องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 51

ความเงียบคือคำตอบ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"แกพูดใหม่อีกทีซิหวาน..." น้ำเสียงของปันแหบพร่าจนแทบกลืนหายไปในลำคอ ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อช็อปของตัวเองจิกแน่นจนขึ้นข้อขาว ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ ราวกับเลือดในกายพร้อมใจกันหยุดไหลเวียนกะทันหัน น้ำหวานหลุบสายตาลงต่ำ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาสดใสขี้เล่นที่เคยมีอยู่เสมอหม่นแสงลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอสูดหายใจเข้าลึก คล้ายพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อพูดความจริงที่กรีดแทงคนตรงหน้าซ้ำอีกครั้ง "พี่คิมบอกว่า... ให้ทุกอย่างมันจบลงแค่นี้เถอะ" น้ำหวานเอ่ยเสียงแผ่ว "เขาบอกหวานว่า ยิ่งแกเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ แกก็มีแต่จะเจ็บปวด... เขาไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตใครอีกแล้ว โดยเฉพาะกับแก" คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางอกของปัน ความเงียบอันหนักอึ้งทิ้งตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ไม่มีข้อความยาวเหยียดผ่านหน้าจอโทรศัพท์ มีเพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงหนาทึบขวางกั้นระหว่างคนสองคนไว้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 'เจ็ดวัน' แห่งการสูญสลาย *** วันแรกผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน ปันยังคงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกสิบวินาที ทุกห้านาที สายตาจับจ้องอยู่ที่แถบการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันสนทนา หน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้ด้านบนสุดยังคงค้างอยู่ที่ข้อความสุดท้ายเมื่อคืนก่อนหน้า *‘กลับถึงหอแล้วบอกพี่ด้วยนะ’* ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความห่วงใยตามแบบฉบับของผู้ชายปากแข็งคนนั้น ยังคงสว่างวาบอยู่บนหน้าจอ แต่ไม่มีข้อความใหม่ส่งมาอีกเลย ปันพิมพ์ข้อความลงในช่องว่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่คำว่า *‘พี่คิม’* ไปจนถึง *‘เรามีเรื่องต้องคุยกันไม่ใช่เหรอคะ’* ทว่าท้ายที่สุด ปลายนิ้วที่สั่นเทาก็ทำได้เพียงกดยกเลิกและลบตัวอักษรเหล่านั้นทิ้งไปจนหมด ศักดิ์ศรี? หรือความกลัว? ปันตอบตัวเองไม่ได้ เธอรู้เพียงแค่ว่า ความเงียบที่อีกฝ่ายเลือกใช้ มันชัดเจนเสียจนคำถามใดๆ กลายเป็นเรื่องโง่เขลา เข้าสู่วันที่สาม บรรยากาศในคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงดำเนินไปตามจังหวะอันเร่งรีบ เสียงกลองสันสันทนาการดังกึกก้องจากลานเกียร์ กลิ่นไอดินผสมคราบน้ำมันเครื่องจางๆ ที่ลอยมาตามลมควรจะเป็นสิ่งที่สร้างความคุ้นเคย แต่สำหรับปันในเวลานี้ ทุกตารางนิ้วของคณะกลับกลายเป็นพื้นที่อันตรายที่พร้อมจะกระตุ้นบาดแผลในใจ "ปัน ขีดเส้นเอียงแล้วนะ มือนิ่งๆ หน่อยสิลูกแก้ว" เสียงรุ่นพี่ประจำโต๊ะเขียนแบบเอ่ยทักเบาๆ ปันสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์แล้วก้มมองกระดาษเขียนแบบตรงหน้า เส้นดินสอ 2B ที่ลากผ่านไม้ทีคดงอและสั่นไหว ปลายนิ้วของเธอเกร็งแน่นจนไส้ดินสอกดหักคามือเสียงดัง *เป๊าะ* "ขอโทษค่ะพี่ เดี๋ยวปันลบเขียนใหม่นะคะ" เธอฝืนยิ้มบางๆ ให้รุ่นพี่ ทั้งที่ในอกมันปวดหนึบจนแทบหายใจไม่ออก "กินข้าวหน่อยไหมแก ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ" น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้างๆ เลื่อนแก้วชานมไข่มุกมาตรงหน้า สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงระคนกังวล "หน้าแกซีดจนจะเป็นกระดาษวาดเขียนอยู่แล้วเนี่ย" "เรายังไม่ค่อยหิวเลยหวาน... เดี๋ยวเขียนแบบแผ่นนี้เสร็จค่อยกินนะ" "ปัน..." น้ำหวานแตะมือลงบนหลังมือเย็นเฉียบของเพื่อน "อย่าทำแบบนี้สิ อย่าทรมานตัวเองเพราะคนที่เลือกจะเงียบใส่แกแบบนั้นเลย" ปันไม่ตอบ เธอเพียงแต่ก้มหน้าลง ลบเส้นที่ผิดพลาดออกช้าๆ เม็ดทรายจากยางลบกระจายเกลื่อน แต่รอยบุ๋มบนกระดาษยังคงฝังลึกอยู่ตรงนั้น... เหมือนความรู้สึกที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง ลบอย่างไรก็ไม่มีวันกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม วันที่ห้าคือวันที่ยากลำบากที่สุด เมื่อกิจกรรมเชียร์รวมของคณะถูกจัดขึ้นที่อัฒจันทร์ใหญ่ ปันนั่งอยู่ในแถวของเฟรชชี่ ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องเพลงประจำคณะที่ดังกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน ทว่าสายตาของเธอกลับไม่อาจละไปจากร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านล่างได้ พี่คิมยังคงเป็น 'เฮดว้าก' ที่ทรงอำนาจและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมดุดันกวาดมองรุ่นน้องทุกคนด้วยความเข้มงวด น้ำเสียงทรงพลังที่สั่งการผ่านโทรโข่งยังคงก้องกังวานและเฉียบขาด แต่มีเพียงปันคนเดียวที่สังเกตเห็น... ใต้ตาของเขาคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ไหล่กว้างที่เคยมั่นคงดูตึงเครียดตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุด ตลอดเวลาสองชั่วโมงเต็มของการทำกิจกรรม สายตาคู่นั้นไม่เคยมองตรงมายังจุดที่เธอนั่งอยู่เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจงใจหลบ... เขากำลังสร้างระยะห่างที่ไม่มีใครก้าวข้ามไปได้ วินาทีที่ปันสบตาเข้ากับความว่างเปล่าในทิศทางที่เขามองผ่านเลยไป หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งที่ลึกที่สุด การถูกดุด่าหรือถูกตัดพ้อยังไม่เจ็บปวดเท่ากับการถูกปฏิบัติราวกับเป็นเพียง 'ธาตุอากาศ' ที่ไม่มีตัวตน ความเงียบตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนตัวเอง... แต่มันคือการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมอบให้อีกคนได้ จนกระทั่งมาถึงวันที่เจ็ด ค่ำคืนวันศุกร์ที่ตึกคณะวิศวะเริ่มร้างผู้คน แสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทางส่องกระทบม้านั่งหินอ่อนตัวยาวหลังช็อปเครื่องกล ปันนั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้นตามลำพัง ลมหนาวช่วงหัวค่ำพัดผ่านจนผิวเนื้อเย็นเยียบ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นครืด แจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากมารดาที่โทรมาสอบถามเรื่องเกรดเฉลี่ยและความคาดหวังของครอบครัวที่แบกไว้บนบ่า ปันกดตัดสายทิ้งเป็นครั้งแรกในชีวิต เธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะรับฟังความหวังของใครในเวลาที่หัวใจตัวเองกำลังจะแตกสลาย เธอหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อป... มันคือป้ายชื่อผ้าดิบของเธอเอง ที่มีลายเซ็นตัวบรรจงของคิมเขียนกำกับไว้ที่มุมด้านล่าง *‘อดทนให้ถึงที่สุด แล้วนายจะรู้ว่าตัวเองเข้มแข็งแค่ไหน’* หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทั้งสัปดาห์หยดแหมะลงบนผืนผ้าจนหมึกซึมเป็นวงกว้าง ปันหลับตาลง สูดกลิ่นอายความทรงจำที่เคยอบอุ่นเป็นครั้งสุดท้าย ความเงียบงันตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาสอนให้เธอรู้แล้วว่า ต่อให้รักมากแค่ไหน แต่ถ้าอีกฝ่ายเลือกที่จะหันหลังและปิดประตูใส่หน้า การพยายามเคาะประตูก็มีแต่จะทำให้มือของตัวเองเจ็บปวดเปล่าๆ ปันลุกขึ้นยืนช้าๆ วางป้ายชื่อนั้นทิ้งไว้บนโต๊ะหินอ่อน ตั้งใจจะก้าวเดินออกไปจากวังวนนี้และยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับเฮดว้ากปีสามได้จบลงแล้วจริงๆ ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นเงามืดของทางเดินใต้ถุนตึก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งกระหืดกระหอบกลับดังขึ้นจากมุมตึกด้านหน้า ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคิม... แต่เป็นน้ำหวานที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าเพื่อนสนิท พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลขอบแดงที่มีตราประทับของคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ในมือ "ปัน... แฮ่ก... แกต้องดูนี่" น้ำหวานพูดพลางหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย มือไม้สั่นเทาขณะยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ปันดูใต้แสงไฟนีออน "นี่มัน... อะไรกันหวาน?" ปันขมวดคิ้ว มองกระดาษที่มีหัวข้อระบุชัดเจนด้วยความสับสน "พี่คิมไม่ได้ทิ้งแกเพราะหมดรักหรอกปัน!" น้ำหวานโพล่งออกมาทั้งน้ำตา "พี่เขาโดนคณะสอบสวนเรื่องปกป้องแกในห้องเชียร์วันนั้น... เขาเอาตัวเองเข้ารับโทษแทนแกทั้งหมดเพื่อไม่ให้แกโดนตัดทุนการศึกษา และนี่... คือคำสั่งพักการเรียนของพี่คิมที่จะมีผลบังคับใช้วันจันทร์นี้!" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เด็กๆ คณะวิศวะมาโดยเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%