"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมยุคเรเนสซองส์มาค้ำยันพลังงานอาคมสายมืดของตึกนี้ต่อละก็... อีกไม่ถึงสิบห้านาที แรงดันไสยเวทจะตีกลับจนร่างของคุณแหลกเป็นผุยผงไปพร้อมกับแปลนแปลกๆ นั่นนะคะคุณรณกร"
เสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินร้าง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวน더และกำยานโบราณลอยวนตัดกับกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพ รณกรสะดุ้งสุดตัว สถาปนิกหนุ่มถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ดวงตาคมกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ทว่าสิ่งที่เขาเห็นผ่านดวงตาพิเศษที่มองเห็นโครงสร้างพลังงาน ไม่ใช่กลุ่มก้อนพลังชั่วร้ายที่กำลังกัดกินตึกนี้เหมือนทุกที แต่เป็นแสงสีฟ้าครามบริสุทธิ์ที่แผ่ขยายออกมาจากร่างระหงของหญิงสาวในชุดคลุมผ้าฝ้ายทอมือสีขาวบริสุทธิ์
เธอคนนั้นกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ มือเรียวบางกำลังคลี่ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่สลักขอบด้วยแผ่นทองคำเปลวทีละใบอย่างใจเย็น บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีลูกแก้วคริสตัลสะท้อนแสงไฟฉายวาววับ
"คุณเป็นใครกันแน่... และเข้ามาในเขตอาคมของผมได้อย่างไร?" รณกรเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการฝืนใช้พลังจิตควบคุมโครงสร้างพลังงานสะท้อนผ่านหยาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ
อาจารย์รินรดาที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงวินเทจหรี่ลงพิจารณาร่างของหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยความระแวกระวังไม่แพ้กัน ไม้เท้าหัวกะโหลกแกะสลักในมือของรินรดากระทบพื้นคอนกรีตเบาๆ เกิดประกายไฟสีม่วงแลบแปลบปลาบ เป็นสัญญาณเตือนว่าพร้อมจะซัดอาคมใส่หากอีกฝ่ายขยับตัวผิดสังเกต
"ดิฉันชื่อ 'มินตรา' ค่ะ เป็นนักเวทอิสระที่บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้... แหม อย่าเพิ่งมองดิฉันด้วยสายตารังเกียจแบบนั้นสคะอาจารย์รินรดา ไม้เท้านั่นดูน่ากลัวไม่เบาเลยนะคะ แต่เกรงว่าจะเจาะเกราะป้องกันของดิฉันไม่เข้าหรอกค่ะ" หญิงสาวนามมินตราส่งยิ้มพริ้มเพรา ดวงตาเรียวรีพราวระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่
มินตราดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว โครงสร้างพลังงานสีดำทมิฬที่กำลังกัดกินคานรับน้ำหนักของอาคารเมื่อครู่ ถูกชำระล้างจนกลายเป็นละอองแสงสีทองปลิวหายไปในพริบตา รณกรเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง ในฐานะสถาปนิกที่มองเห็นโครงสร้างพลังงาน เขาเข้าใจดีว่าการจะลบล้างอาคมระดับนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาลขนาดไหน แต่มินตรากลับทำมันได้ราวกับเป็นการปัดฝุ่นเสื้อผ้า
"พลังงานสะอาด... นี่มันโครงสร้างเวทมนตร์สายบริสุทธิ์ขั้นสูง คุณใช้วิธีอะไรจัดการกับอาคมถ่วงดุลย์เมื่อกี้?" รณกรหลุดปากถามด้วยความกระหายใคร่รู้ ลืมความกลัวไปชั่วขณะ สัญชาตญาณความเป็นสถาปนิกและนักสำรวจตื่นตัวเต็มที่
"ความลับค่ะคุณสถาปนิกตัวน้อย" มินตราหัวเราะคิกคัก เธอสับไพ่ในมืออย่างคล่องแคล่วก่อนจะหงายไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมา "แต่บอกให้ก็ได้ว่า ที่ดิฉันมาที่นี่ เพราะไพ่ใบนี้บอกว่า... ถ้าดิฉันไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย ชีวิตของพวกคุณสองคนคงจะจบลงในซากปรักหักพังนี้ก่อนจะได้ไขปริศนาเรื่องตึกถล่มครั้งใหญ่เสียก่อนนะคะ"
รินรดาหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์อย่างเงียบๆ ไพ่ทาโรต์ในมือของมินตราสะท้อนกลิ่นอายโบราณที่คุ้นเคย ราวกับเปิดตำราเล่มเดียวกันกับที่รินรดารักษาไว้ หญิงสาวผู้สูงวัยกว่าขยับแว่นเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"คุณไม่ได้บังเอิญผ่านมา... อาคมชำระล้างเมื่อครู่ ใช้คาถาบทเดียวกับที่บันทึกไว้ในตำรา 'ดาราธิราช' ฉบับสูญหาย คุณเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลผู้พิทักษ์ประตูมิติ?"
มินตราหุบยิ้มทันที แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและจริงจัง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดมาจากไหนไม่มีใครรู้
"สมเป็นอาจารย์รินรดาผู้ดูแลหอสมุดไสยเวทโบราณจริงๆ ค่ะ ตาถึงไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลผู้พิทักษ์ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ดิฉันรู้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้าง 'ตึกอาถรรพ์' ทั่วเมืองนี้ เพื่อสูบวิญญาณสถาปนิกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพลังงาน และเป้าหมายต่อไปของมัน... ก็คือคุณค่ะคุณรณกร"
คำพูดของมินตราทำให้บรรยากาศในห้องใต้ดินเย็นเยียบลงทันตาเห็น รณกรนิ่งงัง ภาพเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวดและความแค้นผสมปนเปกันจนแน่นอก หากสิ่งที่หญิงสาวพูดเป็นความจริง แสดงว่าการตายของครอบครัวเขาไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางวิศวกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการชั่วร้ายที่ใหญ่โตเกินกว่าจะจินตนาการ
[ระบบวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พื้นที่เป้าหมายในรัศมี 500 เมตร!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบพลังงานที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของรณกรดังขึ้นรัวเร็ว หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า แสดงภาพแผนผังอาคารที่กำลังถูกล้อมรอบด้วยจุดสีแดงฉานนับร้อยจุด
"แย่แล้วค่ะ! พวกมันรู้ตัวแล้วว่าเราอยู่ที่นี่" รณกรอุทานเสียงหลง
มินตราหยิบไพ่ทาโรต์สามใบสุดท้ายขึ้นมาวางเรียงกันบนฝ่ามือ แสงสว่างวาบพุ่งขึ้นสู่เพดานห้อง เกิดเป็นบาตรอาคมรูปทรงเรขาคณิตสามมิติที่ซับซ้อนและงดงามราวกับงานสถาปัตยกรรมชั้นครูมาปกป้องร่างของพวกเขาทั้งสามคนไว้
"ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะคุณรณกร ในเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน... ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันสร้าง 'แปลนสกัดกั้น' ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ไสยเวทกันดูสักตั้งล่ะคะ?" มินตราหันมาส่งยิ้มท้าทาย ดวงตาเป็นประกายระยับท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของพลังงานชั่วร้ายที่กำลังพังทลายกำแพงด้านนอกเข้ามา
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย คทาในมือกระชับแน่นขึ้น "ถ้าเช่นนั้น... ก็แสดงฝีมือให้ดิฉันเห็นหน่อยเถอะค่ะ ว่าคุณสมandคำร่ำลือหรือเปล่า"
รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสีเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยว เขายกมือขึ้นวาดลวดลายกลางอากาศ โครงสร้างพลังงานสีฟ้าของอาคารเริ่มแปรเปลี่ยนรูปทรงตามการคำนวณทางสถาปัตยกรรมที่แม่นยำ เตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะครั้งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในอีกเสี้ยววินาทีข้างหน้า
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงอย่างไร้สัญญาณเตือน! เสียงหัวingเยือกเย็นดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องล่าง พร้อมกับเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากหลุมลึกด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะหลบพ้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และตื่นเต้นไปกับปริศนาบทนี้ด้วยกันนะคะ!
ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 22
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!