กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศเย็นเฉียบของห้องนิรภัยใต้ดิน มันไม่ใช่กลิ่นจินตนาการ และไม่ใช่ภาพหลอนจากความตื่นตระหนกของผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
รินลดาก้มลงมองคราบของเหลวสีแดงเข้มข้นที่กำลังซึมผ่านเนื้อผ้าใบอายุกว่าสองร้อยปี บริเวณลำคอของบุรุษในภาพวาดข้ามศตวรรษ นิ้วเรียภายใต้ถุงมือยางสีขาวยื่นออกไปแตะสัมผัสหยดของเหลวนั้นอย่างไม่ลังเล ปลายถุงมือเปรอะเปื้อนคราบเหนอะหนะ เธอป้ายมันเข้ากับแผ่นกระดาษซับสารเคมีสีขาวสะอาด สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองการเปลี่ยนแปลงของสีที่ค่อยๆ ปฏิกิริยาขึ้นอย่างเงียบงัน
"ฮีโมโกลบิน" น้ำเสียงเรียบสนิทของแพทย์นิติเวชสาวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน "ไม่ใช่สีน้ำมันเสื่อมสภาพ ไม่ใช่สารเคมีปฏิกิริยาออกซิเดชันใดๆ ทั้งสิ้น... นี่คือเลือดมนุษย์สดๆ ที่เพิ่งถูกปั๊มออกมาจากสิ่งมีชีวิตเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เองค่ะ"
ศิลาซึ่งยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง ขยับตัวเข้ามาใกล้เงาของแสงไฟสปอตไลท์ ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิด ลึกล้ำ และเยือกเย็นในแบบที่มักทำให้รินลดาต้องระวังหัวใจตัวเองทุกครั้ง "คุณกำลังบอกว่าภาพวาดชิ้นนี้กำลัง 'หายใจ' และ 'เลือดออก' เหมือนมนุษย์อย่างนั้นหรือคะ คุณหมอ"
"ดิฉันไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์หรือคำสาปงี่เง่าพวกนั้นหรอกค่ะคุณศิลา" รินลดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเทาเข้มสะท้อนความดื้อรั้นและตรรกะอันแข็งกร้าว "ในฐานะนิติเวช ทุกอย่างบนโลกนี้มีสมการรองรับเสมอ ภาพวาดนี้อาจถูกฉีดด้วยระบบกลไกซ่อนเร้น หรือมีใครบางคนจงใจเจาะผนังด้านหลังเพื่อสูบฉีดเลือดสัตว์เข้ามาผ่านรอยต่อของเฟรมผ้าใบ... เรากำลังโดนหลอกตาด้วยเทคนิคทางจิตวิทยาชั้นต่ำต่างหากล่ะคะ"
"ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ของคุณช่างเฉียบคมและน่าฟังเสียจริงค่ะ" ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินลดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์และกระดาษเก่าจากตัวเขา แววตาของนักประวัติศาสตร์ศิลป์รายนี้พราวระยับด้วยความท้าทาย "แต่คุณลืมมองรอยแผลเป็นที่ลำคอของรูปวาดนั้นไปหรือเปล่าคะ... รอยแผลที่ตรงกับตำแหน่งรอยกรีดบนศพในคดีฆาตกรรมเมื่อคืนนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ทฤษฎีทางนิติเวชของคุณจะอธิบายความบังเอิญที่แม่นยำราวจับวางนี้ว่าอย่างไรล่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อุณหภูมิในห้องนิรภัยลดฮวบลงจนรู้สึกได้ เคมีระหว่างคนทั้งสองปะทะกันอย่างเงียบเชียบ รินลดาขบกรามแน่น ความอวดดีของชายตรงหน้ามักทำให้เธออยากเอาชนะทุกครั้ง แต่วินาทีที่เธอกำลังจะเปิดปากโต้แย้งด้วยหลักฐานทางฟิสิกส์นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางบันไดวนด้านนอก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และไม่ใช่เสียงของภัณฑารักษ์ที่วิ่งหนีออกไปก่อนหน้านี้ มันเป็นจังหวะก้าวที่เชื่องช้า ทรงพลัง และจงใจกดดันให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังตกลหลุมพราง
ศิลาขยับตัวเข้ามาขวางหน้าพิทักษ์รินลดาโดยสัญชาตญาณ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกราบในเสี้ยววินาที ขณะที่รินลดากวาดสายตาไปยังมุมมืดของชั้นวางเอกสารโบราณ นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะด้ามมีดผ่าตัดขนาดพกพาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างเงียบเชียบ
ประตูกระจกนิรภัยของห้องนิรภัยค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางความมืดสลัว กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวโชยมาแตะจมูก
"ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ... คุณหมอคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก "สมการที่คุณกำลังคำนวณอยู่ มันไม่มีวันลงตัวหรอก... เพราะตัวแปรสำคัญ เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องนี้ต่างหากล่ะครับ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดข้ามศตวรรษ•ตอนที่ 3
สมการความตาย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดข้ามศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!