กลิ่นของฟอร์มาลีนและกลิ่นอับชื้นจากผนังปูนเปลือยของห้องเก็บศพชั่วคราว ณ ที่ว่าการอำเภอชายแดน ผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่สะอาดสะอ้านเกินไป มันไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดหรือกลิ่นเน่าเฟะของซากสัตว์ป่าที่สิงหราชคุ้นเคยตลอดชีวิตการเป็นนายพราน แต่มันคือกลิ่นของการ “ถูกจัดการ” อย่างเป็นระบบ
ร่างไร้ลมหายใจของชายฉกรรจ์คนหนึ่งนอนราบอยู่บนเตียงสแตนเลสไร้เงา แสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับผิวหนังซีดเซียวจนแทบโปร่งแสง ไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยฟกช้ำ ไม่มีบาดแผลจากคมมีด หรือแม้แต่รอยกระสุนปืนที่ควรจะเป็นเครื่องหมายการค้าของผืนป่าดิบชื้นแถบนี้
"คุณกำลังมองหาอะไรที่มันไม่มีอยู่จริงหรือเปล่า นายพรานสิงหราช"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อบรรยากาศรอบตัวดังขึ้นจากปลายเตียง ดร.รินรดา ยืนกอดอกมองร่างไร้ชีวิตนั้นด้วยแววตาที่วิเคราะห์ราวกับกำลังตรวจดูตัวอย่างชิ้นเนื้อใต้กล้องจุลทรรศน์ เธอสวมเสื้อคลุมแล็บทับชุดภาคสนามสีเขียวเข้ม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ แว่นตากลมบางสะท้อนแสงไฟจนมองไม่เห็นประกายในดวงตาของเธอ
สิงหราชละสายตาจากรอยสักโบราณจางๆ ที่บริเวณไหปลาร้าของศพ เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ข้อต่อกระดูกลั่นกรอบเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เลือกที่จะหยิบใบมวนยาเส้นขึ้นมาเคี้ยวเล่นเพื่อดับรสชาติขมปร่าในลำคอ
"ป่าผืนนี้ไม่เคยฆ่าคนแบบสะอาดสะอ้านขนาดนี้หรอกครับ ดร.รินรดา" สิงหราชเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจรอบห้อง "เสือสมิงมันไม่เคยเลียรอยเลือดจนเกลี้ยง และภูตผีวิญญาณป่าที่ชาวบ้านหวาดกลัวนักหนา ก็ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อตายด้วยหัวใจที่หยุดเต้นไปเฉยๆ โดยที่กล้ามเนื้อทุกมัดยังผ่อนคลายเหมือนกำลังนอนหลับฝันดี"
รินรดาขยับแว่นตาเล็กน้อย มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ความกลัวมักทำให้มนุษย์สร้างเรื่องปรัมปราขึ้นมาเพื่ออธิบายสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึงเสมอครับ คุณสิงหราช... อ้อ หรือควรเรียกว่า 'ความไร้เดียงสา' ของคนท้องถิ่นที่พยายามปัดความรับผิดชอบด้วยการโทษสิ่งลี้ลับกันแน่?" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความเย้ยหยันทางปัญญาอย่างไม่ปิดบัง "ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุชัดเจนว่าระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีสารพิษ ไม่มีร่องรอยการถูกวางยา มันคือความตายทางชีววิทยาที่น่าเบื่อสิ้นดี"
"ถ้ามันน่าเบื่อนัก คุณคงไม่บินข้ามประเทศมาถึงชายแดนป่าดงดิบนี้เพื่อดูศพไม่มีแผลร่างนี้หรอกกระมังครับ ดร.รินรดา" สิงหราชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงการอ่านเกมอีกฝ่ายออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "นักมานุษยวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีกรรมโบราณอย่างคุณ สนใจเรื่องชีววิทยาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนิ่งงัดไปชั่วขณะ แรงดึงดูดประหลาดระหว่างความเชื่อเชิงประจักษ์กับสัญชาตญาณดิบเถื่อนปะทะกันในอากาศจนแทบเกิดประกายไฟ สองมืออาชีพผู้ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของความรู้ แต่มุ่งเป้าไปยังปริศนาเดียวกัน
รินรดาไม่สะทกสะท้านต่อคำแซะของเขาเธอก้าวเข้ามาใกล้เตียงศพอีกก้าว ยื่นมือเรียวสวมถุงมือยางออกไปแตะที่บริเวณหน้าอกของศพอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวกดลงเบาๆ บนผิวหนังที่เย็นเฉียบ
"ฉันสนใจ 'วิธีการ' ต่างหากล่ะครับ" เสียงของเธอเบาลงราวกับรำพึงกับตัวเอง "ความตายที่ไร้ร่องรอย มักทิ้งร่องรอยทางความคิดที่ซับซ้อนกว่าเสมอ คนคนนี้ไม่ได้ตายเพราะโรคภัย หรือแม้แต่เพราะสัตว์ป่า... เขากำลังถูก 'ลบ' ตัวตนออกไปทีละน้อย ตั้งแต่ความทรงจำ ไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย"
สิงหราชหรี่ตาลง สัญชาตญาณนายพรานเตือนภัยลั่นในหัว เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงศพเช่นกัน กลิ่นอายบางอย่างที่เขาคุ้นเคยจากบันทึกเก่าคร่ำคร่าลอยแตะจมูก กลิ่นของหมึกชาดผสมว่านยาโบราณที่จางหายไปนานนับทศวรรษ
"ไม่ใช่แค่การลบตัวตนหรอกครับ..." สิงหราชพึมพำขณะโน้มตัวลงต่ำ สายตาเพ่งพินิจไปที่ซอกคอของศพซึ่งถูกบังด้วยแสงเงา "ลองดูที่หลังใบหูนั่นสิครับ ด็อกเตอร์"
รินรดานิ่งงัน เธอชะໍงักมือที่กำลังจะผละออก แล้วก้มลงมองตามปลายนิ้วหยาบกร้านของอดีตนายพรานที่ชี้ให้เห็นรอยขีดข่วนจางๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุด รอยนั้นไม่ใช่รอยแผลสด แต่มันคือรอยสักด้วยเข็มลงอาคมที่ฝังลึกจนเกือบกลืนไปกับผิวหนัง เป็นอักขระโบราณที่ถูกบันทึกไว้ในตำราที่สาบสูญ—อักขระที่ทำหน้าที่ 'ปิดผนึกวิญญาณ' ก่อนที่ร่างเนื้อจะทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากวิเคราะห์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ของเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้าของห้องเก็บศพ ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวกระชั้นที่ทำลายความเงียบงันจนแตกกระจาย
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหน้าตาตื่นตระหนกผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"ดร.รินรดา! คุณสิงหราช! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ศพในห้องเก็บศพอีกสามร่างที่เพิ่งเก็บกู้มาจากป่าลึกเมื่อคืน... อยู่ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!"
สิงหราชหันขวับไปมองประตูสลับกับร่างไร้ชีพตรงหน้าทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า ประตูห้องถูกล็อคจากด้านใน และไม่มีร่องรอยการงัดแงะใดๆ ทั้งสิ้น
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แว่นตาของเธอสะท้อนแสงไฟนีออนวับวาว ขณะที่รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตระหนักรู้ที่เย็นเยียบถึงกระดูกดำ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ — เพชรตาเสือโบราณ
จารึกอาคมฉบับสาบสูญ: บันทึกคดีวิญญาณป่าลึก•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีรอยแผล
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จารึกอาคมฉบับสาบสูญ: บันทึกคดีวิญญาณป่าลึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
