กลิ่นอายของยาพิษรสขมยังคงติดอยู่ปลายลิ้น ราวกับฝันร้ายที่เพิ่งถูกกระชากตื่นด้วยแรงเหวี่ยงอันรุนแรงของกาลเวลา
“คุณหนูเอเลน่าคะ ได้เวลาเลือกชุดสำหรับงานเต้นรำประจำฤดูใบไม้ผลิของราชสำนักแล้วค่ะ ท่านดยุกกำชับว่าปีนี้ ท่านหญิงเซเฟอร์จะต้องโดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนั้น”
เสียงแหลมเล็กของมีเรีย สาวใช้คนสนิทดังขึ้น พร้อมกับถาดกำมะหยี่ที่บรรจุจดหมายเชิญสีทองประทับตราจระเข้ทองคำ—ตราสัญลักษณ์แห่งตระกูลดยุกแวนเดอร์เวลล์
เอเลน่ากะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพของห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยสไตล์บาร็อกหรูหรา ม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มกรองแสงแดดบ่ายให้ทอดเงายาวบนพรมเปอร์เซีย นี่ไม่ใช่ห้องขังใต้ดินที่เธอถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏและถูกกรอกยาพิษให้ตายอย่างโดดเดี่ยวไร้ค่าเมื่อสามวันก่อน... แต่นี่คือห้องนอนของเธอเมื่อสามปีก่อน ก่อนที่ตระกูลเอดินเบิร์กจะล่มสลายเพราะความลุ่มหลงในตัวชายผู้โง่เขลาอย่างเจ้าชายอาร์ชิบาลด์
มือเรียวบางที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ค่อยๆ เอื้อมไปหยิบกระจกเงินด้ามยาวขึ้นมาพิจารณาใบหน้าของตนเอง ดวงตาสีอเทตต์คู่คมกริบสะท้อนภาพหญิงสาววัยสิบแปดปี ผู้มีความงามหยาดเยิ้มปานหยาดฟ้ามาดิน ทว่าแววตาในยามนี้กลับไร้ซึ่งความไร้เดียงสา ร่องรอยความอ่อนต่อโลกถูกแทนที่ด้วยประกายความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
*ย้อนเวลากลับมาจริงๆ สินะ...*
เอเลน่าแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้มีเรียถึงกับผะผ่าถอยหลังด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
“ชุดสีชมพูประดับลูกไม้ฟูฟ่องน่าเกลียดพวกนั้น... เอาไปเผาทิ้งให้หมดค่ะ มีเรีย” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนสาวใช้สะดุ้งสุดตัว
“คะ... คุณหนู ว่าอย่างไรนะคะ? นั่นคือชุดที่ท่านชายอาร์ชิบาลด์ทรงโปรดปราน—!”
“ฉันบอกว่าให้เอาไปเผา” เอเลน่าหันขวับ ดวงตาสีอเทตต์จ้องเขม็งจนมีเรียแทบหยุดหายใจ “จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้ให้ดี นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เอเลน่า ฟอน เอดินเบิร์ก คนเดิมที่วิ่งตามผู้ชายอย่างไร้ศักดิ์ศรีได้ตายไปพร้อมกับหลุมศพเมื่อสามวันก่อนแล้วค่ะ”
ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างระหงในชุดนอนผ้าไหมสีขาว ราวกับนักล่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บมานาน บัดนี้พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกตัวที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดิน
ในอดีต เธอโง่เขลา ยอมเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลไปละลายพثศเพื่อสนับสนุนการหาเสียงชิงบัลลังก์ของเจ้าชายอาร์ชิบาลด์ สุดท้ายถูกหักหลัง ถูกยัดข้อหากบฏ และถูกฆ่าตัดตอนโดยฝีมือของเซเฟอร์ หญิงสาวผู้ที่เคยแย้มยิ้มต่อหน้าแต่แทงข้างหลังอย่างไร้ความปรานี ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังขับไล่และทำลายชีวิตของ ‘คาสเซียน วอล์คเกอร์’ ชายผู้มีพระคุณที่คอยปกป้องเธอมาตลอด เพียงเพราะคำยุยงของคนสารเลวพวกนั้น
“ถ้าความใจดีมันทำให้ฉันต้องตายอย่างอนาถ... ชาตินี้ฉันจะใช้ ‘เงินตรา’ และ ‘อำนาจ’ บดขยี้พวกมันให้แหลกคามือทีละคน”
เอเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปเปิดลิ้นชักลับใต้ฐานเตียง หยิบสมุดบัญชีลับและกุญแจทองคำสำรองของตระกูลออกมา นี่คือทรัพย์สินก้อนสุดท้ายที่ยังหลงเหลือ ก่อนที่พวกแวนเดอร์เวลล์จะวางแผนยึดทรัพย์ในอีกสองเดือนข้างหน้า
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังคำนวณตัวเลขและวางแผนการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังตลาดมืดผ่านเครือข่ายของคาสเซียน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ
“คุณหนูครับ มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบที่ห้องรับแขกด้านล่าง... เขาบอกว่าเป็นตัวแทนจาก ‘ธนาคารกลางแห่งจักรวรรดิ’ และนำสิ่งนี้มามอบให้ท่านโดยเฉพาะครับ”
เสียงของพ่อบ้านชราดังลอดเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้เอเลน่าชะงักค้างไม่ใช่ชื่อของธนาคารกลาง หากแต่เป็นกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอน—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นฝนจางๆ
เอเลน่าพุ่งตัวไปที่ระเบียงทันที สายตากวาดมองลงไปเบื้องล่าง
ท่ามกลางสวนกุหลาบที่กำลังโรยรา ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนพิงเสาไฟสนาม เขากำลังแหงนหน้ามองขึ้นมาที่ระเบียงห้องของเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มดั่งมหาสมุทรลึกคู่นั้นจดจ้องตรงมาที่เธอราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง
คาสเซียน วอล์คเกอร์... ชายผู้ที่ในเวลานี้ควรจะถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนอันหนาวเหน็บ เหตุใดเขาจึงมายืนอยู่ตรงนี้? และที่สำคัญยิ่งกว่า... ในมือของเขากำลังถือเครื่องรูดบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากไทเทเนียมแท้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้กุมอำนาจสูงสุดในเครือข่ายการเงินใต้ดินที่แม้แต่จักรพรรดยังต้องเกรงใจ
คาสเซียนยกยิ้มมุมปากอย่างยั่วเย้า เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู และในวินาทีต่อมา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเอเลน่าก็แผדเสียงกรีดร้องลั่นห้อง
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ ทว่าข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของอดีตนางร้ายสะดุดกึก
*[ยอดเงินคงเหลือในบัญชีลับของคุณ: 999,999,990,000 เหรียญทอง — พร้อมใช้งานแล้วครับที่รัก สนใจจะให้ผมช่วยรูดซื้อหัวหัวหน้าตระกูลไหนก่อนดีล่ะ?]*
เอเลน่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง เมื่อเงמוตวัดกลับไปมองที่สวนเบื้องล่างอีกครั้ง คาสเซียนก็หายตัวไปจากตรงนั้นเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอกระเบียง—ทั้งๆ ที่นี่คือชั้นสามของคฤหาสน์!
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องของเธออย่างเงียบเชเชียบในพริบตาเดียว กลิ่นกายสะอาดผสมความอันตรายพุ่งเข้าโอบล้อม ลมหายใจอุ่นร้อนกระซิบชิดริมใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาท
“คิดจะเริ่มต้นเกมใหม่โดยไม่ชวนหุ้นส่วนคนนี้... ใจร้ายไปหน่อยไหมครับ, เอเลน่าของผม?”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเอวาลินน์ปลายพู่กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับการหักเหลี่ยมโฉมงามที่หวังครองบังลังก์•ตอนที่ 1
ฟื้นจากหลุมศพสู่การคำนวณใหม่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับการหักเหลี่ยมโฉมงามที่หวังครองบังลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!