จากปลายปากกาขนนกสู่รอยจักรเย็บผ้าในยุคแปรผัน•ตอนที่ 1

มิติลับในรอยผ้า

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"รอยปักลายพยัคฆ์ซ่อนเล็บเช่นนี้... ช่างต่ำช้าเสียจนเปื้อนฝุ่นดิน" เสียงกระซิบแหบพร่าทว่าก้องกังวานในโสตประสาท ทำให้หลินเฟยจูสะดุ้งเฮือก ร่างกายที่เคยโปร่งเบาดั่งปนนกกระเรียนในตำหนักจันทร์เพ็ญ บัดนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหินผาระeน แผ่นหลังแนบสนิทกับพื้นไม้เนื้อแข็งที่ส่งกลิ่นอับชื้นและกลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องจักร นี่ไม่ใช่กลิ่นหอมละมุนของกำยานไม้กฤษณาในห้องทรงอักษรขององค์ฮ่องเต้ และไม่ใช่สัมผัสเนียนนุ่มของแพรต่วนปักดิ้นทองจากเจียงหนาน ดวงตากลมโตที่เคยผ่านศึกการเมืองในราชสำนักมาอย่างโชกโชนค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมาจากเพดานสังกะสีเก่าคร่ำคร่า เสียงเครื่องจักรทอผ้าคำรามก้องอยู่ในโสตประสาท ดังก้องสะท้อนในหัวจนปวดแปลบ ภาพตรงหน้าไม่ใช่เสาไม้แกะสลักลายมังกรทอง แต่เป็นโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมและกองผ้าฝ้ายหยาบสีทึบที่วางระเกะระกะ ความทรงจำสองสายไหลหลั่งเข้าชนกันราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก สายหนึ่งคือหลินเฟยจู อดีตกุนซือหญิงอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าหลี่ ผู้ใช้สติปัญญาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน วางกลยุทธ์สยบขุนนางกังฉินจนต้องจบชีวิตลงด้วยถ้วยยาพิษจากพระราชหัตถ์ของโอรสสวรรค์ผู้หวาดระแวง และอีกสายหนึ่งคือ 'หลินเฟยจู' สาวโรงงานทอผ้าวัยยี่สิบเอ็ดปีในยุคสาธารณรัฐช่วงปลายทศวรรษ 1970 ผู้เพิ่งถูกกลั่นแกล้งจนเป็นลมล้มพับไปบนพื้นห้องโถงของโรงงาน "นากยี่สิบเอ็ด... ยุคสมัยที่แม้แต่ศักดิ์ศรีก็ยังต้องแลกมาด้วยคูปองแป้งสาลีสินะคะ" ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะหยันให้กับโชคชะตา มือเรียวบางที่เคยตวัดพู่กันวางแผนยุทธศาสตร์พลิกแผ่นดิน บัดนี้กลับมีรอยด้านหนาจากการจับกุมกรรไกรและเข็มเย็บผ้า แต่กระนั้น ดวงตาคู่โตกลับฉายแววคมกلاล้าดลึกดั่งเหยี่ยวราตรี ความเฉียบขาดของอดีตกุนซือวังหลวงมิได้เลือนหายไปตามกาลเวลา หากแต่ถูกหลอมรวมเข้ากับความอดทนอดกลั้นของสตรีในยุคแปรผันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ "อ้าว! แม่สาวหลิน ฟื้นแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงานสิยะ! อย่าทำเป็นสำออยอ้างว่าป่วยการเมืองอยู่เลย โควตาผ้าฝ้ายล็อตนี้ต้องส่งให้สหกรณ์คอมมูนก่อนตะวันตกดิน ถ้าไม่เสร็จ เธอเตรียมรับใบเตือนหักเงินเดือนได้เลย!" เสียงแหลมสูงของหัวหน้าคนงานหญิงร่างท้วมดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างอ้วนท้วมที่เดินเข้ามาใช้เท้าเขี่ยสะโพกของร่างบางบนพื้นด้วยความดูแคลน ในยุคสมัยที่ทุกชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ชนชั้นและความกดดันทางการเมืองทำให้ผู้คนกลายเป็นสัตว์ป่ากลายๆ ที่พร้อมขย้ำผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ หลินเฟยจูค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจโดยธรรมชาติ แม้จะสวมชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเก่าคร่ำคร่าตามแบบฉบับคนงานยุค 70 แต่นัยน์ตาคู่คมที่ตวัดมองหัวหน้าคนงานกลับทำให้หญิงวัยกลางคนถึงกับผะหนีถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความกดดันไร้รูปที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรนั้นหนักหน่วงรากับขุนเขา "หัวหน้าจาง... กฎของโรงงานระบุไว้ชัดเจนว่า เวลาพักเที่ยงคือหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แต่นี่เพิ่งผ่านไปเพียงห้าสิบนาที เหตุใดท่านจึงเร่งรัดนัก หรือว่า... ใบสั่งซื้อล็อตพิเศษของท่านรองผู้จัดการเขต ที่แอบลักลอบนำผ้าไหมชั้นดีไปตัดชุดให้ภรรยาหลวงเมื่อวานนี้ ทำให้ท่านต้องเร่งรีบกลบร่องรอยหลักฐานกันแน่คะ?" น้ำเสียงหวานใสดังกังวานก้องไปทั่วห้องโถงทอผ้าที่เงียบกริบ คำพูดแต่ละคำเรียบเรียงอย่างประณีต ไร้ซึ่งคำหยาบคาย ทว่าเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ ใบหน้าของหัวหน้าจางซีดเผือดลงทันที ความลับที่นางพยายามปกปิดถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางฝูงชนอย่างไร้ความปรานี "เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร! ระวังปากไว้หน่อย นังเด็กบ้านนอก!" หัวหน้าจางเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและหวาดกลัว "เหลวไหลหรือจริง ท่านย่อมรู้แก่ใจดีค่ะ" หลินเฟยจูย่างสามขุมเข้าไปใกล้ กลิ่นอายของอำนาจเก่าจากวังหลวงห้อมล้อมรอบกาย นางเอื้อมมือไปหยิบเศษผ้าไหมเนื้อดีที่ซ่อนอยู่ใต้กองผ้าฝ้ายหยาบขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายระดับปรมาจารย์ "ลายปักนี้... ฝีเข็มหยาบเกินกว่าจะเป็นงานของรัฐสภา แต่ประณีตเกินกว่าฝีมือคนงานทั่วไป ช่างบังเอิญเสียจริงที่มีรอยเย็บซ่อนอยู่ใต้ตะเข็บเดียวกับเสื้อแจ็คเก็ตของท่านรองผู้จัดการเขตพอดี" บรรยากาศในโรงงานทอผ้าพลันทอ2ความตึงเครียดขึ้นมาถึงขีดสุด คนงานคนอื่นๆ ต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าหายใจแรง ทว่าในมุมมืดของประตูทางเข้า ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มทหาร กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนใจระคนทึ่ง *ฉินหานหลง* อดีตแม่ทัพผู้ผันตัวมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยตรวจสอบพิเศษประจำภูมิภาค ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก สตรีผู้นี้... ช่างน่าสนใจเสียจริง เหมือนลูกแมวป่าที่ซ่อนกรงเล็บพิษไว้ครบถ้วน แม้จะอยู่ในสถานะที่ต่ำต้อยที่สุด แต่วาจาและแววตานั้นกลับท้าทายอำนาจมืดได้อย่างไม่เกรงกลัว หลินเฟยจูชะงักฝีเท้า นางสัมผัสได้ถึงสายตาดุดันที่แฝงด้วยรังสีอำมหิตจากมุมห้อง นางหันขวับไปสบตากับบุรุษร่างสูงผู้ยืนตระหง่านอยู่ที่ทางเข้า แสงไฟสลัวตกกระทบโครงหน้าคมคายราวกับภาพสลักหินอ่อน กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันแบบทหารอาชีพที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบแข็งตัว และก่อนที่หลินเฟยจูจะทันได้เอ่ยปากคำใด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า นาง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความหนาวยะเยือกของฤดูหนาวโชยเข้าจมูก ฉินหานหลงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ดวงหน้าหวานล้ำที่ไร้เครื่องสำอางแต้มเติม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ "กุนซือหลิน... ไม่สิ สหายหลินเฟยจู ทางหน่วยตรวจสอบพิเศษของเรากำลังขาดแคลน 'ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยลับ' พอดี สนใจมารับตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษใต้สังกัดของฉัน... สักสัปดาห์ไหมล่ะคะ?" ... ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หวังว่าจะหลงใหลในกลิ่นอายอันหอมหวานและเชือดเฉือนนี้จาก "ส้มหวานมิติลับ" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จากปลายปากกาขนนกสู่รอยจักรเย็บผ้าในยุคแปรผัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%