"ถ้าคุณยังบังคับให้ตัวเองเดินหน้าด้วยความเร็วเท่าเดิม ทั้งที่ขาหักไปข้างหนึ่งแบบนี้ ผมรับรองได้เลยว่านอกจากจะไปไม่ถึงจุดหมายแล้ว คุณอาจจะไม่ได้เดินอีกเลยตลอดชีวิต"
เสียงของอาจารย์รินราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงบนความพยายามที่กวินสั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์ กวินนั่งกำมือแน่นอยู่บนเก้าอี้หนังตัวเดิมในห้องทำงานของอาจารย์ บนโต๊ะตรงหน้าเขามีแฟ้มเอกสารรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เขาเพิ่งทำเสร็จวางอยู่ แต่มันกลับดูไร้ความหมายเมื่อเผชิญกับสายตาที่มองทะลุผ่านความเข้มแข็งจอมปลอมของเขาไป
กวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความรวดร้าว "แล้วจะให้ผมทำยังไงครับอาจารย์? ในเมื่อหน้าที่มันค้ำคออยู่ คนทั้งบริษัทฝากชีวิตไว้ที่ผม ถ้าผมหยุด... ทุกอย่างก็พัง"
"นั่นคือ 'เหตุผล' ที่คุณใช้กดทับตัวเองมาตลอดใช่ไหมคะ?" อาจารย์รินขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้า "แต่ในขณะเดียวกัน 'อารมณ์' ของคุณที่กรีดร้องอยากพัก มันก็กำลังประท้วงด้วยการสร้างอาการใจสั่นและโรคนอนไม่หลับให้คุณเห็นอยู่ทุกคืน ตอนนี้ในตัวคุณกำลังมีสงครามกลางเมืองนะคะ กวิน"
กวินนิ่งไป เขารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งวางทับอยู่กลางหน้าอก ภาพใบหน้าของลูกน้องที่ต้องการงานจากเขา ความคาดหวังจากบอร์ดบริหาร และความกลัวลึกๆ ว่าหากเขาล้มลง เขาจะกลายเป็นคนไร้ค่า มันตีรวนกันอยู่ในหัวจนปวดตุบ
"ผมต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใช่ไหม?" กวินถาม เสียงสั่นพร่า
"เปล่าเลยค่ะ" อาจารย์รินตอบสวนทันควัน "คุณไม่ต้องเลือก แต่คุณต้อง 'เจรจา' เหมือนที่ธุรกิจของคุณทำนั่นแหละค่ะ กวิน อารมณ์ไม่ใช่ศัตรูที่คุณต้องเอาชนะ แต่มันคือผู้ร่วมงานที่คุณต้องรับฟัง หากคุณไม่ยอมเปิดโต๊ะเจรจาด้วยความประนีประนอม วันหนึ่งฝ่ายอารมณ์จะใช้วิธี 'นัดหยุดงาน' ด้วยการดึงคุณลงไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือความล้มเหลวทางสุขภาพที่คุณจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย"
กวินหลับตาลง ภาพของตัวเขาเองที่เคยเข้มงวดกับทุกรายละเอียดจนแทบหายใจไม่ออกย้อนกลับมา ความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยภูมิใจ บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่แน่นหนาขึ้นทุกที เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองดูเงาตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกเงาด้านหลังอาจารย์ริน คนในกระจกดูอิดโรยและสิ้นหวังกว่าที่เขาเคยตระหนัก
"ผมควรเริ่มยังไงครับ?" กวินถามอย่างอ่อนแรง
"ถามตัวเองสิคะ ว่าความคาดหวังที่ว่า 'ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ' นั่นน่ะ มันเป็นของใครกันแน่? ของคุณ หรือของคนที่คุณพยายามพิสูจน์ตัวเองให้เห็นมาตลอดชีวิต?"
คำถามนั้นราวกับระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของกวิน กวินเม้มปากแน่น เขาไม่ได้เตรียมใจมาพบกับความจริงข้อนี้ เขาจำได้ว่าในวัยเด็ก คำชมเดียวที่เขาได้รับจากพ่อ ไม่ใช่เพราะเขาได้เกรดสี่ แต่เป็นเพราะเขาสามารถปิดดีลเล็กๆ ของครอบครัวได้โดยไม่มีที่ติ เขาถูกสอนให้มองอารมณ์ว่าเป็นเรื่องของคนอ่อนแอ การแสดงความเหนื่อยล้าคือความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้
"ผม..." กวินสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด "ผมกลัวครับ กลัวว่าถ้าผมยอมรับว่าตัวเองเหนื่อย ผมจะกลายเป็นคนขี้แพ้ในสายตาคนอื่น"
"แล้วถ้าคุณเป็นคนขี้แพ้ในสายตาตัวเองล่ะคะ ถ้าคุณยังดึงดันจะวิ่งในลู่ที่ทำลายสุขภาพจิตตัวเองไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งคุณล้มลงจริงๆ ใครจะมารับผิดชอบชีวิตที่คุณพังไปแล้ว?"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังดังก้อง กวินมองไปที่มือของตนเองที่เริ่มสั่นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่มันคือการเผชิญหน้ากับปีศาจที่เขาสร้างขึ้นมาเอง การเจรจาต่อรองกับตัวเองในครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการประนีประนอมเรื่องงาน แต่มันหมายถึงการรื้อถอนโครงสร้างตัวตนเดิมที่พุพังเพื่อสร้างฐานรากใหม่ที่ยั่งยืน
อาจารย์รินหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กมาวางไว้ตรงหน้าเขา "ลองเขียนออกมาค่ะ สัญญาใจระหว่าง 'เหตุผล' ที่อยากให้คุณสำเร็จ กับ 'อารมณ์' ที่อยากให้คุณได้พัก เขียนสิ่งที่จำเป็นต้องทำจริงๆ และสิ่งที่สามารถ 'อนุญาต' ให้ตัวเองปล่อยวางได้ คุณไม่ได้กำลังยอมแพ้ แต่คุณกำลังบริหารทรัพยากรที่สำคัญที่สุด คือตัวคุณเอง"
กวินหยิบปากกาขึ้นมา มือของเขาลังเลอยู่เหนือหน้ากระดาษ เขาไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองเขียนคำว่า 'ไม่ไหว' ลงไปในตารางงานเลยสักครั้ง นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกวินก็สั่นรัวขึ้นมาบนโต๊ะ หน้าจอสว่างวาบแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่เขารอคอยมาตลอดทั้งวัน... สายจาก 'ประธานบริษัท' ผู้เป็นพ่อของเขาเอง
กวินชะงัก สายตาสลับไปมาระหว่างหน้าจอกับอาจารย์ริน ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตา ถ้าเขารับสายตอนนี้ เขาอาจจะต้องยอมจำนนต่อความต้องการเดิมๆ อีกครั้ง แต่ถ้าเขาปล่อยให้มันดับไป นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาเลือกที่จะไม่เป็นไปตามความคาดหวังของใคร
"ตัดสินใจสิคะกวิน" อาจารย์รินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับค้อนที่ตีลงบนหลังคา "นี่คือจังหวะที่คุณต้องเลือกว่าจะเป็นผู้ควบคุมชีวิต หรือจะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของคนอื่น"
กวินเอื้อมมือไปแตะที่หน้าจอ... เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะกดปุ่มตัดสายทิ้งลงต่อหน้าต่อตาอาจารย์ริน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความเปราะบางไปพร้อมกับกวินในบทเรียนนี้ด้วยนะคะ
รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 32
การเจรจาต่อรองกับตัวเอง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!