กลิ่นอายของกระดาษไขราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์อุ่น ๆ ลอยวนอยู่ในห้องทำงานกระจกใสที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันหนาวเหน็บของมหานครเบื้องล่าง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าจอแท็บเล็ตในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายค่อย ๆ เลื่อนปัดภาพถ่ายบนหน้าจอด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจใบมีดที่อาบไว้ด้วยยาพิษ เธอกำลังมองดูผลงานชิ้นเอกของตัวเอง—คอลเลกชัน ‘Midnight Epiphany’ ที่ใช้เวลาสามปีเต็มในการกลั่นกรองหยาดเหงื่อ ความเจ็บปวด และจิตวิญญาณออกมาเป็นเสื้อผ้าชั้นสูงทุก ๆ ตะเข็บ
แต่วันนี้ บนรันเวย์อลังการที่ถ่ายทอดสดผ่านจอ LED ขนาดยักษ์กลางแฟชั่นฮอลล์ชื่อดัง ชื่อที่ปรากฏหรี่แสงอยู่เบื้องล่างชุดราตรีปักด้ายทองเหล่านั้น กลับไม่ใช่ ‘Rinrada’
“มันเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าขันเสียจริงนะคะ ว่าไหมคะคุณกรณ์?” เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากเบื้องหลัง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร—คราม ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเธอด้วยข้อเสนอที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
“บังเอิญหรือคะ? คุณครามก็น่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าในโลกธุรกิจไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกค่ะ มีแต่ความตั้งใจที่จะปล้นชิงอย่างเลือดเย็น” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งรอยสั่นเครือ แม้ว่าในอกข้างซ้ายจะรู้สึกราวกับถูกมีดกรีดซ้ำ ๆ จนแหลกเหลว
ครามก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยแตะจมูก เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวผ่อง จนรินรดาต้องแกล้งขยับตัวหลบอย่างมีชั้นเชิง เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้เขาเหมือนเมื่อสามปีก่อนอีกต่อไปแล้ว ความเจ็บปวดในอดีตหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นหินผา และตอนนี้ เธอกำลังรอเวลาที่จะพังทลายทุกคนที่เหยียบย่ำเธอลงด้วยมือของเธอเอง
“คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ รินรดา” ครามกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงของเขามีความเย้ยหยันเจือความระแวงระวังในตัวผู้หญิงคนนี้ “การไปท้าทายตระกูลวรภัทร ไม่ใช่เรื่องที่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยจะทำได้”
“ตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างนั้นหรือคะ?” รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขแต่น่าขนลุก เธอกดปิดหน้าจอแท็บเล็ตแล้วหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่คมของทายาทมาเฟียอย่างไม่เกรงกลัว “คุณอาจจะคิดว่าฉันเหลือตัวคนเดียว แต่คุณลืมไปแล้วหรือคะว่า... คนที่ไม่มีอะไรจะเสียต่างหาก ที่น่ากลัวที่สุด”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะระเบิด ครามจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ในขณะที่รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผา
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างทั้งคู่จะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้น ขัดจังหวะความตึงเครียดในห้อง
“เข้ามาค่ะ” รินรดาเอ่ยอนุญาตโดยไม่ละสายตาจากคราม
ประตูห้องเปิดผางออกอย่างไม่มีมารยาท เลขานุการส่วนตัวของเธอก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก มือไม้สั่นเทาจนแทบถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ไม่อยู่ “คุณรินคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีคนส่งพัสดุด่วนนี้มาถึงคุณหน้าล็อบบี้ ระบุว่า... เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเกี่ยวกับคดีการขโมยแบบดีไซน์ค่ะ”
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่ครามเพียงแค่ปรายตามองซองเอกสารนั้นด้วยความสนใจที่ถูกจุดประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
รินรดายื่นมือไปรับซองเอกสารนั้นมา เธอใช้กรรไกรตัดซองออกอย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตานิ่งขรึมของครามที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหว เมื่อเธอดึงกระดาษแผ่นแรกออกมาอ่าน ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง—มันไม่ใช่แค่เอกสารยืนยันสิทธิ์ แต่เป็นสำเนาบัญชีธนาคารที่มีลายเซ็นโอนเงินของอดีตคนรักที่หักหลังเธอ... และมีชื่อของ ‘คนใกล้ตัว’ ของครามเข้าไปพัวพันด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ
มือบางที่ถือกระดาษสั่นระริก รินรดาเงยหน้าขึ้นมองครามทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความแค้นที่ทวีคูณเป็นร้อยเท่า
“ดูท่าทาง... เกมนี้จะเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ สินะคะ คุณคราม”
—--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ
ดีไซเนอร์ไร้เงา ปะทะทายาทมาเฟียสายคุมเกม•ตอนที่ 1
ผลงานที่ถูกขโมย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงา ปะทะทายาทมาเฟียสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
