กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกสีเทาจัดจนแทบมองไม่เห็นทางเบื้องหน้า ที่นี่คือ "หุบเขาหมอกสังหารปีศาจ" ดินแดนอาถรรพ์ที่แม้แต่วิญญาณจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งยังต้องหวาดหวั่น เสียงคำรามต่ำของอสูรโลกันตร์ดังสะท้อนก้องมาจากหน้าผาสูงชัน ราวกับเสียงร้องโหยหวนของผีสางที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์
เฟยหลงก้าวเดินไปบนพื้นดินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตเก่าและใหม่ รองเท้าบูทหนังย่ำลงบนเศษซากกระดูกที่แตกละเอียดจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ร่างกายของเขากำยำสมส่วนตามแบบฉบับของจอมยุทธ์ผู้ผ่านการชุบตัวในอ่างโลหิตแห่งการฝึกฝนวิชา "วิถีดาบโลหิตพลิกฟ้าท้าอสูร" ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่รูปร่างอันองอาจนั้น หากแต่เป็นดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ลุ่มลึก เย็นชา ดั่งห้วงเหวลึกไร้ก้นบึง และทอประกายความแค้นฝังรากลึกที่ไม่มีวันจางหาย
เบื้องหน้าของเขาคือเงาสีดำมหึมา มันคือ "อสูรพฤกษาโลหิต" สัตว์อสูรบรรพกาลที่สูงถึงสามจั้ง (ประมาณสิบเมตร) เถาวัลย์หนามหนาทึบปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะกลืนกินวิญญาณ
"มนุษย์โง่เขลา... เจ้ากล้าดียังไงถึงบังaชาญก้าวเข้ามาในเขตแดนแห่งความตายของข้า?" เสียงก้องกัมปนาทดังออกมาจากลำคอของอสูรยักษ์ แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุหมุน บีบอัดอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงระเบิดเปรี๊ยะปร๊ะ
เฟยหลงไม่แม้แต่จะกะพริบตา มือขวาที่วางอยู่บนด้ามกระบี่ข้างเอวกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ไอสังหารสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากร่างของเขาอย่างควบคุมไม่ได้จนหมอกรอบกายต้องถอยร่น
"หมื่นวิถีฟ้าดินล้วนแปรเปลี่ยน แต่หนี้เลือดของตระกูลเฟย... ต้องชำระด้วยโลหิตของพวกเจ้า!"
เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของเฟยหลง น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงในพริบตา ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อ ไม่มีท่าทีหวาดกลัว มีเพียงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่พร้อมจะผ่าพ้นฟ้าดิน
ตูม!
อสูรพฤกษาโลหิตไม่รอช้า เถาวัลย์นับร้อยเส้นพุ่งแหวกอากาศเข้าหาราวกับหอกเหล็กที่ถูกยิงจากคันศร ความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดก็ยังยากจะหลบหลีก
ทว่า เฟยหลงกลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินผา
*ชิ้ง!*
ประกายแสงสีเงินยวดยาววาบขึ้นท่ามกลางหมอกหนาทึบ รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด รุนแรงดั่งอสนีบาตแผดเผา ความว่างเปล่าถูกคมกระบี่กรีดผ่าจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท วิชากระบี่ไร้ลักษณ์—กระบวนท่าแรก "จันทร์เสี้ยวตัดวิญญาณ" ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ที่ติ
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
เสียงเถาวัลย์ยักษ์ขาดสะบั้นดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นย้อมผืนป่าให้กลายเป็นสีชาด อสูรพฤกษาโลหิตส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด มันไม่คาดคิดเลยว่ามนุษย์ผู้มีพลังเพียงขั้นรวบรวมลมปราณจะสามารถตัดผ่านชั้นเกราะปราณของมันได้ด้วยการสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกันแน่!" อสูรยักษ์คำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก
เฟยหลงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัว พลังปราณโลหิตหมุนวนรอบกายราวกับมังกรเพลิงที่กำลังกระหายเลือด ดาบในมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะซัดกระบี่เพื่อปิดฉากชีวิตของอสูรยักษ์ ทันใดนั้นเอง...
พึ่บ!
สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านยอดไม้ ไอความหนาวเหน็บระดับที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้ในพริบตาแผ่ซ่านปกคลุมทั่วหุบเขา ท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วกลับปรากฏเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาอย่างกะทันหัน เกล็ดหิมะแต่ละชิ้นไม่ได้ตกลงสู่พื้นดิน แต่มันกลับลอยค้างกลางอากาศและแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มที่ชี้คมเข้าหาเฟยหลง!
"ผู้ใดบังอาจรุกล้ำเขตแดนเมฆาหิมะ จงหยุดมือเสีย..."
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วกังวาน ทว่าเย็นชาจนเสียดแทงกระดูกดำดังขึ้นจากเบื้องบน
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนยอดผาสูงชัน ที่ซึ่งหมอกหนาทึบกำลังแยกตัวออก เผยให้เห็นเงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนสง่างามอยู่บนกิ่งสนโบราณ
นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนจากสรวงสวรรค์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลม ใบหน้ารูปไข่สวยงามไร้ที่ติ ทว่าเรียบเฉยและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยคู่นั้นกวาดมองลงมาด้วยความเย่อหยิ่งและสูงส่ง ราวกับนางพญาที่กำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
อวิ๋นซี... เซียนสาวผู้คุมกฎแห่งยอดเขาเมฆาหิมะ ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ดวงตาของนางประสานเข้ากับดวงตาที่ดุดันและดื้อรั้นของเฟยหลง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ไม่มีใครยอมลดละสายตาให้แก่กัน แรงกดดันจากวิถีกระบี่ของชายหนุ่มและลมปราณน้ำแข็งของหญิงสาวปะทะกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าและแดงระยิบระยับกลางอากาศ
อวิ๋นซีขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวของบุรุษผู้นี้—กลิ่นอายที่แตกต่างจากจอมยุทธ์สำนักธรรมะทั่วไปอย่างสิ้นเชิง มันคือกลิ่นอายของผู้ที่เหยียบย่างอยู่บนซากศพและความตาย
"เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมาสร้างความวุ่นวายที่นี่?" อวิ๋นซีเอמהถาม น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อหากตอบไม่ดี
เฟยหลงไม่ตอบคำถามในทันที เขาค่อยๆ ลดคมกระบี่ลงเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มเยาะหยันกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ข้าคือใครไม่สำคัญ... สำคัญอยู่ที่ว่า หากเจ้ายังกล้าก้าวล่วงเข้ามาขวางทางชำระแค้นของข้า ต่อให้เป็นเซียนจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า... ข้าก็พร้อมจะสับให้เป็นชิ้นๆ เช่นกัน!"
สิ้นคำพูดนั้น อวิ๋นซีพลันเบิก1ดวงตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยพบเจอมนุษย์ผู้ใดที่กล้าต่อปากต่อคำกับนางด้วยน้ำเสียงสามหองและเย่อหยิ่งปานนี้มาก่อน ในขณะที่กระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มบนท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าหาเฟยหลงพร้อมกันในพริบตานั้นเอง—
*กรอบแกรบ!*
พื้นดินเบื้องล่างที่พวกเขายืนอยู่กลับแตกละเอียดลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับเงาร่างมหึมาอีกสายหนึ่งที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ดินตรงจุดที่อวิ๋นซียืนอยู่พอดี!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ยุทธภพอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีดาบโลหิตพลิกฟ้าท้าอสูร•ตอนที่ 1
ประกายกระบี่ท่ามกลางหมอกหนา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีดาบโลหิตพลิกฟ้าท้าอสูร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!