กลิ่นอายความชื้นของหมึกพิมพ์เขียวบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ ผสมผสานกับกลิ่นอับของหอจดหมายเหตุเก่าแก่ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานเล็กๆ ชั้นใต้ดินของสำนักงานสถาปนิกดูอึมครึมยิ่งกว่าเดิม แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนแปลนอาคารพาณิชย์สูงแปดชั้น ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อสามปีก่อน
รณกรใช้ปลายนิ้วเรียวยาวกดลงบนรอยพับของกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองเส้นสายเรขาคณิตที่ขีดเขียนด้วยมืออย่างประณีต แต่ในสายตาของเขา แปลนแผ่นนี้ไม่ได้มีแค่หมึกสีดำและตัวเลขคำนวณโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทว่ามันกลับมี ‘กลุ่มก้อนพลังงานสีเทาหม่น’ ลอยวนเวียนอยู่ราวกับกลุ่มควันพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาของคานรับน้ำหนัก
"คุณกำลังใช้สายตาเพ่งเล็งจนเกินความจำเป็นแล้วนะคะ รณกร"
เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจลึกลับดังขึ้นจากมุมห้อง อาจารย์รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ชุดเดรสยาวสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่น ในมือเรียวบางของเธอกำลังสับสำรับไพ่ทาโรต์ขอบทองด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เสียงกระดาษกระทบกันเบาๆ คล้ายเสียงฝนตกกระทบหลังคารab
รณกรละสายตาจากพิมพ์เขียว เขาถอนหายใจยาวเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าที่เกาะกุมเปลือกตา "ผมแค่กำลังพยายามหาจุดเชื่อมโยงครับ... อ่า หมายถึงค่ะ แปลนนี้ถูกออกแบบตามหลักวิศวกรรมสากลทุกประการ ไม่มีจุดไหนที่รับน้ำหนักเกินมาตรฐานเลยแม้แต่น้อย แต่ทำไมโครงสร้างพลังงานที่ผมเห็นในตึกนั้น ถึงมีลักษณะเหมือน ‘ยันต์ตรึงวิญญาณ’ ทรงกลับหัวล่ะครับ—ค่ะ?" เขาเผลอหลุดสำนวนติดปากออกไปจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาพินิจพิเคราะห์ลูกศิษย์หนุ่มด้วยความเอ็นดูเจือความระแวดระวัง "หลักวิศวกรรมกับไสยเวทโบราณไม่ได้แยกขาดจากกันอย่างที่ตาเนื้อคุณเข้าใจหรอกนะคะ สิ่งก่อสร้างก็เหมือนร่างกายมนุษย์ มีกระดูกคือเสา มีเส้นเลือดคือท่อน้ำ และมี ‘จิตวิญญาณ’ เป็นตัวหล่อเลี้ยง ลองเปิดไพ่ใบที่สามของกองนี้ดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมพิมพ์เขียวแผ่นนี้ถึงมีกลิ่นอายของความตาย"
เธอวางไพ่สามใบคว่ำหน้าเรียงกันบนโต๊ะทำงาน ใบแรกคือ *The Tower* ที่แสดงภาพหอพักถูกสายฟ้าฟาดพังทลาย ใบที่สองคือ *The Hanged Man* สลับหัวลงมา และใบสุดท้าย... ไพ่ที่รณกรต้องเป็นผู้หงายมันขึ้นมาเอง
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก SENSE หรือสัมผัสพิเศษที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้เขารับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากกระดาษแผ่นเล็กๆ ตรงหน้า เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวสัมผัสเรียบเนียนของไพ่ก่อนจะพลิกมันขึ้นอย่างมั่น
*The Death*—แต่มันไม่ใช่ความตายธรรมดา ภาพบนหน้าไพ่ปรากฏรูปโครงกระดูกสวมชุดสูทสถาปนิก ในมือถือไม้บรรทัดทีสเกลที่หักครึ่ง และเบื้องหลังคือเสาเข็มตอกลงไปในดินที่มีคราบเลือดไหลริน
"นี่มัน..." รณกรเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นแขน ภาพนิมิตวูบหนึ่งกระชากสติเขากลับไปยังอดีต วันที่ตึกของครอบครัวเขาพังครืนลงมา เสียงกรีดร้องและกลิ่นฝุ่นปูนคละคลุ้งกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง
"ตั้งสติด้วยค่ะ รณกร" เสียงของรินรดาดังขึ้นเฉียบขาด พร้อมกับที่ฝ่ามืออุ่นๆ ของเธอทาบลงบนหลังมือของเขา แรงสั่นเทาค่อยๆ สงบลงเมื่อกระแสพลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาช่วยประคับประคองจิตใจ "ไพ่ไม่ได้กำลังบอกว่าคุณจะต้องตายนะคะ แต่มันกำลังบอกว่า... โครงสร้างนี้ถูก ‘ออกแบบ’ มาเพื่อให้เกิดความตายตั้งแต่แรกเริ่มต่างหาก"
รณกรหันขวับมามองอาจารย์สาว "หมายความว่ายังไงครับ... หมายความว่ายังไงคะ? คุณกำลังจะบอกว่าเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน ไม่ใช่ความประมาทของผู้รับเหมาเหรอ?"
"ลองดูที่มุมล่างขวาของพิมพ์เขียวแผ่นนั้นสิคะ" รินรดายกคางพยักพายไปยังโต๊ะทำงาน "ไม่ใช่ลายเซ็นของสถาปนิกอาวุโสที่คุณตามหาหรอกค่ะ แต่เป็นสัญลักษณ์รูป ‘ดวงตาไร้เปลือก’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นทึบของคานรับน้ำหนักชั้นที่สี่"
รณกรก้มลงมองตาม ทันทีที่เพ่งสมาธิไปที่จุดนั้น พิมพ์เขียวที่เคยราบเรียบก็พลันบิดเบี้ยวในสายตา เส้นหมึกสีดำเริ่มขยับเขยื้อนกลายเป็นกลุ่มเส้นใยสีดำเมือกที่กำลังเต้นตุบๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต มันคือ ‘อาคมกักเก็บวิญญาณ’ ระดับสูงที่ถูกถักทอเข้าไปในสูตรคำนวณการรับน้ำหนักอย่างแนบเนียน ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นวิศวกรตรวจสอบอาคารที่เก่งที่สุดในโลก ก็ไม่มีทางมองเห็นความผิดปกตินี้ผ่านตาเนื้อเด็ดขาด
"พวกมันใช้ตึกเป็นเครื่องเซ่นไหว้..." เสียงของรณกรแหบพร่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง "ตึกทั้งหลังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกดูดกลืนพลังชีวิตของคนที่เข้ามาอาศัย"
"ถูกต้องค่ะ และคนที่ออกแบบโครงสร้างนี้... ก็ยังคงลอยนวลอยู่แถมยังใช้ชื่อเสียงในฐานะอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยชื่อดังบังหน้าเสียด้วย" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงร่างระหงทาบทับลงบนแปลนอาคาร เธอดึงกุญแจดอกเล็กสีทองอร่ามออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม "คืนนี้เราต้องไปที่ไซต์ก่อสร้างร้างนั้นอีกครั้งค่ะ เพื่อพิสูจน์ว่าสมมติฐานของเราถูกต้อง"
ก่อนที่รณกรจะได้เอ่ยปากทักท้วงถึงความอันตราย เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินเก่าคร่ำครึที่ติดอยู่หน้าห้องจดหมายเหตุ ก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
*กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!*
ไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวจนดับวูบ เหลือเพียงแสงไฟสีส้มจากตะเกียงของรินรดาส่องสว่าง ทว่าสิ่งที่ทำให้รณกรต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่เสียงกริ่งเตือนภัย... แต่เป็นเงาดำทมิฬนับสิบสายที่พุ่งทะลุผ่านผนังคอนกรีตเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังระงมอยู่ข้างหู—
*[ระบบภารกิจพิเศษระดับ SSS: เผชิญหน้าสถาปัตยกรรมอาถรรพ์ถูกปลุกเสก ทำลายล้างเงาอดีตก่อนเวลาเที่ยงคืน]*
รินรดาสบถเบาๆ เป็นภาษาโบราณ เธอปัดสำรับไพ่ในมือขึ้นสู่อากาศ ไพ่ทาโรต์ส่องแสงเรืองรองสีฟ้าครามแผ่เป็นบาตรคุ้มกันรอบตัว "ระวังตัวด้วยนะคะรณกร... ดูเหมือนว่า ‘เจ้าของโครงการ’ ตัวจริง จะรู้แล้วว่าเรากำลังรื้อพิมพ์เขียวของเขาอยู่ค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาโครงสร้างมรณะนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 4
ร่องรอยในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!