รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 30

จังหวะชีวิตของแต่ละคน

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
“คุณกำลังวิ่งแข่งกับเงาของตัวเองอยู่ กวิน... เงาที่แม้แต่ตัวคุณเองก็สร้างขึ้นมาเพื่อข่มขู่ตัวเอง” เสียงของอาจารย์รินราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความรู้สึกที่กำลังอักเสบ กวินกำแก้วกาแฟในมือแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เขาไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา หากแต่จ้องเขม็งไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งแสดงผลลัพธ์ความสำเร็จของเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง—คนที่เพิ่งคว้าตำแหน่งซีอีโออายุน้อยที่สุดในขณะที่เขายังคงต้องประคองตัวเองไม่ให้พังทลายลงในห้องทำงานแห่งนี้ “เขามีทุกอย่างที่ผมควรจะมีในวัยนี้” กวินเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาติดขัด “เขามีโปรเจกต์ระดับภูมิภาค มีชื่อเสียง มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แล้วดูผมสิ... แม้แต่การจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้ผ่านพ้นไปแต่ละวัน ผมยังแทบเอาตัวไม่รอด” อาจารย์รินวางปากกาลงบนสมุดบันทึก เสียงกระทบของมันเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคู่นั้นมองทะลุผ่านความร้อนรนของกวินไปถึงเด็กหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่หลังหัวโขนผู้บริหารที่พังทลาย “คุณรู้ไหมว่านาฬิกาของดอกไม้ในป่าแต่ละชนิดไม่เท่ากัน” เธอเริ่มด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “กุหลาบอาจบานในฤดูร้อน แต่ดอกไม้ป่าบางชนิดอาจต้องรอให้ถึงหน้าหนาวเพื่อส่งกลิ่นหอม การที่คุณเอาดอกไม้ไปเปรียบเทียบกับนาฬิกาของกันและกัน มันไม่เพียงแค่ไร้เหตุผล แต่มันคือการทรมานตัวเองอย่างเลือดเย็นที่สุด กวิน” “แต่นี่คือโลกธุรกิจนะครับอาจารย์! ใครช้ากว่าคือผู้แพ้ ใครที่ไม่วิ่งตามมาตรฐานสังคม เขาก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” กวินสวนกลับ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้น อาจารย์รินยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่เป็นความเมตตาที่ทำให้กวินรู้สึกวูบโหวงในอก “มาตรฐานสังคมที่คุณพูดถึง คือไม้บรรทัดที่ใครเป็นคนตีเส้น? คนเหล่านั้นเขารู้ไหมว่าคุณต้องแลกอะไรมาบ้างเพื่อที่จะ ‘วิ่ง’ ให้ทันตามความคาดหวังของพวกเขา? ความสำเร็จของคนอื่นเป็นเพียง ‘ภาพถ่าย’ ในกรอบที่เขาสมัครใจให้เราดู แต่ชีวิตของคุณคือ ‘ภาพเคลื่อนไหว’ ที่คุณต้องเขียนบทเองทุกวินาที” กวินเงียบไป เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนบนถนนเบื้องล่างต่างก้มหน้าก้มตาเร่งรีบราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น ในใจของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันคือความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปี ความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่เขาเป็นคนล็อกกุญแจด้วยมือตัวเอง “ลองจินตนาการดูนะคะ” อาจารย์รินเอ่ยต่อ “ถ้าคุณหยุดเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับใครเลยในหนึ่งวัน... ไม่ดูโซเชียล ไม่เช็คความก้าวหน้าของใคร ไม่ต้องวัดค่าตัวเองด้วยความสำเร็จของคนรอบข้าง คุณคิดว่าในความเงียบนั้น คุณจะเห็นอะไรที่ถูกมองข้ามไปบ้าง?” กวินหลับตาลง ภาพที่เขามักจะเห็นคือรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-do list) ที่ยาวเป็นหางว่าว แต่ในความมืดมิดของเปลือกตาที่หลับสนิท เขากลับเริ่มเห็นภาพที่แตกต่าง... ภาพของต้นไม้ที่เขาเคยปลูกไว้ในกระถางเล็กๆ ที่บ้าน มันโตช้าเหลือเกิน แต่เมื่อเขาตั้งใจมองจริงๆ เขากลับเห็นใบใหม่ที่เพิ่งผลิออกมาอย่างเงียบเชียบและงดงาม “ผม... ผมแค่กลัว” กวินยอมรับออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเบาหวิว “ผมกลัวว่าถ้าผมหยุดวิ่ง ผมจะกลายเป็นคนไม่มีค่า ผมกลัวว่าถ้าผมไม่ดีพอเหมือนคนอื่น ผมจะไม่มีที่ยืนในโลกใบนี้” “การเปรียบเทียบคือขโมยตัวฉกาจที่มาปล้นความสุขในปัจจุบันไปจากคุณ” อาจารย์รินกล่าวพลางขยับเข้าไปใกล้ “วันนี้กลับไปที่บ้าน แล้วลองถอดนาฬิกาเรือนนั้นออกนะคะ เรือนที่คอยนับเวลาว่า ‘ทำไมเราถึงยังไม่ได้สิ่งนั้น’ หรือ ‘ทำไมเราถึงช้ากว่าเขา’ แล้วลองถามตัวเองว่า... วันนี้ ฉันได้ดูแลใจตัวเองดีพอหรือยัง?” กวินลืมตาขึ้น ความขุ่นมัวในแววตาดูจะจางลงไปบ้าง แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงผิดจังหวะ กวินขมวดคิ้ว เขาจำเสียงเคาะแบบนี้ได้... มันเป็นจังหวะที่เร่งร้อนและกระวนกระวายใจเกินกว่าจะเป็นเลขาของเขา เลขาของเขาถูกกำชับไว้แล้วว่าห้ามรบกวนเวลาช่วงนี้เด็ดขาด ประตูห้องทำงานเปิดผางออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กวินชะงักงัน หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่เห็นใบหน้าของชายผู้นั้น “พ่อ...” กวินพึมพำ ชื่อที่เขาไม่ได้เอ่ยถึงมานานหลายปีหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่ดูภูมิฐานไม่เปลี่ยนไปจากวันเก่า เดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะของกวินด้วยแรงกระแทกจนแก้วกาแฟสั่นไหว “เลิกเล่นบทบาทจิตวิทยาพวกนี้ได้แล้ว กวิน” พ่อของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่เขาสุดแสนจะคุ้นเคย “คนในตระกูลเราไม่เสียเวลากับเรื่องเพ้อฝัน และพรุ่งนี้เช้า... แกต้องกลับไปจัดการบริษัทให้เข้าที่เข้าทาง ไม่อย่างนั้นสิ่งที่แกสร้างมาทั้งหมด จะไม่มีวันเหลือซากให้แกได้ภาคภูมิใจอีกต่อไป” กวินมองเอกสารบนโต๊ะ มันคือบันทึกการประชุมบอร์ดบริหารที่มีลายเซ็นของคู่แข่งที่เขาเพิ่งเปรียบเทียบตัวเองไปเมื่อครู่นี้... และที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือลายเซ็นของพ่อเขาที่กำกับอยู่ใต้ข้อเสนอ ‘การเปลี่ยนตัวผู้บริหารใหม่’ ที่มีชื่อของ ‘คนคนนั้น’ อยู่ในบรรทัดท้ายสุด! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความเปราะบางไปพร้อมกับกวินในบทเรียนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%