“ถ้าโยนมาอีกครั้งเดียว... ฉันจะเอาปิ๊กกีตาร์อันนี้ดีดใส่หน้าคุณให้เป็นแผลเป็นเลยคอยดู!”
เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธดังลั่นห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวของคณะดุริยางค์ศาสตร์ มันไม่ใช่เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปบวกกับคู่กรณีได้ทุกเมื่อ หากอีกฝ่ายยังไม่หยุดพฤติกรรมกวนประสาทที่ดำเนินมาตลอดสิบนาทีเต็ม
เสียงหัวเราะทุ้งต่ำในลำคอดังรับอย่างไม่ยี่หสอ กรณ์ ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทที่ขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น ยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะมิกเซอร์ สายตาสีเข้มมองร่างบางของรุ่นน้องปีหนึ่งที่กำลังยืนหายใจหอบกระเพื่อมด้วยความโมโห มือเรียวสวยกำคอเสื้อฮู้ดของตัวเองแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาว
บนพื้นห้อง... กีตาร์โปร่งทรง Dreadnought ยี่ห้อดังที่เพิ่งผ่านการจูนเสียงมาอย่างพิถีพิถัน นอนแอ้งแม้งอยู่ในสภาพที่ไม่มีวันเหมือนเดิม บอดี้ไม้ฮอกกานีราคาแพงมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับเส้นเลือดฝอยที่แตกออก สายกีตาร์เส้นที่หนึ่งและสองดีดสะบั้นหลุดลุ่ย ขดงอราวกับงูพิษที่เพิ่งถูกตัดหัว
มันคือเครื่องดนตรีคู่ใจที่พรีมใช้สอบปฏิบัติผ่านฉลุยมาทุกเทอม และตอนนี้... มันพังยับเยินต่อหน้าต่อตาเขา
“ระวังตัวไว้เถอะ ปิ๊กกีตาร์ของคุณอาจจะไม่มีวันได้ใช้ดีดสายไหนอีกเลยก็ได้นะ ถ้าคุณยังทำหน้าตายกวนบาทาใส่ฉันแบบนี้” พรีมก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ ดวงตากลมโตเป็นประกายดุดันไม่ได้มีความเกรงกลัวรุ่นพี่ปีสองแม้แต่น้อย
“เดินมาใกล้ขนาดนี้... ตั้งใจจะมาเคลียร์เรื่องกีตาร์ หรืออยากจะมาพิสูจน์ว่าปากกับฝีมือ อันไหนมันคมกว่ากันแน่ล่ะเด็กปีหนึ่ง”
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยจนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมสีน้ำตาลประกายทองของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกับกลิ่นบุหรี่มวนอ่อนปะทะเข้ากับปลายจมูกของพรีม ทำให้เธอต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหงุดหงิด
“นี่! อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะรุ่นพี่กรณ์! คุณเป็นคนปัดมันตกจากขาตั้งเองนะ! เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามือคุณสะดุด!”
“แล้วใครใช้ให้เธอเอามาวางไว้หมิ่นเหม่ริมขอบโต๊ะล่ะครับ หืม?” กรณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยความเย้าแหย่ที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า “ของราคาแพงแต่การจัดการสมองระดับอนุบาล... สมแล้วที่เป็นเด็กสายปฏิบัติการ ปากเก่งนำสมองไปไกลโข”
“คุณว่าใครนะ!” พรีมชี้หน้าคาดโทษ ดวงตารื้นไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจไม่ใช่ความอ่อนแอ เธอดูกีตาร์ตัวนั้นมาสามปี เก็บเงินค่าขนมทุกบาททุกสตางค์เพื่อซื้อมันมาครอบครอง แต่วันนี้กลับต้องมาพังเพราะความซุ่มซ่าม (ที่จงใจของ) ผู้ชายปากเสียตรงหน้า
“ก็ไม่ได้ระบุชื่อนี่ครับ ร้อนตัวทำไมล่ะ” กรณ์ยักไหล่ ท่าทีสบายๆ ของเขาช่างน่าหมั่นไส้เสียจนพรีมอยากจะคว้าขาไมค์ฟาดหัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก่อนที่สงครามขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงเปิดประตูก็ระเบิดดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“เฮ้ยๆๆๆ กลิ่นคุกมันคุๆ ว่ะเพื่อนรัก มึงไปทำอะไรน้องเขาร้องไห้วะไอ้กรณ์”
ธันวา มือกลองหนุ่มอารมณ์ดีประจำปีสองก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถุงชาไข่มุกในมือ ดวงตาเรียวรีมองสลับระหว่างร่างของพรีมที่กำลังกำหมัดแน่นกับกรณ์ที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอย่างสบายอารมณ์
“ฉันไม่ได้ร้องไห้เว้ยไอ้พี่ตัวประกอบ! ตาฉันแห้งเพราะลมแอร์ต่างหาก!” พรีมรีบหันไปแหวใส่ธันวาจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง ยกมือขึ้นยอมแพ้
“โอ้โห ดุเป็นหมาป่าเลยวะน้องพรีม สมชื่อยัยกีตาร์พังๆ เอ๊ย ยัยเด็กดุริยางค์ฯ จริงๆ” ธันวาหัวเราะร่วนก่อนจะหันไปสะกิดแขนเพื่อนสนิท “เฮ้ย มึงทำเกินไปเปล่าวะ นั่นกีตาร์คู่ชีพน้องเขานะเว้ย ได้ข่าวว่าใช้แข่งชนะระดับภูมิภาคมาด้วย”
“ก็แค่เศษไม้” กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับเหลือบมองเศษซากกีตาร์บนพื้นแวบหนึ่งโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตประกายไหววูบในดวงตาสีเข้มนั้น “เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่จบๆ ไป จะได้เลิกมองหน้าฉันเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อสักที”
“เงินซื้อความผูกพันไม่ได้หรอกนะรุ่นพี่!” พรีมแค่นหัวเราะ เสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ “กีตาร์ตัวนั้นฉันซ่อมมันมากับมือ ผ่านหยาดเหงื่อและน้ำตามาตั้งเท่าไหร่ คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าความรักในเสียงดนตรีมันมีค่ามากกว่าป้ายราคาบนห้างหน่ะ!”
พูดจบ พรีมก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นอย่างไร้การรักษาฟอร์ม มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปแตะเศษไม้ที่แตกหัก หยดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามกลั้นไว้ไหลร่วงลงมากระทบพื้นห้องซ้อมจนเกิดเสียงเบาหวิว
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน เขารู้ดีว่าพรีมรักดนตรีขนาดไหน และการทำลายกีตาร์ตัวนี้ก็เหมือนกับการทำลายความรู้สึกของเธอทางอ้อม แม้กรณ์จะปากร้ายและชอบแกล้งน้องปีหนึ่งคนนี้แค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วธันวารู้ว่าเพื่อนสนิทของตนไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น
กรณ์ยืนนิ่ง มองภาพหญิงสาวที่กำลังนั่งก้มหน้าไหล่สั่นไหวอยู่บนพื้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้าย มันไม่ใช่ความสะใจ แต่มันคือความหงุดหงิดที่มองเห็นน้ำตาของคนปากเก่งคนนี้
ร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังนั่งยอดคู้ ปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวหยุดตรงหน้าพรีม
“ลุกขึ้น” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งแกมบังคับ
“ไม่ต้องมายุ่ง!” พรีมเงยหน้าขึ้นมา ตาดองกลมโตแดงก่ำ รอยน้ำตายังเปื้อนอยู่บนแก้มเนียน แต่วี่แววความพยศยังคงฉายชัดเจน “จะสมเพชฉันหรือจะหัวเราะเยาะก็เชิญ! แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่จบแค่นี้แน่!”
“ใครบอกว่าจะหัวเราะเยาะ” กรณ์ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิทมาตลอด ยามนี้กลับอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาทีจนแทบสังเกตไม่เห็น มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมนุ่มเพื่อปลอบประโลมตามสัญชาตญาณ
“อย่ามาแตะตัวฉัน!” พรีมปัดมือเขาออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ!
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย แต่เขากลับไม่โกรธ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประโยคที่ทำเอาพรีมต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
“ถ้าอยากได้ตัวเดิมคืนนัก... ก็มาเป็นทาสรับใช้ฉันหนึ่งเดือนเต็ม แล้วฉันจะพากลับไปหาช่างทำกีตาร์มือหนึ่งในตำนานที่เกาะกระแสไม่ได้... สนใจข้อเสนอของฉันไหมล่ะครับ ยัยตัวแสบ”
พรีมจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นอย่างไม่เชื่อหู สมองประมวลผลคำพูดบ้าบอของรุ่นพี่ปีสองที่เพิ่งหลุดออกมา ทว่าก่อนที่เธอจะได้อ้าปากปฏิเสธข้อเสนอสุดบ้าคลั่งนั้น เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของรุ่นพี่ปีสามที่พรีมคุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวเข้ามา
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับท่าทางเครียดเชียว... หรือว่าน้องพรีมกำลังลำบากใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น?”
มีนแย้มยิ้มพราวเสน่ห์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ร่างของพรีม พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตามาให้เธออย่างสุภาพ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรังสีความเย็นชาและสายตากดดันที่กรณ์ส่งตรงมาให้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองของเรานะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ
ท่วงทำนองนี้มีแค่เรากับยัยกีตาร์พังๆ•ตอนที่ 1
เสียงสายกีตาร์ที่ขาดสะบั้น
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองนี้มีแค่เรากับยัยกีตาร์พังๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!