"ถ้าคุณยังยืนกรานจะทุบผนังรับน้ำหนักตรงนี้ทิ้งเพื่อเอาพื้นที่ไปทำห้องแต่งตัวไร้สาระนั่น ผมเกรงว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อให้เสียเวลาครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องประชุมใหญ่ปิดลง ธันวา สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความยืดหยุ่น ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะกระจกนิรสายตาคมกริบมองร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยท่าทีไม่รีบร้อน
รินรดาชะงักเท้าเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาและเปี่ยมไปด้วยความท้าทาย เธอก้าวเข้าไปหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือดี เอกสารแบบแปลนถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่น
"ไร้สาระเหรอคะคุณธันวา? หรือว่าสมองอันตึงเครียดของสถาปนิกโบราณอย่างคุณ มันประมวลผลไม่ออกว่าไลฟ์สไตล์คนยุคนี้เขาต้องการพื้นที่ใช้สอยแบบไหนกันแน่" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดบาดลึกเข้าที่ความเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายทันที "ผนังตรงนั้นไม่ได้สำคัญขนาดที่จะขยับไม่ได้ ถ้าคุณมีจินตนาการมากพอที่จะคิดนอกกรอบบ้าง ไม่ใช่เอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในตำราสถาปัตยกรรมคร่ำครึ"
ห้องประชุมที่ควรจะกว้างขวางกลับแคบลงถนัดตาเมื่อคนทั้งสองมาประจันหน้ากัน บรรยากาศมาคุแผ่ซ่านจนเมฆา วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะต้องรีบยกมือขึ้นปรามพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ
"ใจเย็นก่อนครับคุณริน ธันวา... นี่เพิ่งเริ่มต้นวันแรกเองนะ โปรเจกต์คฤหาสน์หรูมูลค่าร้อยล้านหลังนี้ เพิ่งจะเซ็นสัญญาเมื่อชั่วโมงที่แล้วเอง ทำไมพวกคุณถึงเปิดฉากสงครามเย็นกันเร็วจังล่ะครับเนี่ย" เมฆาพยายามตบมุกให้สถานการณ์ผ่อนคลาย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อสายตาของทั้งคู่ยังคงจดจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับความสะอาดแบบคนเจ้าระเบียบโชว์แตะจมูกเธอ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ไม่ยอมหลบสายตาคมคายที่เต็มไปด้วยความดุดันนั้นแม้แต่น้อย
"ผมไม่ได้อยากเปิดสงครามกับใครครับเมฆา แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศถึงส่งมัณฑนากรที่ใช้แต่อารมณ์นำความรู้มาทำงานร่วมกับผม" ธันวาจงใจเน้นเสียงต่ำ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมสันอยู่ใกล้เธอจนแทบหายใจรดกัน "แปลนบ้านหลังนี้ผมใช้เวลาคิดโครงสร้างมาสามเดือน มันสมบูรณ์แบบในตัวของมันเองแล้ว และผมไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายมันด้วยเหตุผลตื้นๆ แค่ 'อยากได้ห้องแต่งตัวกว้างขึ้น' หรอกนะครับ"
รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงดวงตากลมโต เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่เกรงกลัวความสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ จนเธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ และเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นที่กำลังวาวโรจน์
"ถ้าคุณคิดว่างานของตัวเองมันเพอร์เฟกต์จนแตะต้องไม่ได้ ทำไมไม่เอาไปสร้างอยู่คนเดียวล่ะคะคุณธันวา จะจ้างพวกเรามาทำไมตั้งแต่แรก!" รินรดาตอกกลับเสียงดังฟังชัด ดวงตาฉายแววพยศ "สถาปนิกที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่รับฟังเสียงของผู้อยู่อาศัย ไม่ได้เรียกว่ามืออาชีพหรอกค่ะ เขาก็แค่... คนหัวรั้นที่ติดอยู่ในกรอบแคบๆ ของตัวเองเท่านั้นแหละ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ เมฆากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคอ เขารู้จักธันวาดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้เกลียดการถูกขัดใจที่สุด และยิ่งเป็นเรื่องงานด้วยแล้ว ธันวาไม่เคยยอมลดราวาศอกให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่กับรินรดา... ผู้หญิงคนนี้กลับเป็นคนแรกที่กล้าต่อปากต่อคำและจี้จุดเดือดของธันวาได้ทุกคำพูด
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหงุดหงิดกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก
ผู้หญิงบ้าอะไร... ปากเก่งเป็นบ้า แถมยังดื้อรั้นจนน่าจับมาตีให้เข็ด
"ปากเก่งดีนี่ครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ร Aคคำพูดเจือความเย้าหยวนลึกซึ้งที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก "แต่หวังว่าฝีมือของคุณจะคมเหมือนปากที่คุณใช้เถียงผมนะ ไม่อย่างนั้น... ผมคงต้องเป็นคนรื้อแบบทั้งหมดแล้วทำใหม่เองโดยไม่ต้องสนใจความเห็นของคุณอีกเลย"
"คุณ!" รินรดากำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิดอย่างไม่ยอมแพ้ "คอยดูแล้วกันค่ะคุณธันวา ว่าคนปากร้ายอย่างคุณ จะต้องมานั่งยอมจำนนต่อไอเดียของฉันในวันสุดท้ายของโปรเจกต์นี้!"
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งของเลขาหน้าห้องที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
"คุณธันวาคะ... ทางท่านประธานใหญ่โทรมาด่วนค่ะ ท่านบอกว่า..."
ทั้งธันวาและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับมีกระแสไฟช็อต หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะจากระยะประชิดเมื่อครู่ ขณะที่ธันวายืนนิ่ง ขบกรามแน่น พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ สายตายังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาดื้อรั้นของหญิงสาวก่อนที่เขาจะหันไปมองเลขา
"มีเรื่องอะไรด่วนครับ" ธันวาถามเสียงเข้ม
"ท่านประธานบอกว่า... มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาครับ พวกคุณทั้งคู่... ต้องย้ายไปนั่งทำงานร่วมกันที่ไซต์งานก่อสร้างที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจนกว่าโปรเจกต์นี้จะจบครับ"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาชะงักกึก ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 1
แปลนบ้านที่ไร้หัวใจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับดีไซเนอร์ปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
