รอยเลือดสีชาดที่หยดลงบนผืนหิมะขาวโพลนราวกับดอกเหมยอัสดงที่ผลิบานผิดฤดูกาล หยาดแล้วหยาดเล่า...
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอความเย็นจัดในหุบเขาไร้ชื่อ ไป๋ลั่วอิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกลมปราณมารย้อนกลับแผดเผาชีพจรทุกเส้นในร่างนางจนแทบแหลกสลาย นางทรุดกายลงพิงโขดหินน้ำแข็ง เสื้อคลุมสีฟ้าครามบัดนี้ขาดวิ่นและย้อมด้วยโลหิตจนแทบมองไม่1เห็นเค้าเดิม เบื้องหลังของนางคือเสียงฝีเท้าและเสียงคำรามก้องของกลุ่มผู้ล่าจากกองกำลังเงาทมิฬแห่งสำนักจักรพรรดิเทพเทียนหลง ที่ไล่ล่าแย่งชิง "คัมภีร์ดาราวารี" สมบัติล้ำค่าแห่งบรรพกาลที่นางเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง
"หนีไม่พ้นหรอก ไป๋ลั่วอิง ส่งคัมภีร์มาเสีย เจ้าสำนักคนใหม่แห่งวารีไร้พ่าย!" เสียงแหบพร่าของมือสังหารเงาดังสะท้อนก้องหุบเขา
ไป๋ลั่วอิงแค่นยิ้มหยันให้กับชะตากรรม ดวงตางามล้ำดุจหงส์ทอประกายความเด็ดเดี่ยว นางไม่อาจยอมให้วิชาบรรพชนตกไปอยู่ในมือของมารร้ายผู้คิดครองฟ้าดินเด็ดขาด นิ้วเรียวยาวสั่นเท้ารวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้าย ประสานอินทร์เตรียมระเบิดจุดตันเถียนเพื่อเผาผลาญวิญญาณไปพร้อมกับศัตรู
ทว่า... ฉับพลันนั้น อากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไอสังหารสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สะท้อนแสงจันทร์สลัวจนเกิดประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวนับหมื่นดวงตกลงสู่พื้นดิน มันไม่ใช่ไอพลังของมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือ "เขตอาคมกระบี่" ที่บริสุทธิ์และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
ตึง!
ร่างของมือสังหารเงาคนแรกที่พุ่งเข้ามาใกล้ ชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ไร้ซึ่งหยดเลือดกระเซ็น เนื่องจากความเร็วและคมกระบี่นั้นเย็นเฉียบราวน้ำแข็งจนแผลถูกปิดผนึกทันที
เหล่ามือสังหารที่เหลือหยุดชะงักกึกทันที สัญชาตญาณดิบแห่งความตายกรีดร้องก้องสมอง เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน
ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปราย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสนิทกำลังยืนอยู่บนยอดกิ่งสนโบราณ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักจากหยกขาว ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งก้นบึ้งแห่งอารมณ์ใดๆ ในมือขวาถือกระบี่โบราณฝักสีดำสนิท ด้ามจับพันด้วยผ้าไหมสีเงินยวง
มู่หรงเฟยเทียน... เซียนกระบี่ผู้สัญจรเดียวดาย เจ้าของฉายากระบี่ไร้ใจ
"ผู้ใดรบกวนความสงบของหุบเขาแห่งนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยออกมา เรียบเฉยราวกับสายน้ำนิ่งสนิท แต่กลับกดทับวิญญาณของทุกคนให้สั่นสะท้อน
"มะ... มู่หรงเฟยเทียน! เจ้าอย่าได้สอดเรื่องนี้! พวกเราคือคนของจักรพรรดิเทพเทียนหลง นังนี่ขโมยสมบัติวิเศษของสวรรค์ หากเจ้าขวางทาง เท่ากับเป็นศัตรูกับ..."
ฉับพลัน! เงากระบี่สายหนึ่งสว่างวาบขึ้นในความมืด รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ไร้เสียงแหวกอากาศ ไร้กระบวนท่าซับซ้อน
หัวของหัวหน้ามือสังหารหลุดออกจากบ่า กลิ้งตกลงบนพื้นหิมะ ดวงตายังคงค้างคาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างไร้หัวล้มลงตามกันไปอย่างไร้เรี่ยวแรง
บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มือสังหารที่เหลือหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด พวกมันรู้ดีว่าต่อหน้าเซียนกระบี่ผู้บรรลุวิถีไร้ใจเช่นนี้ ต่อให้มีชีวิตอีกร้อยชีวิตก็ไม่เพียงพอจะชดใช้ จึงหันหลังกลับแล้วทะยานหนีหายไปในความมืดมิดด้วยความตื่นตระหนก
มู่หรงเฟยเทียนไม่ได้ไล่ตาม เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาเย็นชาคู่นั้นกวาดลงมามองร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของไป๋ลั่วอิงที่นั่งพิงโขดหินอยู่เบื้องล่าง
ไป๋ลั่วอิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความรู้สึกประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอก นางเคยได้ยินคำร่ำลือถึงความไร้หัวใจของมู่หรงเฟยเทียน ผู้ซึ่งตัดขาดจากความรัก ความแค้น และทุกสรรพสิ่งในยุทธภพเพื่อบรรลุวิถีกระบี่สูงสุด แต่ในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับสะท้อนภาพเงาของนางผู้กำลังจะแตกดับ
"ขอบคุณ... ท่านเซียน..." ไป๋ลั่วอิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงจะพยุงอีกต่อไป สติของนางเริ่มเลือนราง ลมหายใจแผ่วเบาดั่งเทียนไขต้องลม
มู่หรงเฟยเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกที่แสดงออกถึงความรู้สึก เขาไม่ได้สนใจเรื่องการช่วยคน ไม่เคยสนใจว่าผู้ใดจะตายหรือรอด แต่สัญชาตญาณกระบี่บอกเขาว่า หญิงสาวนางนี้มีพลังปราณวารีบริสุทธิ์ที่กำลังจะสูญสลายไปอย่างไร้ค่า และที่สำคัญ... เลือดที่ไหลรินออกจากร่างนางกำลังดึงดูดกลิ่นอายของพลังมารบางอย่างที่เขารอคอยจะสะ aบมาเนิ่นนาน
ร่างสูงร่อนลงจากยอดสนอย่างไร้สุ้มเสียง ฝ่าเรี่ยวแรงลมปราณประคองร่างของไป๋ลั่วอิงขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อของนาง ความเย็นจากกายของเขากระทบเข้ากับความร้อนรุ่มจากพิษมารในร่างนาง จนเกิดไอสีขาวพวยพุ่งออกมา
ไป๋ลั่วอิงสะท้านเฮือก เผลอซบใบหน้าลงกับอกเสื้อที่เย็นเยียบแต่หนักแน่นของเขา กลิ่นอายอัศจรรย์ของกระบี่และดอกเหมยจางๆ ลอยเข้าจมูก ทำให้จิตใจที่ปั่นป่วนสงบลงชั่วขณะ นางฝืนลืมตาขึ้นมองเขาอย่างยากลำบาก เอ่ยกระซิบด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน
"ท่าน... เหตุใด... จึงช่วยข้า..."
มู่หรงเฟยเทียนก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน แววตาคู่คมกริบไร้ซึ่งความอ่อนโยน ทว่ากลับมีประกายความสงสัยวูบผ่าน
"ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า..." เขากล่าวเสียงเรียบเฉย "ข้าแค่สังหารหนอนแมลงที่รบกวนสายตา"
พูดจบ เขาก็ช้อนร่างนางขึ้นแนบอกเตรียมจะก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหวงห้ามของหุบเขาไร้ชื่อ ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
แผ่นดินเบื้องล่างพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬ ท้องฟ้าฉีกขาดออกเป็นทางยาว ปรากฏดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากห้วงนภา พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สะเทือนไปถึงวิญญาณ
*“ฮ่าๆๆๆ มู่หรงเฟยเทียน... ในที่สุดเจ้าก็เลือกที่จะปกป้องนาง... เจ้าก้าวเข้าสู่ห้วงแห่งความผูกพันด้วยความสมัครใจเองนะ... หึๆๆ”*
หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้ด้วยหัวใจนะคะ
กระบี่ไร้ใจสยบดาราวารี•ตอนที่ 1
หิมะแรก ณ หุบเขาไร้ชื่อ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ใจสยบดาราวารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
