“คุณรู้ตัวไหมว่าข้อมูลที่หายไปในเซิร์ฟเวอร์ชุดนั้น มีมูลค่ามากกว่าชีวิตคนบางคนเสียอีก... คุณศิรวิชญ์”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเฉียบคมของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสอบปากคำที่อัดแน่นด้วยไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ เธอวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะโลหะด้วยจังหวะที่เนิบช้าแต่ทรงพลัง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของอัยการสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับต้องการขุดลอกเอาความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกที่ดูสมบูรณ์แบบของเขาออกมา
เรย์ ศิรวิชญ์ ไม่ได้ขยับตัว เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังประมวลผลอัลกอริทึมที่ซับซ้อนในหัว มุมปากของเขาหยักยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา และเต็มไปด้วยนัยยะที่ท้าทาย
“มูลค่า... ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนกำหนดนิยามของมันครับคุณอัยการ สำหรับผม ข้อมูลพวกนั้นเป็นแค่ ‘ขยะดิจิทัล’ ที่รอการลบทิ้ง” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาของเขากลับไหววูบไปชั่วครู่เมื่อเอ่ยถึงการลบทิ้งนั้น
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอก้าวเข้าหาเขาจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นไม้จันทน์หอมที่ดูสะอาดสะอ้านและเยือกเย็นลอยมาแตะจมูกของเรย์ มันเป็นกลิ่นที่ขัดแย้งกับบรรยากาศการสอบสวนที่คุกรุ่น “ขยะอย่างนั้นหรือคะ? แต่ขยะชิ้นนี้ดันนำไปสู่ร่างไร้วิญญาณในห้องแล็บใต้ดินของ ดร. อคิน แถมยังทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลของคุณไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย”
“หลักฐานมัดตัวรึ? หรือแค่ภาพลวงตาที่ใครบางคนปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อโยนความผิด” เรย์โน้มตัวเข้าหาเธอจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของกันและกัน “คุณเป็นอัยการที่เก่งกาจนะรินรดา แต่คุณควรจะรู้ดีกว่าใครว่า ในโลกของอัลกอริทึม สิ่งที่คุณเห็น... ไม่ใช่ความจริงเสมอไป”
บทสนทนาที่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนของทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงการซักถามพยาน แต่มันคือการหยั่งเชิงทางอำนาจ รินรดารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง ความฉลาดหลักแหลมของชายตรงหน้าทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ—ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับมันไว้ด้วยหน้าที่และความทรงจำที่แหว่งวิ่นของตนเอง
เธอกดรีโมตเพื่อปิดกล้องวงจรปิดในห้อง แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบ “ถ้ามันไม่ใช่ความจริง... ก็บอกฉันสิ ว่าทำไม ‘พี่ชาย’ ที่ตายไปแล้วของคุณ ถึงยังส่งรหัสลับผ่านระบบเครือข่ายของฉันได้ในคืนที่เกิดเหตุ?”
เรย์ชะงักไป ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำกลับไหวระริกเหมือนถูกมีดกรีดเข้าที่กลางใจ รอยยิ้มหยันหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมที่ดูน่าเกรงขาม “คุณไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน”
“นั่นไม่ใช่หน้าที่ที่คุณต้องถาม” รินรดากดดันต่อ เธอเอื้อมมือไปแตะแฟ้มเอกสารตรงหน้า ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขา “ถ้าคุณไม่ร่วมมือ ฉันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะส่งคุณเข้าคุกในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม... แต่ถ้าคุณพูดความจริง เราอาจจะหาทางรอดให้กันได้ทั้งคู่”
เรย์เงียบไปนาน ความเงียบนั้นหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นวัตถุที่จับต้องได้ เขามองไล่สายตาผ่านใบหน้าเรียวสวยของอัยการสาว ก่อนจะเลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าลึกๆ เขาหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอันตรายและเย้ายวนในคราเดียวกัน
“คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายกว่าที่คิดนะรินรดา คุณจำไม่ได้หรอกว่าความทรงจำที่หายไปของคุณน่ะ... มันหายไปเพราะใคร”
เขาขยับมือไปคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แต่ไม่ได้เป็นการคุกคาม กลับเป็นการกระทำที่แฝงด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน รินรดาชะงักไป ความทรงจำเลือนรางบางอย่างแวบเข้ามาในหัว—เสียงกระซิบในความมืด กลิ่นบุหรี่จางๆ และสัมผัสของคนคนหนึ่งที่เธอจำไม่ได้ว่าคือใคร
“บอกมา... คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องของฉัน” เธอเค้นเสียงถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น
“อยากรู้ไหมล่ะ?” เรย์กระตุกข้อมือเธอเบาๆ จนเธอลุกขึ้นและถลาเข้าหาเขา ร่างของทั้งสองแนบชิดกันจนไม่มีอากาศแทรกผ่าน “ถ้าอยากรู้ความจริง... ก็หยุดเชื่อในรหัสลับที่เขาส่งมาให้คุณเสียที เพราะคนคนนั้นที่ส่งข้อความให้คุณน่ะ... เขาไม่มีวันเป็นคนเดิมที่คุณเคยรู้จักอีกแล้ว”
ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสอบปากคำ ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูจงใจขัดจังหวะ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
รินรดาผละออกจากเรย์ทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะสว่างขึ้นด้วยตัวเอง ข้อความสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ—มันคือรหัสลับชุดเดียวกับที่ส่งมาหาเธอเมื่อคืน แต่คราวนี้มีพิกัดระบุตำแหน่งที่ชัดเจน และชื่อที่ทำเอาหัวใจเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*‘รินรดา... อย่าเชื่อใจคนตระกูลศิรวิชญ์... เพราะศพที่พบในห้องแล็บ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นร่างของเขานั่นแหละ’*
เรย์ก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาขยับเข้ามากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ “เห็นไหมล่ะ... เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง”
ประตูห้องสอบปากคำถูกเปิดออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หน้าตาตื่นตระหนก เขาไม่ได้มองมาที่เรย์ แต่จ้องเขม็งมาที่รินรดาด้วยสายตาที่สื่อความหมายเดียว “ท่านอัยการครับ... พบศพที่สองในห้องเก็บหลักฐาน... และรอยนิ้วมือที่พบในที่เกิดเหตุ... เป็นของท่านเองครับ”
มิดไนท์คิสหวังว่าบทนำนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับเรย์และรินรดานะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งรหัสลับนี้ไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ (Memory Override)•ตอนที่ 1
รหัสลับใต้เงาฆาตกรรม
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ (Memory Override) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
