"ถ้าโครงสร้างเสาหลักของห้องโถงแปดเหลี่ยมตรงนี้ ถูกลดขนาดลงเหลือเพียงส-ิบ-เซน-ติ-เมตร ตามที่วิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิเสนอมาดิฉันเกรงว่า... ประวัติศาสตร์ร้อยปีของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คงจะได้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพังพินาศในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอนค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่างระหงในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมตัดกับเสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำสนิท ก้าวออกมาหยุดยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดมหึมา ส้นสูงแหลมเปี๊ยบกระทบพื้นหินขัดเกิดเสียงก๊อกแก๊กจังหวะหนักแน่น สะท้อนความมั่นใจที่ล้นปรี่จนแทบจะหยดหยาดออกมาเป็นประกายไฟ
ธรณ์ธันย์ ขยับแว่นสายตาขอบโลหะสีเงินบนสันจมูกคมสันด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ สันกรามของวิศวกรหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เขาละสายตาจากแปลนพิมพ์เขียวในมือ ช้อนตาขึ้นมองสถาปนิกสาวตัวแสบที่กำลังแย่งซีนเขาตั้งแต่ลมหายใจแรกของการประชุมรอบตัดสิน
"คุณพิมพ์มาดาครับ... เอ่อ หมายถึง คุณพิมพ์มาดาคะ" ธรณ์เกือบเผลอหลุดปากเรียกสรรพนามชายหนุ่มตามความคุ้นเคยสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่แก้เกมทันเวลาด้วยการกระهامเสียงต่ำในลำคอ "การคำนวณโครงสร้างรับน้ำหนักของผมผ่านการทดสอบมาตรฐานสากลมาแล้วสามรอบ และผมรับรองความปลอดภัยด้วยใบประกอบวิชาชีพของผมเอง ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึกอินดี้ๆ แบบที่คุณชอบเอามาอ้างเพื่อแก้ตัวเวลาดีไซน์งานเกินงบ"
พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงแมวขู่ฟ่อแต่มีเสน่ห์เหลือร้าย เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุมตัวยาวที่ธรณ์นั่งอยู่โน้มตัวลงเล็กน้อย จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาลอยละليเข้าจมูกชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่สวยรandด้วยประกายเจ้าเล่ห์
"ใบประกอบวิชาชีพของคุณอาจจะการันตีความแข็งแรงของแท่งปูนได้นะคะคุณธรณ์ แต่การันตี 'รสนิยม' และ 'จิตวิญญาณ' ของงานสถาปัตยกรรมไม่ได้หรอกค่ะ เสาต้นนั้นไม่ใช่แค่เสารับน้ำหนัก แต่มันคือหัวใจของห้องโถงต้อนรับ ถ้าคุณทุบมันให้เหลือสิบเซนเพื่อความสะดวกในการคำนวณของคุณ ฉันเกรงว่าวิศวกรเทวดาอย่างคุณคงต้องไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์มาใหม่ตั้งแต่ระดับอนุบาล"
กรณ์ ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนตัวโยン ดวงตาพราวระยับมองเพื่อนสนิทสาวปะทะคารมกับวิศวกรหนุ่มสุดเนี๊ยบอย่างสนุกสนาน ขณะที่มินตรา ลูกค้าสาวเจ้าของพิพิธภัณฑ์และประธานคณะกรรมการคัดเลือกโปรเจกต์ นั่งกอดอกมองเกมจิตวิทยาตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก
"พอเถอะค่ะทั้งสองคน" มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจ "ที่เราเชิญคุณทั้งคู่มาในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อให้มาเปิดศึกวิวาห์ฟ้าแลบกลางห้องประชุมนะคะคุณธรณ์ คุณพิมพ์มาดา แต่เราต้องการ 'ทางออก' ที่ทำให้พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ยุคอาณานิคมแห่งนี้ รอดพ้นจากการทรุดตัวโดยที่ยังคงความงดงามทางสถาปัตยกรรมเอาไว้ได้"
ธรณ์นั่งหลังตรง แววตาดุจเหยี่ยวตวัดกลับไปมองสถาปนิกสาวที่ยังคงลอยหน้าลอยต ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัว "ผมยืนยันคำเดิมครับ ถ้าจะใช้ดีไซน์โค้งมนตามที่คุณพิมพ์มาดาต้องการ โครงสร้างเหล็กต้องร้อยผ่านแกนกลางเสา ซึ่งหมายถึงงบประมาณจะบานปลายไปอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ และผมไม่อนุญาตให้โปรเจกต์นี้มีความเสี่ยงเรื่องงบเด็ดขาด"
"เรื่องงบประมาณปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันกับทางบัญชีจัดการเองค่ะคุณวิศวกรจอมเฮี้ยบ หน้าที่ของคุณคือทำยังไงก็ได้ให้พิมพ์เขียวในฝันของฉันมันกลายเป็นความจริงโดยที่ตึกไม่ถล่มลงมาทับหัวคนดูซะก่อน" พิมพ์มาดาย้อนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของธรณ์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงคืบ จนธรณ์ได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์อ่อนๆ ของเธอ
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงถนัดตา เคมีที่ประทุระหว่างความเป๊ะแบบไร้รอยต่อของวิศวกรหนุ่ม กับความแหวกแนวไร้กรอบของสถาปนิกสาว ทำให้ทุกคนในห้องสัมผัสได้ถึงประกายไฟที่พร้อมจะลุกไหม้ได้ทุกเมื่อ
"ถ้าคุณดึงดันจะเอาตามแบบของคุณ..." ธรณ์กัดฟันกรอด โน้มตัวเข้าหาเธอช้าๆ จนระยะห่างลดลงไปอีก น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน "คืนนี้เราคงต้องเคลียร์กันยาว... นอกรอบ"
พิมพ์มาดาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวับหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเจ้าเล่ห์ดังเดิม มุมปากอิบอิ่มยกยิ้มท้าทาย "นัดเดตแรกในฐานะคู่ปรับเหรอคะ? ฟังดูน่าสนใจดีนี่คะคุณธรณ์..."
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านหลังห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ประตูบานไม้สักถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของชายหนุ่มปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าคมคายนั้นแย้มรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นมิตร แต่สายตาที่กวาดมองเข้ามาในห้องกลับหยุดนิ่งอยู่ที่พิมพ์มาดา
"ขอโทษที่มาสายครับทุกคน... พอดีผมบังเอิญเจอ 'ความลับ' บางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างเดิมของพิพิธภัณฑ์ ที่คิดว่าคุณสถาปนิกคนเก่งน่าจะอยากเห็นด้วยตาตัวเอง"
ธรณ์ชะงัก ชำเลืองมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาไหววับ ส่วนพิมพ์มาดาถึงกับหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อกวาดตามองซองเอกสารในมือของชายคนนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและจิกหมอนไปกับเคมีสุดแซ่บของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เหมยฮวาแรกแย้ม
เซฟชิฟต์หัวใจให้ยัยสถาปนิกปากแซ่บ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ไร้รอยต่อ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟชิฟต์หัวใจให้ยัยสถาปนิกปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!