“นายเรียกความสัมพันธ์แบบที่เราเป็นอยู่ว่าอะไร… คีย์”
ประโยคนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในเซฟโซน—ห้องทำงานส่วนตัวที่แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัว เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววขี้เล่นบัดนี้กลับนิ่งสงบจนน่าประหลาด มือข้างหนึ่งหมุนปากกาในมือเล่นอย่างใจเย็น ราวกับกำลังรอคอยคำพิพากษาจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง
คีย์ชะงักนิ้วที่กำลังรัวคีย์บอร์ด เสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ดังฮึ่มๆ อยู่เบื้องหลัง เขาไม่ได้เงยหน้ามอง แต่สันกรามที่ขบแน่นจนนูนขึ้นบอกชัดว่าเขากำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ข้างใน
“มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ” คีย์ถามกลับ น้ำเสียงราบเรียบจนเย็นชา
“สำคัญสิ” เรย์ก้าวลงจากโต๊ะแล้วเดินอ้อมมาข้างหลัง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายลอยมากระทบจมูกคีย์ มันเป็นกลิ่นของความวุ่นวายและความอบอุ่นที่เขาเคยพยายามผลักไส “เพราะถ้าเรายังเป็นแค่ ‘พาร์ทเนอร์’ ทางธุรกิจที่เผลอไผลไปมีอะไรกันคืนนั้น… ฉันจะได้จัดการความรู้สึกตัวเองถูกไง ว่าต้องวางตัวยังไงไม่ให้ล้ำเส้นที่นายขีดไว้”
คีย์กดเอนเตอร์แรงๆ จนเสียงคีย์บอร์ดลั่นสะท้อน เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับคนร่างสูงที่ยืนกดดันอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างเขาและเรย์เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว จนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายอีกฝ่าย
“นายรู้ว่าฉันไม่ชอบอะไรที่มันไม่มีคำจำกัดความชัดเจน เรย์” คีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น “นายเองก็รู้ว่าในโลกของฉัน ทุกอย่างต้องมีอัลกอริทึมที่ตายตัว มีตรรกะที่พิสูจน์ได้ แต่นาย… นายมันเป็นตัวแปรที่ฉันควบคุมไม่ได้เลยสักนิด”
“นั่นสินะ” เรย์หัวเราะในลำคอ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม “นายกลัวสินะคีย์ กลัวว่าถ้าให้คำจำกัดความแล้ว นายจะเสียการควบคุม หรือที่จริงแล้ว… นายแค่กลัวว่าตัวเองจะ ‘แพ้’ ให้กับความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ”
“อย่ามาทำเป็นจิตวิทยาใส่ฉัน” คีย์ลุกขึ้นยืนประจันหน้า อีกฝ่ายตัวสูงกว่าเขาเล็กน้อย ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่คีย์ไม่มีทางหลบสายตา “เรากำลังถูกกวินเล่นงาน โปรเจกต์ที่ทำมาแรมเดือนกำลังจะพังเพราะพวกมันวางยาโค้ด นายควรจะเอาเวลาไปโฟกัสเรื่องงาน ไม่ใช่มาเรียกร้องสถานะจากคนอย่างฉัน”
“งานก็ส่วนงาน เรื่องของเราก็ส่วนของเรา อย่าเอามาปนกัน” เรย์ขยับเข้าใกล้จนลมหายใจรดรินริมฝีปากของเขา “หรือที่นายเบี่ยงเบนประเด็น เพราะคำตอบในใจนายมันน่ากลัวเกินกว่าจะพูดออกมา?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คีย์รู้สึกเหมือนเขากำลังยืนอยู่บนปากเหว ข้อมูลการเจาะระบบของกวินที่หน้าจอหลักยังคงวิ่งผ่านไปมาเป็นตัวเลขสีเขียวสะท้อนในแว่นตาของเขา แต่ในวินาทีนี้ ทุกอย่างในโลกเสมือนดูไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงดึงดูดระหว่างเขากับคนตรงหน้า
“ถ้าฉันบอกว่า… ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะ” คีย์ยอมเปิดเผยความอ่อนแอออกมาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงเขาสั่นพร่าเล็กน้อย “ฉันเป็นโปรแกรมเมอร์ที่แก้บัคได้ทุกอย่าง แต่กับเรื่องของนาย… ฉันหามันไม่เจอจริงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่”
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูเศร้าสร้อยและเปี่ยมความหมาย เขาเอื้อมมือไปคว้าท้ายทอยของคีย์ไว้อย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ผ่านผิวแก้มอย่างแผ่วเบาจนคีย์เผลอกลั้นหายใจ
“งั้นเราก็ไม่ต้องหาคำตอบวันนี้หรอก” เรย์กระซิบ “แค่รู้ไว้ว่า… ไม่ว่ากวินมันจะวางเกมยังไง ไม่ว่าเราจะโดนรุกหนักแค่ไหน นายจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียว”
ในจังหวะที่หัวใจของคีย์กำลังเต้นผิดจังหวะและเขากำลังจะโน้มตัวเข้าไปหาระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีเหลือ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—ไม่ใช่การเคาะธรรมดา แต่มันคือเสียงกระแทกประตูจนบานพับสั่นสะเทือน
*ปัง!*
ประตูห้องถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูคุ้นตาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก กวินกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะช่วงเวลาซึ้งๆ ของคู่หูนักพัฒนา” กวินพูดพลางวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของคีย์อย่างแรง “แต่พอดีฉันมี ‘ของขวัญ’ ชิ้นพิเศษมาฝาก เห็นว่าช่วงนี้พวกนายกำลังเจอปัญหาเรื่องอัลกอริทึมที่รั่วไหลอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
คีย์ผละออกจากเรย์ทันที เขาสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กวิน “นายเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของฉันได้ยังไง กวิน”
“อาคารนี้เป็นของใคร นายก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนะ คีย์” กวินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปหาเรย์ “ส่วนนาย… เรย์ ผมเตือนด้วยความหวังดีนะ ความสัมพันธ์ที่มันยุ่งเหยิงน่ะ มักจะจบลงด้วยการพังทลายไม่เป็นท่าเสมอ และดูเหมือนว่า… ความลับที่นายซ่อนไว้ใต้โปรเจกต์นี้ กำลังจะถูกเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าแล้วล่ะ”
กวินหันหลังเดินกลับออกไปโดยไม่รอคำตอบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งและเอกสารในซองที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมา
คีย์เอื้อมมือไปหยิบซองนั้นขึ้นมา มือของเขาสั่นจนแทบจะควบคุมไม่ได้ เรย์ขยับเข้ามาประชิดข้างหลัง ก้มลงมองเนื้อหาในเอกสารที่คีย์เพิ่งดึงออกมา… ทันทีที่เห็นภาพถ่ายในเอกสารนั้น หัวใจของทั้งคู่ก็เหมือนถูกกระชากลงสู่ก้นบึ้ง
“นี่มัน… รูปของนายตอนที่ไปพบคนของบริษัทคู่แข่งนี่ คีย์” เรย์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นไหวด้วยความไม่เชื่อสายตา “นายไปทำอะไรที่นั่น… ในวันที่พวกเราเริ่มโปรเจกต์นี้?”
คีย์หันกลับไปมองเรย์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับคนเสียขวัญ ในขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ดังรัวขึ้นพร้อมๆ กัน ระบบป้องกันความปลอดภัยที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ… กำลังถูกเจาะจนพรุนจากภายใน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันของเกมนี้ไปพร้อมกันนะครับ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวเหมือนกับผมครับ
- ดาร์กไนท์ -
เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 18
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!