ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 17

ความลับในเอกสารเก่า

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“ถ้าคุณยังดึงดันจะเปิดแฟ้มเอกสารชุดนั้นด้วยโครงสร้างพลังงานแบบดิบเถื่อนเช่นนี้ อาคารอนุรักษ์หลังนี้ได้กลายเป็นสุสานฝังกลบพวกเราจริงๆ แน่นอนค่ะ รณกร” เสียงเตือนที่เจือความระอาเล็กน้อยของอาจารย์รินรดา ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินหอสมุดกลาง กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอโรมาเธอราพีกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ที่เธอมักพกติดตัว ช่วยดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้ออกจากสมาธิอันตึงเครียด รณกรกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพเส้นใยออร่าสีดำที่กำลังบิดเบี้ยวเป็นรูปโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งแผ่พุ่งออกมาจากแฟ้มหนังสีดำเข้มตรงหน้า ดวงตาของเขายังคงมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการใช้เนตรสถาปนิกเพ่งมองโครงสร้างทางไสยเวทมานานกว่าสามชั่วโมงเต็ม แต่ความอยากรู้อยากเห็นและแรงขับเคลื่อนจากปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวในเหตุการณ์ตึกถล่มปริศนา ทำให้เขาไม่อาจถอยหลังกลับได้ในจุดนี้ “ผมแค่วิเคราะห์รอยต่อของอักขระอาคมที่ผนึกอยู่บนปกแฟ้มครับอาจารย์… มันไม่ใช่เวทมนตร์สุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นผังโครงสร้างสถาปัตยกรรมโบราณที่ใช้หลักการ ‘ถ่วงดุลพลังงาน’ แบบเดียวกับที่ผมเคยศึกษาในตำราโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่ามันจะถูกบิดเบือนด้วยศาสตร์มืดก็เถอะ” รณกรตอบเสียงเรียบ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับบ่งบอกว่าเขากำลังใช้พลังสมองและพลังจิตไปถึงขีดจำกัด อาจารย์รินรดาถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นเรียวเล็บเรียาสวยหยิบสำรับไพ่ทาโรต์สำรับเก่าแก่ออกมาจากกระเป๋าผ้าไหมปักลายดาราศาสตร์ ไพ่สำรับนี้ไม่ใช่เครื่องมือทำนายดวงชะตาทั่วไป แต่เป็น ‘สื่อกลาง’ ในการปรับคลื่นความถี่พลังงานเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณอาฆาตจากเอกสารโบราณกัดกินสติสัมปชัญญะของรณกร “ศาสตร์ทุกแขนงย่อมมีตรรกะของมันค่ะคุณรณกร เพียงแต่วิศวกรรมไสยเวทที่พวกเรากำลังแกะรอยอยู่นี้ มันไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัย แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ ‘กักขัง’ และ ‘ถ่ายเท’ ดวงวิญญาณให้กลายเป็นเสาเข็มมนุษย์… ดูสิคะ ไพ่ใบนี้กำลังบอกอะไรเรา” นิ้วเรียวกรีดไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมา—*The Tower* ในมุมกลับ หัวตั้งขึ้นในตำแหน่งที่แสดงถึงการพังทลายจากฐานราก แต่มีรอยร้าวที่ถูกเย็บด้วยด้ายสีแดงชาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยว่า หากเปิดแฟ้มนี้อย่างไร้ระเบียบ โครงสร้างพลังงานรอบตัวทั้งหมดจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และระเบิดออกทันที รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาปรับจังหวะการหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะการเคาะนิ้วของอาจารย์รินรดา มือเรียวหนาของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นเหนือแฟ้มเอกสารอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาไม่ได้มองเห็นแค่กระดาษเก่าๆ แต่เขากำลังมองเห็น ‘พิมพ์เขียว’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมึกพิมพ์โบราณ เส้นสายสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เป็นโครงสร้างเรขาคณิตสามมิติที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต “เตรียมพร้อมนะคะ… สาม สอง หนึ่ง… ถอดสลักโครงสร้าง!” รณกรใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะลงบนมุมกระดาษแผ่นแรก พร้อมกับที่อาจารย์รินรดาซัดไพ่ทาโรต์ทั้งสามใบลงบนพื้นรอบโต๊ะไม้ เกิดเป็นม่านพลังงานใสคุ้มกันแรงกระแทกจากอาคมโบราณ *แคว่ก!* เสียงกระดาษเก่าแก่ถูกเปิดออกราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังฉีกขาด อากาศรอบห้องใต้ดินลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ ลมเย็นเยียบพัดวนจนกระดาษแผ่นอื่นๆ ปลิวว่อน แต่สายตาทั้งคู่ของรณกรและอาจารย์รินรดากลับจดจ่ออยู่เพียงจุดเดียว—รายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของเอกสารลับชุดนั้น รายชื่อลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่ตัวอักษรกลับยังคงความคมชัดราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อวาน หัวข้อด้านบนสุดระบุไว้อย่างชัดเจนด้วยภาษาโบราณว่า *‘บัญชีรายชื่อสถาปนิกและผู้ควบคุมงานโครงการบูรณะมหาวิหารแห่งความมืด - ภาคผนวก ก.’* รณกรไล่สายตาอ่านทีละชื่อ หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ชื่อแล้วชื่อเล่า… จนกระทั่งมาสะดุดกับลายมือชื่อลำดับที่เจ็ด “นี่มัน… เป็นไปได้ยังไงกันครับอาจารย์?” รณกรพึมพำเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ชื่อที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘ศาสตราจารย์ธนา’ อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ล่วงลับของเขาเอง—ชายผู้ที่เป็นเสาหลักในวงการสถาปัตยกรรม และเป็นผู้มอบทุนการศึกษาให้แก่รณกรในวันที่ครอบครัวของเขาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มครั้งนั้น! “ดูเหมือนว่าโครงสร้างที่คุณพยายามตามหาความจริงมาตลอดชีวิต จะไม่ได้พังทลายลงเพราะอุบัติเหตุหรือความประมาททางวิศวกรรมแล้วล่ะค่ะ รณกร” อาจารย์รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยประกายตาที่คมกริบ เธอพลิกหน้ากระดาษแผ่นถัดไปอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผังโครงการก่อสร้างตึกสำนักงานใหญ่ที่รณกรคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือตึกหลังเดียวกันกับที่พ่อแม่ของเขาเคยเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรโครงสร้าง! “พวกมัน… พวกมันใช้ตึกนั้นเป็นเครื่องบูชาตั้งแต่เริ่มต้นสินะครับ” รณกรกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาตามรอยเล็บ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวลึกในใจ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังกำลังถูกรื้อถอนและประกอบร่างขึ้นใหม่ในหัวสมองของเขาอย่างเป็นระบบ ก่อนที่รณกรจะทันได้ตั้งคำถามหรือวิเคราะห์โครงสร้างความเชื่อมโยงของรายชื่อทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน—*ตึง ตึง ตึง*—เสียงนั้นไม่ได้เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางพลังงานที่เหนือกว่าอาคมป้องกันของอาจารย์รินรดาเสียอีก อาจารย์รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว สำรับไพ่ทาโรต์ทั้งหมดก็ลอยขึ้นประสานกันเป็นโล่พลังงานโปร่งแสงทันที ดวงตาคู่สวยหันไปมองที่ประตูไม้ผุพังด้วยความระแวดระวังสูงสุด “มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนค่ะ ดูเหมือนว่าโครงสร้างพลังงานที่เราเพิ่งปลดล็อก จะส่งสัญญาณเตือนไปถึง ‘สถาปนิกใหญ่’ ของฝั่งนั้นเข้าเสียแล้วล่ะค่ะ…” เงาร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มก้าวพ้นขอบประตูลงมา แสงไฟสลัวจากตะเกียงโบราณสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของผู้มาใหม่ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด “ไม่นึกเลยว่าเด็กน้อยที่ฉันเคยเมตตาไว้ชีวิตจากตึกถล่มวันนั้น จะมีความสามารถปีนป่ายมาจนถึงห้องเก็บเอกสารลับนี้ได้… เก่งมากนี่หนุ่มน้อยสถาปนิก” รณกรเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวออกมาจากความมืด—มันคือชายผู้ที่ควรจะตายไปพร้อมกับซากตึกในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับรณกรในบททดสอบอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%