วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 1

กลิ่นไอคาวดิน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นควันจางๆ จากการเผาไร่อ้อยผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของดินโคลนและคราบน้ำมันเครื่อง ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบที่สร้างขึ้นจากตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ ดัดแปลง ความร้อนระอุของแดดช่วงบ่ายแผดเผาจนเหล็กกล้าแผ่นนั้นแผ่ไอระอุราวกับเตาหลอม แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องนี้ร้อนระอุยิ่งกว่าสภาพอากาศภายนอก กลับเป็นสายตาคู่คมกริบที่กำลังจดจ้องร่างระหงของหญิงสาวผู้เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเดินเข้ามาเหยียบสถานที่อเวจีแห่งนี้ด้วยส้นสูงปรี๊ดราคาแพงคู่นั้น" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าในยามวิกาลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ศิลาไม่ได้ขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังสีดำที่ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เขายังคงนั่งไขว่ห้าง แขนข้างหนึ่งวางพาดพนักเก้าอี้ ในมือถือแก้วเป๊กบรรจุของเหลวสีอำพันเข้มข้น ดวงตาคมกวาดมองผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดิบเถื่อน เยชา และเต็มไปด้วยการดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เพียงขวัญสะท้านเฮือกเล็กน้อยเมื่อถูกต้อนรับด้วยวาจาเชือดเฉือน แต่นักตรวจสอบบัญชีและทนายสาวผู้ผ่านคดีฉ้อโกงระดับร้อยล้านมาแล้วอย่างเธอ ไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับมาเฟียไร่อ้อยผู้ใช้อำนาจเถื่อนข่มขู่ใครต่อใครเป็นแน่ เธอเชิดใบหน้าเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตานิ่งสนิทกลับไปอย่างไร้ความหวาดกลัว ส้นสูงสามนิ้วของเธอเคาะลงบนพื้นเหล็กเสียงดังฟังชัดราวกับประกาศสงคราม "ฉันชื่อเพียงขวัญ เป็นตัวแทนจากบริษัทตรวจสอบบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้มาสะสางตัวเลขความเสียหายทั้งหมดของไร่ศิลาแห่งนี้... และดูเหมือนว่า สิ่งที่คุณควรทำในฐานะผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมและผู้มีอำนาจเบ็ดเด็ดที่นี่ คือการอำนวยความสะดวก ไม่ใช่การมายืนวางก้ามต้อนรับแขกด้วยวาจาไร้มารยาทแบบนี้ค่ะ—เอ่อ แบบนี้นะครับ" เพียงขวัญเผลอหลุดคำลงท้ายตามนิสัยเดิม แต่แล้วต้องรีบดึงสติกลับมาเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยม ศิลากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ากลัวจนสันหลังวาบ เขาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายหนาใหญ่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากงานหนักและคราบเขม่าควัน เขามีส่วนสูงที่ข่มขวัญคนตรงหน้าได้อย่างราบคาบ จนเพียงขวัญต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "มารยาทเหรอ..." ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ที่นี่ไม่มีหรอกไอ้สิ่งที่เรียกว่ามารยาท มีแต่กฎของกู... กฎที่บอกว่า คนนอกอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะกระดิกนิ้วตรวจเช็คอะไรทั้งสิ้น ถ้ากูยังไม่อนุญาต" "คุณไม่มีสิทธิ์มาขัดขวางการทำงานของฉัน!" เพียงขวัญกัดฟันกรอด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความโกรธผสมความหวาดหวั่น กลิ่นกายของผู้ชายคนนี้ช่างทรงพลังและอันตรายเหลือเกิน มันเป็นกลิ่นอายของผู้ชายดิบเถื่อนที่ใช้ชีวิตอยู่กลางแดดลมและคราบไคลของเครื่องจักรกล ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์ ซึ่งมันหลอมรวมกันจนสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ "ไม่มีสิทธิ์?" ศิลาหยุดยืนประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดลงบนลาดไหล่บอบบาง เพียงขวัญผะวาเฮือก พยายามจะถอยหนีแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับตู้เก็บเอกสารเหล็กเย็นเฉียบ ปิดตายทุกเส้นทางหนี มือหนาหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกข้อมือของเธอร้าวระդม แต่เพียงขวัญกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม่ยอมหลุดปากร้องคร่ำครวญออกมาแม้แต่แอะเดียว ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสสีดำสนิทที่ดุดันและเต็มไปด้วยเพลิงอารมณ์ "ปากดีนักนะ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นแหบพร่า ร้อนรุ่ม และสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "อยากรู้นักว่า ถ้ากูถอดชุดสูทแพงๆ นี้ออก แล้วโยนเธอกลับออกไปนอกไร่ในสภาพที่ไม่มีชิ้นดี... เธอยจะยังกล้าเชิดหน้าทำเป็นเก่งใส่กูแบบนี้อีกไหม" แรงดึงดูดอันรุนแรงระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ความโกรธเกลียดและความเย่อหยิ่งผสมปนเปเข้ากับกระแสความเร่าร้อนทางกายที่ไม่มีใครกล้ายอมรับ เพียงขวัญหอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่เต้นเร่า เธอยกมืออีกข้างขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังผลักดันภูเขาหินผาทั้งลูก ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง... เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหวกจากลูกน้องด้านนอกที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พี่ศิลา! แย่แล้วครับ! รถบรรทุกอ้อยล็อตใหญ่พลิกคว่ำตรงโค้งหุบเหว... น้ำมันรั่วไหลลงแปลงอ้อย และมีคนติดอยู่ข้างใน!" ศิลาชะงัก ดวงตาคมกริบละสายตาจากใบหน้าหวานล้ำที่แดงก่ำด้วยความโกรธและความตื่นตระหนกในอ้อมกอด ก่อนที่เขาจะหันขวับไปมองประตูด้วยใบหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด เขายอมปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระ แต่วินาทีต่อมา เขากลับคว้าต้นแขนของเพียงขวัญแล้วกระชากให้เดินตามออกไปทันทีอย่างไร้ความปรานี "ถ้าเธออยากรู้นักว่าความพินาศของไร่ศิลาหน้าตาเป็นยังไง... ก็ตามกูมาดูให้เห็นกับตาตัวเองซะ!" ********************************--------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดินแดนอันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ... ธานินทร์แดนเถื่อน
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%