“คุณเรียกนี่ว่า ‘การรีโนเวท’ หรือเรียก ‘การฆาตกรรม’ รสนิยมคนไข้กันคะ คุณสถาปนิก?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคมมีดของคิรากรดังก้องไปทั่วห้องทำงานขนาดกว้างที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลสุดโต่ง ธามหยุดมือที่กำลังจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊ค เขาสบตาหญิงสาวตรงหน้าผ่านกรอบแว่นสายตา นิ่ง... สุขุม... และเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“มันคือ ‘ฟังก์ชันการใช้งาน’ ที่ลงตัวที่สุดสำหรับร้านอาหารของคุณ คิรากร” ธามตอบกลับเสียงเรียบ พลางผายมือไปยังม้วนกระดาษพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะ “พื้นที่ครัวถูกจัดสรรใหม่เพื่อให้โฟลว์การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมไม่ได้ขายงานศิลปะที่ใช้งานไม่ได้ ผมขายความคุ้มค่าที่จับต้องได้”
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอโน้มตัวลงมาบนโต๊ะทำงานของเขาจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นเปลือกไม้ผสมซิตรัสปะทะเข้ากับจมูกของธามอย่างจัง ก่อนที่มือเรียวสวยของเชฟสาวจะคว้าเอาม้วนกระดาษพิมพ์เขียวชิ้นนั้นขึ้นมา
“ประสิทธิภาพ? คุณกั้นผนังปิดกั้นความรู้สึกของเชฟกับลูกค้าเพียงเพื่อ ‘โฟลว์’ งั้นเหรอ?” คิรากรขยำม้วนกระดาษนั้นในมือจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาเขา “นี่ไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่งที่คุณจะมาตีตารางสี่เหลี่ยมใส่ชีวิตลงไปได้นะธาม นี่คือชีวิตของฉัน และถ้าพิมพ์เขียวชิ้นนี้คือขีดจำกัดที่คุณมี... ก็เก็บใส่ถังขยะไปเถอะค่ะ”
เธอกางเศษกระดาษที่ขาดวิ่นออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานที่เคยสะอาดสะอ้านของเขา เศษกระดาษเหล่านั้นร่วงหล่นกระจัดกระจายราวกับหิมะที่ทำลายความเงียบสงบในใจของสถาปนิกหนุ่ม ธามไม่ได้โกรธจนสติแตก แต่ความนิ่งของเขาคือภูเขาไฟที่รอวันปะทุ
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าทำให้เขาดูคุกคามโดยไม่ต้องออกแรง “ผมใช้เวลาสามสัปดาห์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและการเคลื่อนไหวของคุณ เพื่อให้ได้แบบแปลนที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ ที่สุด แต่คุณกลับตัดสินมันด้วยอารมณ์ชั่ววูบเพราะมันไม่ได้ดั่งใจคุณแค่เรื่องเดียว”
“อารมณ์ชั่ววูบเหรอคะ?” คิรากรสาวเท้าเข้าหาเขาจนแผ่นหลังของธามชิดขอบโต๊ะ “ถ้าคุณไม่ได้สนิทกับคุณรินรดาจนเขาฝากฝังคุณมา คุณคิดว่าฉันจะยอมเสียเวลามองหน้าคนอีโก้สูงอย่างคุณตั้งแต่วันแรกหรือไง!”
คำว่า ‘รินรดา’ ทำให้คิ้วเข้มของธามกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ชอบใจนักที่ต้องถูกเปรียบเทียบหรือถูกผูกมัดกับใครเพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ภาพลักษณ์ของเขามันค้ำคอเกินกว่าจะแสดงความหงุดหงิดออกมาให้เห็น
“รินรดาหวังดีกับร้านของคุณ” ธามกดเสียงต่ำ “ส่วนผม... ก็หวังดีกับอาชีพการงานของผมที่ต้องมาเสียเวลากับเชฟที่เอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้งแบบคุณ”
“ปากดีจังนะคะ” คิรากรเหยียดยิ้มพลางเขย่งเท้าขึ้นไปกระซิบข้างใบหูของเขา “ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่ลองมาทำอาหารในครัวดูบ้างล่ะ เผื่อวันนั้นคุณจะได้เลิกวาดผังบ้านแบบเย็นชาเหมือนก้อนหินสักที”
ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอทำเอาธามชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่เขาเกลียดตัวเองเหลือเกินที่เผลอไผลไปกับสัมผัสใกล้ชิดนี้ แต่ก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต
“อุ๊ย! ขอโทษทีนะคะ ขัดจังหวะอะไรกันหรือเปล่า?”
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยของรินรดาทำลายบรรยากาศที่กำลังคุกรุ่นจนกลายเป็นความอึดอัดที่ชวนหายใจไม่ออก หญิงสาวเจ้าของร่างระหงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะหวังดี แต่ดวงตาคู่นั้นกลับกวาดมองเศษกระดาษบนพื้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ดูเหมือนว่างานรีโนเวทครั้งนี้จะมีความเห็นไม่ตรงกันสินะคะ?” รินรดาเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ คิรากร ก่อนจะหันไปสบตาธามด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคนนอกจะเข้าใจ “ธามคะ... รินว่าบางทีการบังคับให้เขาเปลี่ยนมันก็ยากนะ แต่ถ้าอยากให้งานเดินหน้า... เราอาจจะต้องใช้วิธีที่ ‘รุนแรง’ กว่านี้สักหน่อย”
คิรากรแค่นเสียงหัวเราะในลำคอขณะกอดอกมองคู่สนทนา “รุนแรงงั้นเหรอคะ? เชิญเลยค่ะ... เพราะถ้าจะให้ฉันรับงานที่ไม่มีหัวใจแบบนี้ ต่อให้คุณเอาปืนมาจ่อหัว ฉันก็ไม่มีวันยอมเซ็นชื่อลงในสัญญานี้เด็ดขาด”
ธามจ้องมองไปที่คิรากร แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชา กลายเป็นความมุ่งมั่นที่น่ากลัว... เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมา ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเชฟสาวด้วยสายตาที่ทำให้เธอต้องชะงัก
“ถ้าคุณคิดว่างานของผมไร้หัวใจล่ะก็... งั้นเรามาทำสัญญากันใหม่” ธามขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน “ผมจะรื้อผังร้านใหม่ทั้งหมดตามใจคุณภายในเจ็ดวัน แต่ถ้างานออกมาแล้วลูกค้าประทับใจจนยอดขายพุ่งสูงขึ้น... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของผมหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร?” คิรากรถามเสียงสั่น แม้จะพยายามคุมเชิง แต่แววตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่มากกว่าความท้าทาย
“เงื่อนไขที่ว่า... ต่อจากนี้ไป คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของผม... แม้แต่เรื่องเดียว”
รินรดายืนนิ่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวพร้อมกับปิดประตูห้องทำงานลงเงียบๆ ทิ้งให้คนทั้งสองยืนสบตากันในระยะประชิด โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเกมเดิมพันครั้งนี้... มันไม่ได้เริ่มต้นที่พิมพ์เขียวอีกต่อไป แต่มันเริ่มที่ใจของทั้งคู่ที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนของคู่นี้ในตอนแรกนะคะ หวังว่าความแสบของคิรากรและความปากหนักของธามจะทำให้ทุกคนวางไม่ลงค่ะ!
สถาปนิกปากแข็งกับเชฟหนุ่มสายสาดอารมณ์•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ถูกใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแข็งกับเชฟหนุ่มสายสาดอารมณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
