาชะโงกหน้าลงมาสูดกลิ่นหอมสะอาดจากซอกคอระหงของหญิงสาวเบาๆ "หิวหรือยังครับ? กลิ่นหมูสามชั้นต้มซีอิ๊วของคุณลอยไปไกลถึงแปลงผักโน่นแน่ะ"
"ยังไม่เสร็จครับ ต้องเคี่ยวต่ออีกสักพักให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก แล้วค่อยโรยพริกไทยกับต้นหอมซอย" รินรดาหันกลับมาสบตากับสามี ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้นเมื่อเจอสายตาหวานเชื่อมและอ้อมกอดอุ่นๆ นี้ "ส่วนแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น... ปล่อยให้เขาร้อนเล่นกลางแดดไปก่อนเถอะครับ แดดบ่ายสามโมงที่นี่น่าจะแผดเผาผิวบอบบางของคุณชายเขาได้ดีทีเดียว"
ศิลาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "ภรรยาผมฉลาดและใจร้ายเป็นที่สุด... แต่ผมชอบครับ"
ทว่า ความสงบสุขในครัวเรือนกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโต้เถียงที่หน้าประตูก็ทำลายบรรยากาศลง
"หลบไปนะ! ฉันบอกว่าฉันจะเข้าไปพบรินรดา! พวกคุณเป็นใคร ถึงกล้ามาขวางทางผม!" เสียงทุ้มติดจะกร้าวและร้อนรนดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมที่ตอนนี้ยับยู่ยี่และมีเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ธนาผลักคนงานในไร่ของศิลาออกอย่างถือตัว ก่อนจะก้าพรวดพราดเข้ามาถึงตัวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
รินรดาหรี่ตาลง เธอดึงตัวออกจากอ้อมแขนของศิลาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยท่าทีสง่างาม ไม่มีความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ในอดีตหลงเหลืออยู่เลย
"ที่นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล คุณธนา... คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาพลการแบบนี้" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ดวงตาสีเข้มจ้องมองอดีตคู่หมั้นหัวจรดเท้า สภาพของธนาในตอนนี้ช่างดูน่าสมเพช เสื้อสูทราคาแพงเปื้อนฝุ่นแดงจากลูกรัง รองเท้าหนังขัดเงาเลอะโคลนจนหมดราคาค่างวด
ธนาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรินรดาในยามนี้ เธอไม่ได้ดูโทรมหรือเศร้าสร้อยอย่างที่เขาจินตนาการไว้เลย ตรงกันข้าม รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย ใบหน้าสะสวยเปล่งปลั่ง ผิวพรรณผุดผ่องราวกับคุณหญิงคุณนายในห้องหอ มีออร่าความมั่นใจและสุขสบายแผ่ออกมาอย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อมองข้ามไหล่บางไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายในชุดลุยสวนที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท ธนาก็รู้สึกถึงความคุกรุ่นบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก
"ริน..." ธนาพยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง เขาทำท่าจะก้าวเข้าไปหาเธอ "เธอ... เธอสบายดีใช่ไหม? รู้ไหมว่าฉันตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่เธอออกจากบ้านไป ชีวิตฉันก็ไม่มีความสุขเลย..."
"หยุดอยู่ตรงนั้นครับ" ศิก้าวขาออกมายืนบังหน้ารินรดาไว้ครึ่งตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนธนารู้สึกเหมือนมีหินผากดทับหน้าอก "ภรรยาผมบอกแล้วว่าไม่ต้อนรับ ถ้าไม่อยากให้ผมต้องใช้กำลังพาคุณออกไปจากที่นี่ ก็กรุณาก้าวขาเดินกลับไปทางเดิมที่เธอเข้ามาซะ"
"ภรรยา...?" ธนาเบิกตากว้าง เขาหัวเราะออกมาอย่างไม่เชื่อหู "นี่เธอกล่าวแต่งงานกับไอ้บ้านนอกคอกนาคนนี้เนี่ยนะ ริน! เธอเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ในไร่ทุรกันดารแบบนี้ กับผู้ชายที่ไม่มีอนาคตอะไรเลยเนี่ยนะ!"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เธอขยับตัวก้าวออกมาจากด้านหลังของศิลา ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีอย่างภาคภูมิใจ
"ไม่มีอนาคตอย่างนั้นหรือครับ?" รินรดาย้อนถาม ดวงตากลมโตฉายประกายเฉียบคม "คุณธนาต่างหากที่ตาบอด... สิ่งที่คุณเรียกว่าไร่ทุรกันดารแห่งนี้ สามารถสร้างรายได้ในแต่ละเดือนมากกว่าบริษัทที่คุณนั่งบริหารอยู่เสียอีก และที่สำคัญที่สุด... สามีของฉันคนนี้ มีค่ามากกว่าผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณเป็นร้อยเท่าพันทิป"
ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานและยอมก้มหัวให้เขาตลอดเวลาในอดีต จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาเชือดเฉือนถึงเพียงนี้
"ริน... ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉัน เรื่องในอดีตมันเป็นความจำเป็น..." ธนาก้าวเข้าไปอีกก้าว สีหน้าเว้าวอน "แต่ตอนนี้ครอบครัวของฉันกำลังประสบปัญหาใหญ่ บริษัทกำลังจะล้มละลาย... ฉันรู้ว่าเธอยังมีความสามารถเรื่องการทำอาหารและบริหารจัดการ ถ้าเธอกลับไปกับฉัน ไปช่วยฉันกอบกู้บริษัท เราจะกลับมาร่ำรวยเหมือนเดิม..."
รินรดากะพริบตาช้าๆ เธอมองหน้าอดีตคู่หมั้นด้วยความรู้สึกเวทนาปนสมเพช ช่างหน้าไม่อายเสียจริง... เมื่อหมดประโยชน์ก็เขี่ยทิ้งราวกับก้อนกรวด แต่พอตกอับไร้หนทางกลับวิ่งแจ้มาขอความช่วยเหลือจากคนที่ตัวเองเคยเหยียบย่ำ
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากตอกหน้ากลับไปให้หงายเงิบ ศิลาก็ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากหน้าต่างจนเงาดำทาบทับร่างของธนาจนมิด นายทหารหนุ่มยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบจนธนาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"พูดจบหรือยังครับ?" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้าจบแล้ว ก็เชิญไสหัวออกไปจากไร่ของผมซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วเปลี่ยนจากการ 'เชิญ' เป็นการ 'โยน' ออกไปจริงๆ"
ธนาหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธและหวาดกลัว เขาชี้หน้าศิลา "แก... แกกล้าดียังไง..."
"ผมกล้ามากกว่าที่คุณคิดครับ" ศิลาพูดตัดบท พร้อมกันนั้น เสียงรถกระบะส่งของของไร่ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพอดี พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่รินรดาเพิ่งเคี่ยวเสร็จ รลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ตัดผ่านบรรยากาศตึงเครียดด้วยความหอมยั่วน้ำลาย
รินรดาไม่สนใจธนาอีกต่อไป เธอหันหลังกลับไปเปิดหม้อตุ๋นหมูสามชั้น ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวานเค็มกลมกล่อมของซีอิ๊วและเครื่องเทศที่หมักเคี่ยวจนเข้าเนื้อ น้ำซุปข้นคลั่กสีอำพันเคลือบชิ้นหมูสามชั้นที่นุ่มเปื่อยจนแทบละลายในปาก โรยด้วยพริกไทยดำป่นหยาบและผักชีใบเลื่อยซอยสีเขียวสดตัดกันอย่างลงตัว
เธอยักคิ้วให้ศิลานิดหนึ่ง ก่อนจะตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนธนาที่ยืนอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
ศิลายิ้มรับ กลิ่นหอมเย้ายวนนี้ทำให้เขาลืมความหงุดหงิดเรื่องแขกไม่ได้รับเชิญไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า
"ดูท่าทางเขาคงไม่อยากกลับแล้วล่ะครับ... สงสัยกลิ่นหมูตุ๋นของคุณจะเตะจมูกจนขาแข็งเสียแล้วกระมัง"
รินรดาเหลือบสายตากลับไปมองธนาที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงประตู ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มเย้ายวน ทว่าในจังหวะนั้นเอง ธนาที่กำลังหิวโซและอับจนหนทางก็ตัดสินใจพุ่งพรวดเข้ามาในห้องครัว คว้าจับทัพพีบนโต๊ะแล้วตะโกนลั่นด้วยความสติหลุด
"ถ้าเธอไม่ช่วยฉัน วันนี้ก็ไม่ต้องกินกันทั้งคู่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีสโลว์ไลฟ์สายสตรองนี้ไปด้วยกันนะครับ
เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 17
ศัตรูหัวใจ (หรือแค่คนผ่านทาง)
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!