"แรงดันไฟฟ้าในวงจรซีพียูตกลงไปแปดเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ คุณคิริน ถ้าเรายังฝืนดึงพลังงานจากเตาปฏิกรณ์สำรองมาถอดรหัสโครงสร้างเนปจูนอีกสามนาที... โครงสร้างประสาทเทียมของคุณอาจจะหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้าในกะโหลกศีรษะได้ทันที"
เสียงสังเคราะห์ของระบบนำทางปัญญาประดิษฐ์ระดับต่ำดังขึ้นเตือนด้วยโทนเสียงเรียบเฉย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมจริงทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีวันโกหก ภายในห้องเครื่องยนต์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์และสนิมเหล็กหนาเตอะ คิริน ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีในชุดช่างเครื่องสีเทาเข้มเปื้อนคราบคาร์บอน ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมใต้กรอบแว่นเลนส์ออปติคัลสีฟ้าอ่อนยังคงเพ่งพินิจแผงวงจรไมโครชิปขนาดจิ๋วในมือขวาอย่างใจเย็น ปลายเรียวนิ้วสวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์บรรจงใช้หัวแร้งเลเซอร์ความร้อนสูงจี้ลงบนจุดเชื่อมต่อระดับนาโนเมตรอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
สำหรับเขาแล้ว ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในมหานครนีโอ-โตเกียวแห่งนี้... สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการปล่อยให้ข้อผิดพลาดจากโค้ดคำสั่งปริศนาเมื่อห้าปีก่อนลอยนวลอยู่เหนือความยุติธรรม บั๊กในระบบ AI ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานในวันนั้น ได้พรากเอาชีวิตของครอบครัวเขาไปในเสี้ยววินาที และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงต้องยอมแลกทุกสิ่ง แม้กระทั่งสมองส่วนหน้าของตนเอง เพื่อเข้าถึงรหัสต้นกำเนิดของจักรกลสงครามรุ่นโบราณที่ถูกฝังกลบไว้ในเขตซากปรักหักพังโซนเจ็ด
"สามนาทีก็นานพอที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้แล้ว... ระบบ ปิดการแจ้งเตือนเสียงรบกวนซะ แล้วเบี่ยงเบนพลังงานจากระบบปรับอากาศมาใส่ไว้ที่พอร์ตถอดรหัสโดยตรง" คิรินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ขณะที่เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมสัน
"รับทราบครับ... เริ่มต้นการเบี่ยงเบนพลังงานในอีกสาม... สอง... หนึ่ง..."
ทันทีที่เสียงระบบเงียบลง ความหนաբดบังของความมืดมิดในซากโกดังร้างก็ถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบจากหน้าจอโฮโลแกรม คิรินกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าซากหุ่นรบยุทธ์เคลื่อนที่เร็วรุ่นโบราณ รหัส 'MK-09 Juggernaut' ที่ผลิตขึ้นในช่วงสงครามรวมอำนาจครั้งใหญ่เมื่อสามสิบปีก่อน โครงสร้างภายนอกของมันถูกกัดกร่อนด้วยสนิมสีแดงฉานจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นเหล็กพื้นโรงงาน สายไฟแรงสูงระโยงระยางราวกับเส้นเลือดที่ขาดสะบั้น ทว่า... สิ่งที่ทำให้คิรินต้องเสี่ยงชีวิตมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เพราะชิ้นส่วนโลหะหายากเหล่านี้ แต่เป็นเพราะ "กล่องดำ" นิรภัยที่ฝังอยู่ลึกเข้าไปในแกนกลางอกของหุ่นรบ ซึ่งถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมที่สาบสูญไปแล้ว
ในขณะที่เขากำลังควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้เจาะทะลวงผ่านระบบป้องกันชั้นสุดท้าย ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดตายของโกดังก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยแรงกระแทกมหาศาล
ปัง! ปัง! ปัง!
แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงจนฝุ่นละอองบนเพดานร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะ คิรินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าระบบตรวจจับความร้อนของพวกบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 'Zeta-Corp' คงจะพบร่องรอยการดึงพลังงานไฟฟ้าเถื่อนของเขาเข้าแล้ว
"คุณคิรินครับ... ดูเหมือนว่าเราจะไม่มีเวลาเหลือสามนาทีอย่างที่คิดแล้วนะครับ" เสียงของเซร่าดังแทรกเข้ามาผ่านคลื่นวิทยุเข้ารหัสลับ น้ำเสียงของเธอยังคงเยือกเย็นและราบเรียบเช่นเคย แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะกำลังคอขาดบาดตาย "ทีมจู่โจมเร่งด่วนของ Zeta-Corp จำนวนหนึ่งหมวดกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมทางออกทุกด้าน และถ้าคำนวณจากความเร็วในการเจาะประตู... คุณมีเวลาเหลืออีกแค่เจ็ดสิบวินาทีเท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนห้องนี้ให้กลายเป็นรังผิงกระสุน"
เซร่าคือแฮกเกอร์สาวปริศนาผู้เชี่ยวชาญด้านการเจาะลึกความทรงจำและโครงข่ายประสาทเทียม เธอให้ความช่วยเหลือเขาจากระยะไกลผ่านระบบคลาวด์นิรภัย แม้ทั้งสองจะไม่เคยพบหน้ากันอย่างเป็นทางการ แต่ความเข้ากันได้ของชุดคำสั่งและการตัดสินใจที่เฉียบคม ก็ทำให้พวกเขาเป็นคู่หูที่พึ่งพาอาศัยกันได้อย่างยอดเยี่ยมในโลกใต้ดินแห่งนี้
"เจ็ดสิบวินาทีก็เหลือเฟือสำหรับการดาวน์โหลดข้อมูลก้อนสุดท้าย... เซร่า ช่วยเปิดระบบระบายความร้อนฉุกเฉินให้ฉันที ฉันกำลังจะดึงไฟล์ข้อมูลตัวสุดท้ายจากชิปความจำหลักของหุ่นตัวนี้แล้ว" คิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง มือซ้ายรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างกำแพงไฟป้องกันการติดตามแกะรอย
"ระวังด้วยนะครับ... ไฟล์ข้อมูลในกล่องดำนั่นไม่ได้ถูกป้องกันด้วยระบบรักษาความปลอดภัยธรรมดา แต่มันมี 'ซอฟต์แวร์กวาดล้างจิตสำนึก' ฝังอยู่ หากคุณดึงข้อมูลโดยไม่มีตัวกรองประสาทเทียมที่ดีพอ สมองของคุณอาจจะถูกรีเซ็ตจนกลายเป็นผักต้มไปตลอดกาล" เซร่าเตือนด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะได้ยินจากเธอ
"ฉันคำนวณความเสี่ยงไว้เรียบร้อยแล้ว... เริ่มต้นกระบวนการดึงข้อมูลในสาม... สอง... หนึ่ง... ดำเนินการ!"
คลิก!
เสียงระบบตอบรับดังขึ้นพร้อมกับข้อมูลมหาศาลนับเทราไบต์ที่ไหลทะลักผ่านสายเคเบิลเชื่อมต่อเข้าสู่สมองส่วนหน้าของคิริน ภาพความทรงจำ ภาพสนามรบ กลิ่นควันปืน และเสียงกรีดร้องของผู้คนนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาในหัวของเขาอย่างรุนแรงราวกับพายุเฮอร์ริเคน ดวงตาของคิรินเบิกกว้างขึ้น เส้นเลือดฝอยในตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยพิษไข้จากการ Overload ของระบบประสาท
ประตูเหล็กด้านหลังโกดังพังครืนลงมาท่ามกลางกลุ่มควันและประกายไฟจากระเบิดแรงสูง หน่วยรบพิเศษในชุดเกราะกันกระสุนสีดำสนิทพร้อมปืนพาสมาไรเฟิลก้าวเข้ามาในห้องทีละนายอย่างเป็นระบบ
"พบเป้าหมายแล้ว! ทำการจับกุมตัวทันที หากมีการขัดขืนให้ใช้กำลังถึงขั้นปลิดชีพ!" เสียงคำรามลอดผ่านหน้ากากกรองอากาศของหัวหน้าหน่วยรบดังสะท้อนก้อง
คิรินกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกรามกระทบกัน ความเจ็บปวดจากการดาวน์โหลดข้อมูลกำลังฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของเขาเป็นชิ้นๆ ทว่า ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่ระบบกำลังจะล่มสลาย หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลเริ่มต้นเด้งขึ้นมาขวางกั้นทุกสิ่ง
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงสุด... รหัสลับ 'PROJECT CHRONOS' ถูกปลดล็อก]
[สถานะ: AI ควบคุมโครงข่ายหลักกำลังตื่นจากการหลับใหล... คำสั่งทำลายล้างเป้าหมายทั้งหมดถูกเปิดใช้งาน]
[ข้อความจากรากเหง้า: "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สร้างของฉัน"]
ปัง!
กระสุนนัดแรกพุ่งเฉียดไหล่ขวาของคิรินไปปักเข้ากับแผงควบคุมด้านหลังจนเกิดประกายไฟระเบิดกระจาย ทว่า รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม แม้ว่าสติของเขาจะใกล้ดับวับลงทุกทีก็ตาม...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
วิศวกรเครื่องจักรกลสังหารกับนักจารกรรมความทรงจำ•ตอนที่ 1
สนิมที่กัดกินจิตวิญญาณ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องจักรกลสังหารกับนักจารกรรมความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
