สถาปนิกหน้านิ่งกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 1

การพบกันที่ไม่น่าประทับใจ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้าคุณจะกรุณาถอดสมองส่วนที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลออกไปวางไว้หน้าห้องประชุมนี้ก่อน เราคงจะคุยกันรู้เรื่องเร็วกว่านี้ครับ คุณพิมพ์ดาว" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาจนแทบจะจับต้องได้ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของห้องประชุมใหญ่บนชั้นสามสิบของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง กวิน สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมิลลิเมตร นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะกระจกใส ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองผู้หญิงฝั่งตรงข้ามด้วยความระอาใจระคนหงุดหงิด พิมพ์ดาวส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีความกดดันที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาบางกะพริบช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มสีพีชจะแย้มยิ้มเย้าหยอก "แปลกจังนะคะ... เอ้ย แปลกจังนะครับคุณกวิน" พิมพ์ดาวรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นคิ้วเข้มที่กระตุกขึ้นเล็กน้อยของอีกฝ่าย เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมยาวสลวยเข้ากับใบหูท่าทางกวนประสาท "ฉันนึกว่าสมองส่วนที่คิดแต่เรื่องทรงเรขาคณิตไร้ชีวิตชีวาของคุณต่างหาก ที่ควรถูกส่งไปรีไซเคิลตั้งแต่โปรเจกต์ที่แล้วเสียอีก" จังหวะการหายใจในห้องประชุมเหมือนจะสะดุดลงชั่วขณะ กรณ์ ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะในฐานะสถาปนิกอาวุโสและผู้ประสานงานโปรเจกต์เรือนกระจกหรูมูลค่าหลายร้อยล้านนี้ ถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน เขารู้ดีว่าการจับเสือสองตัวมาไว้ในถ้ำเดียวกันมันอันตราย แต่ไม่คิดว่ามันจะระเบิดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเปิดแปลนพิมพ์เขียวด้วยซ้ำ "พอเลยครับ ทั้งสองคน" กรณ์ยกมือห้ามทัพด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ "นี่เรากำลังพูดถึง 'The Glass Sanctuary' เรือนกระจกและพื้นที่พักผ่อนระดับลักชัวรีที่ท่านประธานคาดหวังมากที่สุดนะครับ ไม่ใช่สนามประลองฝีปากประจำสัปดาห์ เลิกกัดกันสักหนาทีจะได้ไหมครับเนี่ย" "ผมไม่ได้กัดครับคุณกรณ์ ผมแค่กำลังตักเตือนเพื่อนร่วมงานที่ดูเหมือนจะเข้าใจผิดคิดว่า งานมัณฑนากรคือการเอาต้นไม้พลาสติกกับโคมไฟระย้าลิเกๆ มาแขวนไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ" กวินว่าพลางปรายตาไปยังแท็บเล็ตในมือ ข้อมูลและเรนเดอร์งานออกแบบเบื้องต้นของอีกฝ่ายถูกปัดผ่านอย่างไร้เยื่อใย "โอ๊ะ! รสนิยมระดับคุณกวินนี่คงมองว่างานศิลป์ร่วมสมัยเป็นเรื่องไกลตัวสินะครับ ถึงได้เอาแต่ขีดเส้นตรงแข็งๆ ไร้จิตวิญญาณ แล้วบังคับให้คนอยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในห้องขังเกรดพรีเมียม" พิมพ์ดาวตอกกลับทันควัน ร่างบางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลง แววตาคมกริบไม่หลบเลี่ยง "คุณบอกว่าเรือนกระจกนี้เน้นความสงบและสัจจะของวัสดุ แต่ขอโทษเถอะครับ... ถ้าไม่มีฉันเข้าไปเติมความมีชีวิตชีวาเข้าไป โปรเจกต์นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเรือนเพาะชำกระบองเพชรแลดูแห้งแล้งดีๆ นี่เอง" กวินชะงักไปนิด ดวงตาสีนิลหรี่แคบลงเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดื้อรั้นคู่นั้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าที่ลอยมาแตะจมูกจางๆ ทำให้สมาธิที่ควรจะอยู่กับตัวเลขและโครงสร้างเหล็กกล้าของเขาสั่นคลอนอย่างน่าประหลาด ผู้หญิงคนนี้อันตราย... ไม่ใช่เพราะฝีมือการออกแบบที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเขา แต่เป็นเพราะท่าทางอวดดีที่ดึงดูดสายตาเขาให้ละไปไหนไม่ได้ต่างหาก "ถ้าคุณคิดว่างานของผมมันแห้งแล้งนัก ทำไมเรนเดอร์ล่าสุดที่คุณส่งมาถึงได้พยายามยัดเยียดโซฟาหลุยส์สีทองอร่ามเข้ามาในห้องโถงกระจกทรงโมเดิร์นล่ะครับคุณพิมพ์ดาว? หรือว่าสายตาคุณมีปัญหาเรื่องการรับรู้สุนทรียะ?" กวินสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ เขาวางแท็บเล็ตกระแทกโต๊ะเบาๆ จนเกิดเสียงทึบ พิมพ์ดาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ความพยายามที่จะรักษามาดมัณฑนากรสาวผู้สุขุมนุ่มลึกเริ่มสั่นคลอนเมื่อเจอความปากร้ายระดับปรมาจารย์ของพ่อหนุ่มเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์คนนี้ "นั่นมันเรียกว่าการผสมผสานความต่างอย่างลงตัวต่างหากครับคุณสถาปนิกผู้สูงส่ง! คุณมันก็แค่พวกยึดติดกับกรอบเดิมๆ กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวว่าถ้ามีอะไรที่อยู่นอกเหนือจากแปลนคำนวณของคุณแล้ว โลกมันจะพังทลายลงมาใช่ไหมล่ะครับ!" "ผมไม่ได้กลัวโลกพังครับ ผมแค่ไม่อยากเห็นงานของตัวเองต้องกลายเป็นลิเกคณะใหญ่แค่เพราะความเยอะของผู้หญิงบางคน!" บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง กรณ์ได้แต่นั่งมองเพื่อนสนิทที่กำลังทำตัวเป็นเด็กอมมือ ทะเลาะกับผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเข้ามาปั่นป่วนหัวใจมากกว่าปั่นป่วนงาน เราร่วมงานกันมาหลายโปรเจกต์ กรณ์ไม่เคยเห็นกวินมีอารมณ์ร่วมหรือหัวเสียกับใครได้ขนาดนี้มาก่อน... ยิ่งเถียง ยิ่งใกล้ ยิ่งเหมือนมีประกายไฟลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ ก่อนที่สงครามน้ำลายรอบใหม่จะเริ่มต้นขึ้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งขัดจังหวะความตึงเครียด *ก๊อก ก๊อก* ทั้งสามคนหันไปมองพร้อมกัน ประตูห้องประชุมเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ มีนตรา ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาคู่คมกวาดมองกวินและพิมพ์ดาวด้วยประกายตารู้ทัน "ขอโทษที่ขัดจังหวะการประชุมนะคะคุณกวิน พอดีฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับโปรเจกต์เรือนกระจกนี้ที่คิดว่า... คุณน่าจะสนใจมากกว่าการมานั่งเถียงกับเด็กฝึกงานแถวนี้เสียอีกค่ะ" มีนตราจงใจเน้นเสียงและส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้พระเอกหนุ่ม พิมพ์ดาวแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่กวินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะมีนตรา แต่เป็นเพราะจังหวะเวลาที่เข้ามาขัดจังหวะการปะทะฝีปากเมื่อครู่... ซึ่งเขากลับรู้สึกว่ามันน่าสนุกกว่าที่ควรจะเป็น กวินหันกลับมาสบตากลมโตของพิมพ์ดาวที่มองเขาด้วยสายตาท้าทายกลายๆ ราวกับจะบอกว่า *'เชิญไปคุยกับพวกเดียวกันเองเถอะค่ะ'* ทว่าก่อนที่กวินจะได้เอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญออกไป เสียงแจ้งเตือนจากมือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความจากท่านประธานบริษัทที่ส่งตรงมาถึง * 'กวิน พิมพ์ดาว... ฉันอนุมัติงบเพิ่มให้แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าพวกคุณสองคนต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้แบบตัวติดกัน จนกว่าแบบจะผ่านการอนุมัติขั้นสุดท้าย ห้ามเปลี่ยนตัวเด็ดขาด'* กวินอ่านข้อความนั้นแล้วนิ่งค้างไป ดวงตาสีนิลตวัดกลับมามองหน้าพิมพ์ดาวที่ตอนนี้กำลังอ่่านข้อความเดียวกันจากหน้าจอมือถือของตัวเองเช่นกัน รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่หายวับไปทันที แทนที่ด้วยความตกใจระคนไม่สอดคล้อง *ตัวติดกันงั้นเหรอ?* กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับพิมพ์ดาวที่นั่งอยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร ในขณะที่ประตูห้องเปิดกว้าง และมีนตรากำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ เกมนี้... ดูท่าว่าจะไม่ได้จบลงง่ายๆ เสียแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกความป่วนของพ่อหนุ่มปากแข็งกับมัณฑนากรสาวคนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับมัณฑนากรสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%