องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 32

ซ้อมใหญ่ละครคณะ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“นั่น... พี่คิมคะ ใครเหรอคะ?” คำถามของปันไม่ได้ดังพอจะก้องไปทั้งห้องประชุม แต่ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกมารอบตัวคิมกลับทำให้เสียงสั่นๆ ของเธอเด่นชัดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ของเฮดว้ากหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองร่างโปร่งที่ยืนยิ้มอยู่ที่ประตูทางเข้า ใบหน้าของคิมที่เคยสงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่ราบเรียบ กลับมีรอยร้าวฉานเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกปรับให้กลับมาเรียบเฉย ‘ริน’ เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่ามั่นใจ มือเรียวสวยถือบทละครของคณะไว้ในมือ ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเธอคือ ‘คนใน’ ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโปรเจกต์นี้ “รินเองค่ะคิม... จำได้ไหมคะ?” น้ำเสียงของหญิงสาวนุ่มนวล ทว่าแฝงความนัยที่คนฟังแล้วรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมๆ จิ้มลงบนผิวหนัง “ไม่คิดเลยว่าคิมจะมาคุมละครคณะปีนี้ด้วย เห็นว่าตอนนั้นคิมเคยบอกว่า... เรื่องการแสดงมันไกลตัวคิมเกินไป” ปันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาของเธอยังคงจับจ้องที่รูปถ่ายใบนั้นในความทรงจำ—รูปที่คิมกอดผู้หญิงคนนี้ด้วยแววตาที่ปันไม่เคยได้รับมาก่อน ความใจดีที่พี่คิมมอบให้เธอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนจะถูกตั้งคำถามด้วยการปรากฏตัวของผู้หญิงคนนี้ “ผมแค่รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายครับ” คิมตอบสั้นๆ ดวงตาคู่คมไม่ได้เหลือบแลมองปันเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมาทำอะไรที่นี่” “อ้าว ก็ในเมื่อบทนางเอกที่เขียนไว้มันต้องใช้อารมณ์ซับซ้อน ทางคณะเลยเชิญรินมาช่วย ‘ติวเข้ม’ ให้พวกน้องๆ ไงคะ... รวมถึงน้องปันด้วยใช่ไหม?” รินหันมามองปันด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเอ็นดู แต่ในแววตากลับว่างเปล่าจนน่าขนลุก “ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ เราน่าจะต้องทำงานด้วยกันอีกยาวเลยล่ะ” น้ำหวานที่ยืนอยู่ข้างๆ ปันรีบคว้าแขนเพื่อนสนิทไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของปัน “เฮ้ย ปัน... ใจเย็นๆ นะ” น้ำหวานกระซิบข้างหู แต่นั่นกลับทำให้ปันรู้สึกอึดอัดกว่าเดิม การซ้อมใหญ่เริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดอย่างประหลาด รินเข้ามามีบทบาทในการจัดท่าทางการแสดงอย่างรวดเร็ว เธอคอยสั่งให้คิมขยับเข้าใกล้ตัวนางเอกรุ่นน้องมากขึ้น และทุกครั้งที่คิมขยับ ปันก็รู้สึกเหมือนถูกผลักให้ไกลออกไปอีกเรื่อยๆ บนเวทีละครที่จำลองขึ้น คิมต้องรับบทเป็นคนรักที่ต้องเผชิญกับทางเลือกของชีวิต ส่วนปันรับบทเป็นตัวละครสมทบที่แอบมองดูอยู่ห่างๆ “คิมคะ ตรงจังหวะนี้ต้องมองตากันให้นานกว่านี้ค่ะ มันคือความรักที่ต้องลาจากนะ ไม่ใช่การมองแบบคนรู้จัก” รินสั่งพร้อมกับเดินเข้าไปจัดปกเสื้อให้คิมอย่างถือวิสาสะ “ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วครับ” คิมขมวดคิ้ว มือของเขาปัดมือรินออกอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด เขาสบตาปันที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างเวที แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความดุ แต่ยังมีความสับสนที่ปิดไม่มิด “พี่คิมคะ... ถ้าพี่ลำบากใจ ปันว่า...” ปันก้าวขึ้นมาบนเวทีด้วยความอดกลั้น “เราเปลี่ยนตัวแสดงสมทบก็ได้นะคะ ปันคิดว่าตัวเองอาจจะยังแสดงได้ไม่ดีพอ” คำพูดของปันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “น้องปันคะ การแสดงคือการสื่อสาร ถ้าแค่พี่เข้ามาช่วยติวแล้วน้องอยากจะถอย... แล้วถ้าเจออุปสรรคที่หนักกว่านี้ น้องจะทำยังไงล่ะคะ? หรือว่า... น้องกำลังกลัว?” “ปันไม่ได้กลัวค่ะ” ปันเชิดหน้าขึ้น สบตารินตรงๆ แม้จะรู้สึกใจสั่น “แต่ปันแค่ไม่ชอบทำงานที่มันมีความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้องจนเสียงาน” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องประชุมอีกครั้ง คิมมองปันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันมีความประหลาดใจและความภูมิใจเล็กๆ แฝงอยู่ เขาขยับก้าวเข้ามาหาปัน จนระยะห่างระหว่างเขากับรินลดน้อยลง “งั้นเรามาเริ่มซ้อมฉากนี้ใหม่” คิมพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “ผมจะเป็นคนส่งบทให้น้องปันเอง ส่วนเรื่องบทละคร... เดี๋ยวผมจะปรับเองตามความเหมาะสม” “คิม! นี่คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ การตัดสินใจทั้งหมด...” รินเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจ “นี่คือละครของคณะผม และผมเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด” คิมหันไปตอบรินด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม “ถ้าคุณอยากช่วย ก็ช่วยในขอบเขตงานที่คุณได้รับมอบหมาย อย่าข้ามเส้น... เหมือนในอดีต” คำว่า ‘เหมือนในอดีต’ ทำให้รินหน้าซีดลงไปถนัดตา ปันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก คิมดูเหมือนจะก้าวข้ามอะไรบางอย่างไปได้แล้ว แต่มันก็เป็นเพียงการเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า ปันหยิบบทละครขึ้นมา มือของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะเปิดไปที่หน้าถัดไป ทันใดนั้นเอง ปันก็ชะงักกึก เมื่อเห็นกระดาษโน้ตใบเล็กที่สอดอยู่ในหน้าบทละครนั้น มันเป็นลายมือที่คุ้นตาของใครบางคน ข้อความบนกระดาษเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มเพียงไม่กี่คำ แต่มันทำเอาปันถึงกับหน้าชา ‘อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น... คิมไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด และคนที่จะทำให้เธอเสียใจที่สุด ก็คือคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดในตอนนี้นี่แหละ’ ปันเงยหน้าขึ้นมองคิมที่กำลังยืนหันหลังให้เธอ แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นรินที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ที่มุมห้อง และในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของคิมก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงราวกับเห็นภูตผี คิมหันมามองปันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว ก่อนจะพึมพำออกมาคำหนึ่งที่ทำให้ปันถึงกับเข่าอ่อน “ปัน... หนีไปเดี๋ยวนี้ครับ” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ หวังว่าทุกหัวใจจะยังคงเต้นแรงไปพร้อมกับความรักของปันและคิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%