เกษตรกรสาวมือใหม่กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักผักออร์แกนิก•ตอนที่ 1

มิติใหม่ในกระท่อมซอมซ่อ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
กลิ่นเหม็นอับของฟางข้าวเก่าและกลิ่นดินชื้นแฉะเตะเข้าจมูกของเหมยลี่ทันทีที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา ร่างกายที่เคยผ่านการโหมงานหนักจนเลือดกำเดาไหลในโลกยุคปัจจุบัน บัดนี้กลับเบาสบายอย่างประหลาด ทว่าความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ด้านซ้ายจากการถูกผลักกระแทกกับขอบเตียงไม้แข็งๆ เมื่อวานนี้ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเธอยังมีลมหายใจ และที่สำคัญ... เธอไม่ได้อยู่ในห้องพักสี่เหลี่ยมแคաբๆ ในเมืองหลวงอีกต่อไปแล้ว "นังตัวซวย! คิดจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน! ตะวันโดเลยหัวเข่ามาตั้งนานแล้ว งานการในแปลงผักหลังบ้านยังไม่ได้ถอนหญ้าสักต้น แบบนี้ตระกูลจางคงได้อดตายกันพอดี!" เสียงแหลมสูงบาดหูของแม่เฒ่าหลี่ดังแว่วมาจากรั้วไม้ไผ่สานผุๆ หน้ากระท่อมซอมซ่อ พร้อมกับเสียงเคาะไม้กวาดกระทบพื้นดินดังปอนๆ อย่างจงใจสร้างความรำคาญ หญิงชราเพื่อนบ้านผู้มีใบหน้าย่นยู่ราวกับผลไม้ตากแห้งคนนี้ จ้องหาเรื่องบ้านของเธอไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้กำมะลอในบ้านหลังนี้ เหมยลี่ขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบกวาดสำรวจสภาพรอบกาย กระท่อมหลังนี้มีขนาดไม่ถึงยี่สิบตารางเมตร ฝาผนังทำจากดินผสมฟางที่เริ่มกะเทาะร่อนจนเห็นโครงไม้ไผ่ด้านใน โต๊ะไม้เก่าๆ มีกาน้ำชาบิ่นๆ วางอยู่ตัวเดียว มุมห้องมีกองฟางที่ใช้ต่างเตียงนอน ลมหนาวปลายฤดูพัดลอดตามรอยแตกของผนังเข้ามาจนผิวเนื้อเย็นเยียบ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว ไม่ใช่ความหนาวเหน็บหรือเสียงแผดด่าของแม่เฒ่าหลี่ภายนอก... แต่มันคือหน้าจอแสงสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้าต่างหาก *[ระบบสวนสวรรค์ระดับตำนาน เปิดใช้งานสำเร็จ]* *[เจ้าของร่าง: เหมยลี่]* *[ระดับมิติปัจจุบัน: ขั้นพื้นฐาน (0/100 EXP)]* *[คลังแสงสวรรค์: เมล็ดพันธุ์ผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียม (ปลดล็อกแล้ว), น้ำพุวิญญาณฟื้นฟูสภาพดิน (1 ขวดเล็ก)]* ริมฝีปากบางของเหมยลี่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ใบซีดเซียวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น ในโลกก่อนเธอเป็นถึงนักวิจัยเกษตรอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญเรื่องพืชพรรณออร์แกนิกและการตลาดออนไลน์ แต่เพราะถูกเพื่อนร่วมงานหักหลังและขโมยผลงาน เธอถึงต้องมาจบชีวิตลงในห้องทดลอง ทว่าสวรรค์คงตาถึง เลยส่งเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันในยุคชนบทที่กำลังขัดสน พร้อมกับ "ระบบ" ที่โกงยิ่งกว่าปลูกผักกินเองเสียอีก "แม่เฒ่าหลี่เจ้าคะ เสียงเห่าหอนแต่เช้าตรู่เช่นนี้ ระวังน้ำลายจะกระเด็นเข้าปากจนท้องร่วงเอานะคะ" เหมยลี่เอ่ยกลั้วหัวเราะ เสียงใสแต่เยียบเย็นดังทะลุประตูไม้บางๆ ออกไป ข้างนอกเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวจะดังลั่นยิ่งกว่าเดิม "นัง... นังสะใภ้ไร้ค่า กล้าดียังไงมาว่าฉันเห่าหอน! แกมันก็แค่ตัวกินข้าวสุกที่สามีเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาซื้อไว้ หาประโยชน์อันใดไม่ได้ ผักในแปลงก็เหี่ยวเฉาใกล้ตาย มียางอายเสียบ้างเถอะ!" เหมยลี่ไม่ใส่ใจเสียงเห่าหอนนั้นอีก เธอเดินไปที่หน้าต่างไม้ผุๆ ผลักมันออกเพื่อให้แสงแดดอุ่นยามสายสาดส่องเข้ามา สูดกลิ่นอายความสดชื่นของดินฟ้าอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ สายตาคมกวาดมองแปลงผักหลังบ้านที่แห้งแล้งตามคำกล่าวหาของอีกฝ่ายจริงๆ ดินตรงนั้นแห้งกรังเป็นสีเทา รากผักกาดขาวที่ปลูกไว้ก่อนหน้ากำลังใบเหลืองเหี่ยวเฉาใกล้ตายราวกับขาดน้ำมาแรมเดือน *“หึ แปลงผักแห้งแล้งงั้นหรือ... คงต้องลองของวิเศษในระบบเสียหน่อยแล้ว”* เหมยลี่คิดในใจ มือเรียวแตะเบาๆ ที่หน้าจอโปร่งแสง เลือกเมนู [น้ำพุวิญญาณฟื้นฟูสภาพดิน] ทันใดนั้น ขวดแก้วใสขนาดเท่าฝ่ามือบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตเรืองแสงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายใบหญ้าหลังฝนตกฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมทันที แค่เพียงสูดดมคราเดียว ความเหนื่อยล้าในร่างกายก็มลายหายไปจนสิ้น เธอเดินย่างสามขุมออกจากกระท่อมด้วยท่าทีสง่างามราวกับเดินอยู่บนรันเวย์ ไม่ใช่หญิงสาวชาวนาที่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไป แม่เฒ่าหลี่ที่ยืนเท้าสะเอวรออยู่หน้าบ้านถึงกับชะงักอ้าปากค้าง เมื่อเห็นแววตาของเหมยลี่ที่มองมา มันไม่ใช่แววตาหวาดกลัวหรือขลาดเขินเช่นเคย แต่เป็นสายตานิ่งสงบ เยືือกเย็น และทรงอำนาจประหลาด จนคนแก่กว่าเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แก... แกมองอะไรวะนังบ้า!" แม่เฒ่าหลี่ละล่ำละลักตวาดกลบเกลื่อนความกลัว "มองสุนัขที่กำลังร้อนตัวแถวรั้วบ้านคนอื่นมั้งคะ" เหมยลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูก "แปลงผักของฉันจะตายหรือจะรอด มันก็เรื่องของฉัน ไม่ทราบว่าไปหนักส่วนไหนของตระกูลท่านหรือคะ หรือว่าแปลงผักบ้านท่านมันสมบูรณ์เสียจนต้องมาอิจฉาแปลงผักรกร้างของบ้านฉัน?" "แก! ปากกล้าขึ้นนะนังเด็กนี่! ฝ่ายสามีแกส่งจดหมายบอกหรือยังล่ะว่าไปเป็นทหารรับจ้างเกณฑ์แล้วไม่กลับมาตายซากที่ไหน ป่านนี้คงทิ้งให้แกเป็นม่ายขันหมากอดความยากจนตายคาซากกระท่อมนี้แน่!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องด้วยความแค้นเคือง หยิบยกเรื่องสามีของเธอมาขยี้ รอยยิ้มบนมุมปากของเหมยลี่จางหายไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลง จางหย่งเหอ สามีตามนิตินัยที่ถูกส่งมาแต่งงานด้วย แม้ในความทรงจำของร่างนี้เขาจะเป็นแค่ชายหนุ่มรูปงามที่ร่างกายอ่อนแอและถูกขับไล่ออกจากตระกูลใหญ่เพราะความขัดแย้งเรื่องมรดก จนต้องมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกันดารแห่งนี้ก่อนจะหายตัวเข้ากลีบเมฆไปเกณฑ์ทหาร แต่เธอกลับสัมผัสได้ลางๆ ว่า... สามีคนนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ใครๆ คิด ก่อนที่เหมยลี่จะได้ตอกกลับแม่เฒ่าหลี่ให้หงายเงิบด้วยวาทศิลป์ขั้นเทพ จู่ๆ ลมพายุหมุนลูกเล็กก็พัดกรรโชกเข้ามากลางลานบ้านอย่างไร้สาเหตุ ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนทุกคนต้องยกแขนขึ้นป้องหน้า ทว่าสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา กลับไม่ใช่เศษใบไม้แห้ง ม้าศึกสีดำสนิทขนเป็นมันเงางามราวกับผ้าแพรชั้นดี ยืนตระหง่านอยู่หน้าลานบ้าน ร่างกายกำยำสมส่วนส่งกลิ่นอายความดุดันและสูงส่งที่ไม่อาจหาได้ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ บนหลังม้ามีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งสวมชุดคลุมสีดำปักดิ้นเงินลายเมฆา ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลัก สันจมูกโด่งเป็นคม ริมฝีปากหยักลึกไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับกวาดมองตรงมาที่เหมยลี่ด้วยประกายความลุ่มหลงระคนห่วงใยที่ร้อนแรงจนแทบแผดเผา แม่เฒ่าหลี่อ้าปากค้าง ตาเหลือกค้างจนแทบถลอกจากเบ้า เมื่อจำได้ว่าบุรุษผู้สูงศักดิ์ผู้นี้คือใคร... จางหย่งเหอ สามีที่นางเพิ่งแช่งให้ตายซากไปเมื่อครู่นี้! และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ในมือหนาของชายหนุ่มไม่ได้ถือดาบหรือคันธนูแบบทหารทั่วไป แต่เขากำลังถือถุงผ้าไหมปักลายประณีตบรรจง ซึ่งส่งกลิ่นหอมหวลของ "โสมป่าอายุร้อยปี" และห่อขนมเปี๊ยะไส้น้ำตาลทรายแดงราคาแพงหูฉี่จากร้านดังในเมืองหลวง หย่งเหอก้าวลงจากหลังม้าอย่างเชื่องช้า ขายาวก้าวผ่านหน้าแม่เฒ่าหลี่ไปราวนางเป็นเพียงอากาศธาตุ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าเหมยลี่ ดวงตาคมกริมทอดมองภรรยาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกังวลระคนเอ็นดู ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปหยิบเศษฟางออกจากเส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม "ภรรยาข้า... ข้ากลับมาแล้ว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ย1แพร่วเบา แต่ทรงพลังสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ใครบังอาจทำให้เจ้าขมวดคิ้วแต่เช้า บอกสามีผู้นี้มา... ข้าจะถอนรากถอนโคนมันให้สิ้นซาก" เหมยลี่กะพริบตาปริบๆ มองสามีสายเปย์ที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานเข้ามาเปิดโหมดคลั่งรักกลางลานบ้าน พร้อมกับถุงเงินและสมุนไพรล้ำค่าในมือ ท่ามกลางสีหน้าซีดเผือดราวกับศพของแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังยืนตัวสั่นงันท่ามกลางลมหนาว ...ดูท่าว่าชีวิตสโลว์ไลฟ์ปลูกผักของเธอ คงจะสงบสุขเกินไปเสียแล้วกระมั้ง? -------------------------------------------------------------- *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่สวนสวรรค์แห่งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!*
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือใหม่กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักผักออร์แกนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%