กลิ่นอายของผ้าไหมซาตินเกรดพรีเมียมที่ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนจากหลอดไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาบนรันเวย์ตัวยาว ไม่ได้อบอวลไปด้วยความหรูหราอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่คุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ เสียงชัตเตอร์นับร้อยตัวที่รัวราวกระสุนปืนในความมืด ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้สร้างสรรค์อย่างธามันแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเย็นชา ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังจัดระเบียบปกเสื้อของนางแบบสาวคนสุดท้ายอย่างประณีตบรรจง ราวกับโลกใบนี้ไม่ได้กำลังถล่มทลายลงตรงหน้า
"คุณมีเวลาอีกไม่ถึงสามนาที, ธามัน... ก่อนที่สิทธิ์การถือครองแบรนด์นี้จะกลายเป็นเศษกระดาษ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยาะหยันดังขึ้นจากความมืดตรงปลายรันเวย์ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาโคลสั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากเงาสลัว รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นปูนขัดมันเกิดเสียงก้องกังวาน คีริน... ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมกับสถานะของ "ผู้พิพากษา" และ "ผู้ทำลายล้าง" ในเวลาเดียวกัน
ธามันเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้บุกรุก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความยินดี หากแต่เป็นความท้าทายที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดีจากสมองอันปราดเปรื่อง
"เศษกระดาษในมือคุณ อาจเป็นผลงานชิ้นเอกที่โลกต้องจารึก, คุณคีริน" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจน ท่าทีที่สุขุมเกินกว่าเหตุนี้ทำให้คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างนึกฉุน "แต่ก็นั่นแหละ คนที่มองเห็นแต่ตัวเลขในงบดุล คงไม่เข้าใจคุณค่าของศิลปะที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อหรอกค่ะ"
"ศิลปะเหรอ?" คีรินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวดีไซเนอร์หนุ่มจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นเยียบของอำพันลอยแตะจมูก "สิ่งที่นายกำลังทำอยู่บนรันเวย์นี้ มันเป็นแค่การดิ้นรนครั้งสุดท้ายของคนใกล้ตาย บริษัทของนาย... หนี้สินทั้งหมด... และแม้แต่เงาของนายเอง ตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของฉันเบ็ดเสร็จแล้ว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก นางแบบและทีมงานต่างถอยร่นออกไปโดยไม่มีใครกล้าสอดปาก ทว่าธามันกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือดราวกับสัตว์ป่าสองตัวที่กำลังแย่งชิงอาณาเขต
"คุณคิดว่าตัวเองกุมอำนาจไว้ทั้งหมดแล้วจริงๆ หรือคะ?" ธามันกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำให้คีรินชะงักไปชั่วขณะ "บางที... สิ่งที่คุณคิดว่ายึดครองได้ อาจจะเป็นแค่เหยื่อล่อที่ฉันโยนให้คุณเดินเข้ามาติดกับเองก็ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มือหนาของคีรินยื่นออกไปคว้าคางของธามันไว้ด้วยความเร็วที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว นิ้วแกร่งบีบกระชับลงบนกรามคมอย่างถือสิทธิ์ แรงกดนั้นมากพอที่จะทำให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่แววตาของธามันกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ซึ่งสะท้อนกลับมาจากนัยน์ตาคมกริบของคีริน
"ปากเก่งดีนี่... ธามัน" คีรินขบกรามแน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อระยะประชิดนี้เปิดเปลือยให้เห็นทุกอณูสัมผัส "อยากรู้นักว่า ถ้าคอลเลกชันนี้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ปากเก่งๆ ของนายจะยังส่งเสียงแบบนี้ได้อีกไหม"
"ถ้าคุณอยากทำลายมันนัก... ทำไมไม่ลองทำดูตอนนี้เลยล่ะคะ?" ธามันยั่วยวนด้วยการเอียงคอมอง ปลายลิ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว เป็นภาษากายที่ท้าทายสัญชาตญาณดิบของอีกฝ่ายอย่างถึงที่สุด "พิสูจน์ให้ฉันดูสิ ว่าผู้บริหารมือหนึ่งอย่างคุณ จะกล้าฉีกชุดที่แพงที่สุดในรันเวย์นี้ด้วยมือตัวเองหรือเปล่า"
ในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณของการควบคุมก็ขาดผึ่งลง คีรินกระชากร่างของธามันเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของดีไซเนอร์หนุ่มกระแทกเข้ากับเสาเหล็กฉากหลังรันเวย์ เสียงสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากที่ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นรุนแรง หิวกระหาย และเต็มไปด้วยการประกาศชัยชนะและการลงทัณฑ์ในคราวเดียวกัน ธามันสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนจะตวัดแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง พลิกสถานะจากการเป็นผู้ถูกกระทำขึ้นมาเป็นผู้ร่วมเกมอย่างเต็มตัว
รสจูบที่เริ่มจากการปะทะกลายเป็นการบดขยี้อย่างไร้ความปรานี ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดท่ามกลางความเงียบของฮอลล์จัดแสดงที่ปิดไฟมืดสนิท ยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงเผาผลาญ มือหนาของคีรินลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ก่อนจะบีบขยำสะโพกสอบอย่างแรงจนธามันต้องส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความวาบหวาม ร่างกายทั้งสองร่างเบียดเสียดแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับความหนาแน่นของอากาศรอบตัว
ทว่า... ในวินาทีที่มือของคีรินกำลังจะเอื้อมไปปลดซิปด้านหลังชุดของนางแบบที่ธามันสวมอยู่ เพื่อทำลายผลงานชิ้นเอกนั้นให้พินาศคามือ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องก็ดังขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าด้านหลังเวที
"บอสครับ! เราเจอความผิดปกติในเซิร์ฟเวอร์การเงิน... มีการโอนถ่ายเงินทุนสำรองทั้งหมดออกไปยังบัญชีไม่ทราบชื่อแล้วครับ!"
เสียงตะโกนของเลขาฯ ส่วนตัวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทำลายบรรยากาศสีเทานั้นลงในพริบตา คีรินผละริมฝีปากออกจากธามันช้าๆ หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ นัยน์ตาสีเข้มหันกลับไปมองลูกน้องด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดทันที
ธามันยืนพิงเสา จัดเสื้อผ้าที่ยับย่อยของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบเมื่อครู่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
"ดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณคิดว่ายึดครองไว้ทั้งหมดเมื่อกี้..." ธามันกระซิบกระsaur แววตาสดใสระยิบระยับด้วยความเย้ยหยัน "...มันเพิ่งจะหลุดมือไปแล้วนะคะ, คุณคีริน"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
ดีไซเนอร์ไร้เงา ปะทะทายาทสายมืด•ตอนที่ 1
แสงสีบนรันเวย์ที่กำลังพังทลาย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงา ปะทะทายาทสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
