เสียงกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้กระทบกับความเงียบยามวิกาลดัง *แกร็บ* เบาๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมายังแปลงผักหลังบ้าน
หลินจื่อไม่ได้นอนตั้งแต่เที่ยงคืน ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนด้วยแววตานิ่งสงบแต่วาวโรจน์ นางนั่งพิงขอบหน้าต่างโดยมีจางอี้ สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลัง มือหนาของเขาบรรจงนวดคลึงต้นขาให้นางอย่างเบามือเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้าจากการยืนขายของมาทั้งวัน ทว่าสายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกลับจับจ้องไปยังเงาดำสองร่างที่กำลังย่องเบาปีนรั้วไม้ไผ่เข้ามาในเขตบ้านอย่างระมัดระวัง
"พวกมันใจกล้าถึงขนาดบุกมาถึงแปลงผักกลางดึกเชียวหรือครับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของหลินจื่อ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านทำให้หัวใจของหญิงสาวอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง
"คนมีความโลภบังตาเสียจนไม่รู้จักคำว่าละอายแล้วครับ" หลินจื่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยัน "จำคำที่ข้าบอกเมื่อตอนกลางวันได้ไหมครับ ป้าสะใภ้หลิวบอกว่าผักตระกูลกวางตุ้งของบ้านเรางามจนน่าอิจฉา... นางคงไม่คิดจะมาขอซื้อดีๆ หรอกครับ แต่นางคงส่งคนสนิทมา 'เก็บเกี่ยว' ล่วงหน้าต่างหาก"
ร่างท้วมของอาเฉิน ลูกน้องคนสนิทของบ้านใหญ่กำลังย่อตัวย่องเข้าใกล้แปลงผักกวางตุ้งป่าที่หลินจื่อแอบรดด้วยน้ำทิพย์จากมิติลับจนใบเขียวขจีอวบอิ่มส่งกลิ่นหอมจางๆ ลอยตามลม อาเฉินกวาดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะลงมือถอนผักต้นอวบขึ้นมาอย่างตะกละตะกลาม มือหยาบกร้านยัดผักใส่กระสอบผ้าใบที่เตรียมมาอย่างรีบร้อน โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าทุกๆ การกระทำของตนตกอยู่ภายใต้สายตาของเจ้าของบ้านที่ยืนมองจากมุมมืด
"ปล่อยให้มันขนไปสักหน่อยดีไหมครับ" จางอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับฉายแววเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ผมออกไปหักขาพวกมันสักข้างสองข้างดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเหยียบย่ำพื้นที่ของเราอีก"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับ สามีของฉัน" หลินจื่อเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือหนาของสามี ลูบเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "การใช้กำลังแก้ปัญหาเป็นวิธีของคนไร้ปัญญาครับ... ยิ่งกว่านั้น ของที่พวกมันกำลังขโมยไปในตอนนี้ ไม่ใช่ผักธรรมดาหรอกนะครับ"
จางอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "หมายความว่าอย่างไรครับ?"
"ผักแปลงนั้น... ฉันเพิ่งผสมปุ๋ยสูตรพิเศษเข้าไปเมื่อตอนเย็นครับ" หลินจื่อหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแสบสันที่ทำเอาคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "มันเป็นปุ๋ยสมุนไพรขับพิษอย่างแรงครับ ใครก็ตามที่กินเข้าไป จะมีอาการปวดท้อง ท้องเสียอย่างรุนแรง และที่สำคัญที่สุดคือ... จะทำให้ผิวหนังมีผื่นแดงคันคะเยอไปสามวันสามคืน ล้างไม่ออกจากตัวเลยล่ะครับ"
รอยยิ้มของภรรยาทำให้จางอี้ถึงกับมุมกระตุก เขาตระหนักได้ทันทีว่าภรรยาตัวน้อยของเขานั้นร้ายกาจเพียงใด นางไม่เพียงแต่ไม่โกรธที่ถูกขโมยของ แต่กลับวางแผนตลบหลังได้อย่างเจ็บแสบและแยบยลยิ่งนัก
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง อาเฉินแบกกระสอบผักน้ำหนักเกือบยั่วน้ำลายหนีหายออกไปทางกำแพงเดิมอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายเล็กน้อยและกลิ่นอายดินชื้นยามดึก
หลินจื่อลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจางอี้ "เอาล่ะครับ แผนขั้นแรกสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้เช้า... เราไปเยี่ยมบ้านป้าสะใภ้กันหน่อยดีกว่าครับ ไปดูซิว่าผักมื้อแรกของนางจะอร่อยจนต้องร้องขอชีวิตเลยหรือไม่"
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องกระทบหลังคาบ้านเรือนในหมู่บ้าน หลินจื่อตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับเปิดร้านในตลาด ทว่าเช้าวันนี้มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากบ้านของป้าสะใภ้หลิวที่อยู่ถัดไปสามหลังคาเรือน เสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นจนชาวบ้านต่างพากันวิ่งไปมุงดูด้วยความตื่นตระหนก
หลินจื่อกับจางอี้เดินถือตะกร้าผักก้าวออกมาจากบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งสองเดินตามกลุ่มชาวบ้านไปยังหน้าบ้านของป้าสะใภ้หลิว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือป้าสะใภ้นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นดิน ใบหน้าบวมเป่งและเต็มไปด้วยผื่นแดงเม็ดตุ่มขึ้นเต็มไปหมด นางส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความทรมานจากการปวดท้องอย่างรุนแรง ข้างกายมีอาเฉินที่อาการหนักไม่แพ้กันกำลังนอนกุมท้องร้องโودยครวญอยู่เช่นกัน
"โอ๊ย... เจ็บเหลือเกิน! ใครก็ได้ ช่วยฉันด้วย!" ป้าสะใภ้หลิวแผดเสียงร้องลั่น นางเหลือบไปเห็นหลินจื่อเดินเข้ามาในกลุ่มผู้มุงดูพอดี ดวงตาฝ้าฟางด้วยความเจ็บปวดเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้นทันที นางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาชี้หน้าหลินจื่อ "นัง... นังเด็กสารเลว! แก... แกใส่ยาพิษอะไรในผัก!"
สิ้นเสียงของป้าสะใภ้หลิว บริเวณหน้าบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ชาวบ้านต่างหันขวับมามองหน้ากันด้วยความตกใจ
หลินจื่อกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นตกอกตกใจยกมือขึ้นทาบอก นางเอียงคอมองป้าสะใภ้ด้วยแววตาซื่อใสไร้เดียงสาอย่างยิ่งยวด
"ป้าสะใภ้พูดเรื่องอะไรหรือครับ? ผักอะไรกัน?" หลินจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด "เมื่อคืนผักในสวนของฉันถูกขโมยไปตั้งครึ่งแปลง ฉันยังเสียใจแทบแย่ที่ต้องสูญเสียผักที่ปลูกด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย... หรือว่า... หรือว่าผักที่ป้าสะใภ้พูดถึง คือผักที่ขโมยมาจากบ้านของฉันเมื่อคืนกันล่ะครับ?"
คำพูดของหลินจื่อเปรียบเสมือนค้อนเหล็กอันใหญ่ที่ทุบลงกลางศีรษะของป้าสะใภ้หลิวจนหน้าชาวาบ ชาวบ้านรอบข้างเริ่มส่งเสียงฮือฮากระซิบกระซาบกันด้วยสายตาดìดูถูกเหยียดหยาม การยอมรับว่าตนเองกินผักที่ขโมยมาเท่ากับการประจานความโลภและความชั่วช้าของตนเองต่อหน้าธารกำนัล
ป้าสะใภ้หลิวหน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เค้นคำพูดไม่ออกเพราะความเจ็บปวดและอาการจุกเสียดที่แล่นพล่านไปทั่วท้อง
จางอี้ก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามน่าเกรงขามออกมาจนทุกคนต้องถอยหลังไปคนละก้าว น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี
"การลักทรัพย์เป็นความผิดทางกฎหมายนะครับป้าสะใภ้ หากท่านยังกล่าวหาภรรยาของผมโดยไม่มีหลักฐานระวังจะโดนข้อหาหมิ่นประมาทเพิ่มอีกกระทง... ส่วนอาการป่วยของพวกท่าน คงเป็นบทลงโทษจากสวรรค์ที่ลงทัณฑ์คนโลภไม่รู้จักพอมากกว่ากระมังครับ"
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อื้ออึงของชาวบ้านและความเจ็บปวดเจียนตายของป้าสะใภ้ หลินจื่อแอบอมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นางหันหลังกลับเตรียมจะเดินไปเปิดร้านขายของในตลาดตามปกติ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งก็ก้าวแหวกฝูงชนเข้ามา
"ขอโทษนะครับ... ใครคือเจ้าของแปลงผัก organic หลังบ้านที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วตลาดมืดเมื่อวานนี้?" เจ้าหน้าที่หนุ่มกวาดสายตามองหาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ท่านผู้ว่าการมณฑลชิมอาหารจากร้านของพวกท่านแล้วติดใจ... และตอนนี้ ท่านกำลังรอพบ 'เชฟลับ' ผู้ปรุงอาหารจานนั้นด้วยตนเองครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินจื่อและจางอี้มา ณ ที่นี้นะครับ
- ใบชาหอมหมื่นลี้ -
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 7
กับดักของคนโลภ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!