กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับของไม้สักเก่าแก่ในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ไม่ได้ทำให้พายุน้ำแข็งในใจของแพทย์นิติเวชหญิงสั่นคลอนแม้แต่น้อย
รินลดากวาดสายตาคมกริบภายใต้กรอบแววตาคู่สีเทาเข้มมองสำรวจร่างไร้ชีวิตที่ถูกตรึงอยู่เบื้องหน้า กลิ่นความตายเป็นสิ่งเดียวที่เธอคุ้นเคยและไว้ใจมากกว่าคำพูดของมนุษย์ แต่ภาพที่ปรากฏแกสายตาในยามวิกาลเช่นนี้กลับทำให้ปลายนิ้วใต้ถุงมือยางสีขาวยาวเรียวชะงักค้างไปชั่วขณะ
"ไม่ใช่การฆาตกรรมตามสัญชาตญาณดิบของพวกอาชญากรทั่วไปอย่างแน่นอนค่ะ..." น้ำเสียงเรียบเรื่อยติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องโถงกว้างที่มีเพียงแสงไฟฉายจากทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสาดส่อง รินลดาไม่ได้หันไปมองเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงตู้จัดแสดงโบราณวัตถุอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทว่าเธอกลับรับรู้ได้ถึงรัศมีอันสุขุมและสายตาที่กำลังพิจารณาเธออย่างเงียบเชียบเช่นกัน
ศิลา ขยับตัวเล็กน้อย รอยแผลเป็นจางๆ บนหลังมือขวาของเขาขยับตามแรงย่นของผิวหนังยามที่เขาเอื้อมมือไปแตะปีกหมวกแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานโบราณใกล้กัน
"คุณหมอรินลดาเชื่อในหลักการวิทยาศาสตร์และตรรกะแห่งปัจจุบันกาล... แต่บางครั้ง อดีตกาลก็มักจะมีวิธีตบหน้าผู้ที่หยิ่งผยองในความรู้สมัยใหม่ได้อย่างเจ็บแสบเสมอนะคะ" ศิลาเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มและเจือด้วยรอยยิ้มจางที่มุมปาก ซึ่งมันชวนให้รู้สึกหงุดหงิดใจสำหรับแพทย์สาวผู้เชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเธอ
รินลดาไม่ตอบคำโต้แย้งนั้น เธอเลือกที่จะก้าวเข้าไปใกล้ร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายบนแท่นจัดแสดงมากขึ้น ศพของเหยื่อรายนี้ถูกจัดท่าทางอย่างประณีตบรรจงราวกับผลงานศิลปะชั้นครู ขาข้างหนึ่งพับเข้าหากันในมุมองศาที่แม่นยำ แขนซ้ายทาบอกในลักษณะเดียวกับสตรีผู้สูงศักดิ์ในภาพวาดสีน้ำมันยุคศตวรรษที่สิบเก้าที่แขวนหราอยู่บนผนังเบื้องหลัง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือรอยแผลกรีดลึกบริเวณลำคอที่ถูกบรรจงปาดด้วยของมีคมอย่างสะอาดหมดจด ไร้ร่องรอยการดิ้นรนขัดขืน—ราวกับเหยื่อเต็มใจมอบความตายให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ด้วยความยินยอมพร้อมใจ
"ฆาตกรใช้สารคลายกล้ามเนื้อกลุ่มซักซินิลโคลีนในปริมาณที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อให้เหยื่อยังคงมีสติรับรู้ทุกความเจ็บปวดขณะที่ร่างกายถูกบังคับให้จัดวางในมุมที่ต้องการ... นี่ไม่ใช่พิธีกรรมโบราณอะไรทั้งนั้นค่ะคุณศิลา มันคือความวิปริตทางจิตวิทยาของฆาตกรต่อเนื่องที่ป่วยทางจิตอย่างรุนแรงต่างหาก"
รินลดาหันมาสบตาคมกริบกับนักประวัติศาสตร์ศิลป์หนุ่ม แววตาของเธอสะท้อนความเยียบเย็นและความเด็ดเดี่ยว ขณะที่ศิลากลับมีประกายบางอย่างไหววูบในดวงตาคู่นั้น—ประกายที่อ่านไม่ออกระหว่างความหลงใหลและความหวาดกลัว
"คุณมองเห็นแค่เหยื่อและสารเคมีในกระแสเลือด... แต่คุณมองไม่เห็น 'สารัตถะ' ที่ซ่อนอยู่หลังความตายนั้นเลยหรือครับ" ศิลาก้าวเข้ามาประชิดในระยะที่ใกล้เกินกว่าความจำเป็นสำหรับผู้ร่วมงานทั่วไป กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นอับของประวัติศาสตร์ "ภาพวาดชิ้นนั้น... 'The Lament of Ophelia' ฉบับจำลองที่สูญหายไปเมื่อร้อยปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพวาด แต่มันคือคำสาป และตอนนี้... คุณกำลังยืนอยู่บนผืนผ้าใบของมันแล้ว"
รินลดาขยับถอยหลังเพียงครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อภูตผีปีศาจหรือคำสาปงี่เง่าที่เขาเอ่ยถึง แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวตนอันลึกลับของชายตรงหน้า—ผู้ซึ่งกุมกุญแจสำคัญบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงกับการตายอันเป็นปริศนาของพ่อแม่เธอเมื่อสิบปีก่อน
"ฉันไม่เชื่อเรื่องงมงายค่ะ..." รินลดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางจะเริ่มชื้นเหงื่อ "สิ่งที่ฉันเชื่อคือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รอยนิ้วมือ คราบดีเอ็นเอ และ..."
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากโถงทางเดินมืดทึบเบื้องหลังประตูเหล็กดัดโบราณที่ควรจะถูกล็อกสนิท ทว่ามันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทีมพิสูจน์หลักฐานที่ควรจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
ศิลาหุบยิ้มทันที แววตาสุขุมเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวอย่างเฉียบพลัน มือข้างที่มีรอยแผลเป็นเอื้อมมากุมข้อมือเรียวของรินลดาไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่อาจปฏิเสธ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงระริกพร่าชิดริมใบหูของเธอ
"มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้... ตั้งแต่ก่อนที่เราจะก้าวเข้ามาแล้วล่ะครับคุณหมอ"
ในวินาทีนั้นเอง หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะก็กะพริบไหวรุนแรงสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่มันจะดับสนิทลงพร้อมกันทั้งหมด ทิ้งให้ทั้งห้องจมดิ่งอยู่ภายใต้ความมืดมิดสนิทที่มีเพียงแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระจกสีโบราณ ทาบทับลงบนร่างไร้วิญญาณในกรอบทองคำ—และเสียงลมหายใจปริศนาดังขึ้น *ฮึดฮัด* อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกันนะคะ
— เงาจันทราลี้ลับ
นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดข้ามศตวรรษ•ตอนที่ 1
ศพในกรอบทองคำ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดข้ามศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!