หน้าจอมือถือสว่างวาบในความสลัวของห้องทำงาน ทว่าแสงสีฟ้าจากข้อความนั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเกาะกุมหัวใจ นทีหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อภาพเอกสารลับชุดเดียวกับที่เธอกำลังถืออยู่บนโต๊ะ ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอของพศิน—คู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ธันวามาตลอด
"เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะคะ ว่าไหมคุณช่างภาพ?"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้นทีสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำเอกสารในมือร่วงหล่น ธันวายืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... เขากลับดูนิ่งสงบ ราวกับล่วงรู้แผนการสกปรกนี้อยู่ก่อนแล้ว
นทีกัดริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดัน "คุณธันวา... คือฉัน..."
"เก็บคำแก้ตัวไว้ก่อนค่ะ" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยแตะจมูก เขาดึงเอกสารในมือเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะจัดการเรื่องนี้คนเดียวเหรอคะ ถึงได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเกมทุเรศๆ ของพศินแบบนี้"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ นะ!" นทีสวนกลับทันควัน ความดื้อรั้นในตัวพุ่งปรี๊ดขึ้นมากลบความกลัว "ฉันแค่อยากรู้ว่าพศินเอางานออกแบบของบริษัทไปได้ยังไง แล้วเอกสารชุดนี้มันก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ—"
"หลักฐานที่กำลังจะทำให้คุณตกเป็นแพะรับบาปนะเหรอ!" ธันวาตวาดเสียงต่ำ สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความโกรธเกรี้ยวที่มักถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมบัดนี้ระเบิดออกมาจนน่ากลัว "คุณคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังบู๊หรือไง นที! ถึงได้วิ่งเข้าหาอันตรายโดยไม่ห่วงหัวตัวเองเลยสักนิด!"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นธียืนจ้องหน้าเขา อกกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธและความน้อยใจที่ตีรวนขึ้นมาในอก คำพูดเฉือดเฉือนของเขามักจะทำร้ายความรู้สึกเธอได้เสมอ ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
"ใช่สิ! ฉันมันก็แค่คนนอก เป็นยัยช่างภาพปากจัดที่ไม่เคยรู้อะไรเลยนี่!" นทีแค่นหัวเราะออกมาทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งของเขาแรงๆ หนึ่งที "คุณอยากจะด่าว่าฉันโง่ยังไงก็เชิญเลยค่ะ! แต่จำไว้ว่าฉันไม่ได้ขอให้คุณมาเป็นห่วง!"
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวถอยหลัง ธันวาดึงเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกบางปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด นทีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำ
"เป็นห่วง..." ธันวาพึมพำเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือหน้าผากมน แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เธอมักจะไม่ค่อยได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ "คุณคิดว่าฉันโกรธที่คุณทำตัวอันตรายเหรอ... นที คุณไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่าทุกครั้งที่คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หัวใจฉันมันร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มแค่ไหน"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำให้นทีนิ่งงิ่งไป ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
ธันวาผ่อนลมหายใจยาว หลับตาลงชั่วพริบตาราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะเปิดเผยพื้นที่เปราะบางที่สุดในจิตใจให้เธอได้เห็น เขายอมปล่อยมือจากข้อมือเธอ แต่เปลี่ยนมาประคองไหล่บางทั้งสองข้างไว้แทน น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ยวบยาบลงจนคนฟังใจส้วมยวบตาม
"ผมเกลียดความรู้สึกนี้... เกลียดที่ตัวเองต้องมานั่งหวาดกลัวว่าวันหนึ่งคุณจะหายไป" ธันวาเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาเธอก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เขาเก็บงำไว้เป็นความลับมาเนิ่นนาน "คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องระวังตัวกับทุกเรื่อง ทำไมผมถึงกลายเป็นคนเจ้าระเบียบไร้หัวใจในสายตาคนอื่น..."
นทียืนนิ่ง ลืมความตึงเครียดเรื่องงานและพศินไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ฝ่ามือหนาซึ่งวางอยู่บนไหล่ของเธอ
"เมื่อก่อน... ผมเคยมีคนที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง" ธันวาเริ่มต้นเล่าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแตะก้นบึ้งของความเจ็บปวด "เธอเป็นช่างภาพเหมือนคุณนี่แหละ เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง สดใส และไม่เคยยอมแพ้ให้1กับอุปสรรคใดๆ เธอมักจะวิ่งไล่ตามความฝันด้วยความบ้าบิ่นแบบที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้เลย"
นทีเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกอิจฉาเล็กๆ ผสมกับความสงสารตีรวนอยู่ในอก
"ผมพยายามปกป้องเธอทุกวิถีทาง คอยเตือน คอยห้าม เพราะรู้ว่าโลกของความจริงมันโหดร้ายแค่ไหน" ธันวายิ้มเยาะให้กับตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยร่องรอยของอดีตที่ลบไม่ออก "แต่เธอกลับมองว่าผมเป็นพวกจอมบงการ น่าเบื่อ และขัดขวางอิสรภาพของเธอ... จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอดื้อรั้นออกไปทำข่าวในพื้นที่อันตรายโดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของผม..."
น้ำเสียงของธันวาขาดหายไปชั่วขณะ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก นทีเห็นสันกรามของเขากระตุกเกร็ง
"เธอไม่ได้กลับมาอีกเลย... อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากชีวิตเธอไปต่อหน้าต่อตาผม โดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง" ธันวาสบตาเธอนิ่ง หยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ในดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและมั่นคงเสมอ "นับตั้งแต่วันนั้น ผมก็สัญญาดลใจกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาในชีวิตเพื่อทำร้ายผมด้วยความสะเพร่าและความดื้อรั้นแบบนั้นอีก... จนกระทั่งคุณเดินเข้ามา"
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ นทียืนอึ้ง ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แบกรับความรู้สึกผิดและแผลเป็นในอดีตมาเนิ่นนานของผู้ชายตรงหน้า เพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่าทำไมเขาถึงต้องปากร้าย ทำไมเขาถึงต้องคอยกวนประสาทและทำตัวเจ้าระเบียบใส่เธอ... ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพราะเขาเกลียด แต่เป็นเพราะเขากลัวต่างหาก กลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกครั้ง
"ฉัน... ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นนะคะคุณธันวา" นทีเอ่ยเสียงแผ่วเบา มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสหลังมือหนาที่วางอยู่บนไหล่ของเธออย่างปลอบโยน ความเย็นเฉียบที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอ "ฉันอาจจะดื้อรั้น อาจจะปากจัด และไม่ยอมคน... แต่ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมทิ้งชีวิตตัวเองไปง่ายๆ หรอกค่ะ"
ธันวาก้มมองมือน้อยๆ ที่แตะอยู่บนมือของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานานนับปี เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกอย่างแนบแน่น ใบหน้าคมซบลงกับลาดไหล่มน สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่ช่วยเยียวยาแผลเป็นในใจของเขาให้บรรเทาลง
"อย่าทำแบบนี้อีกนะนที..." เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "อย่าทำให้ผมต้องกลัวที่จะสูญเสียใครไปอีกเลย..."
นธียกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่กระจายไปทั่วอก ไดอะล็อกและเสียงหยอกล้อกวนประสาทที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความหมาย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งนั้นเอง...
กริ๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงของพศินที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า โดยมีพนักงานหลายคนยืนออกันอยู่ด้านหลัง
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาสวีทหวานของคุณสองคนหรือเปล่าเนี่ย?" พศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะชูมือถือขึ้นสูง "พอดีผมแค่จะมาทวงเอกสารลับของบริษัทคืน... ในฐานะที่หลักฐานมัดตัว 'คนทรยศ' มันชัดเจนยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ซะอีก!"
ธันวผละออกจากร่างบางช้าๆ แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีด เขากวาดสายตามองพศินด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังรอขย้ำเหยื่อผู้โง่เขลา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครเสมือนจริงนี้นะคะ
--- ไวโอเล็ตการ์เด้น
เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด•ตอนที่ 21
เผยปมในใจ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยช่างภาพสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!