รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 8

เงาตามตัว

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เสียงปลดสลักแมกกาซีนปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตรกระทบกับความเงียบงันภายในห้องพักแคบๆ ของโรงแรมม่านรูดเก่าแก่ย่านชานเมือง เสียงนั้นแห้งแล้งและเด็ดขาดพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา ดร.อคินไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกเยกที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักกดทับ สายตาของเขาจดจ้องอยู่กับแผนที่แผ่นหนังแกะโบราณที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็ก รอยหมึกสีชาและรอยคราบเกลือจากใต้ดินสะท้อนใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบๆ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแตะเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเขาอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยเจตนาสังหาร "คุณขยับช้ากว่าที่ผมประเมินไว้นะครับ ดร.อคิน" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังมาจากความมืดตรงมุมห้อง เงาร่างในชุดสูทสีเข้มกลมกลืนไปกับราตรีจนแทบแยกไม่ออกว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อคินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของฝุ่นดินและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันสนลอยเข้าจมูก เขารู้ดีว่าความรู้ในหัวและสำเนาจารึกที่เขาถือครองอยู่ตอนนี้ มีค่ามากพอที่จะแลกกับชีวิตของคนครึ่งคลังสินค้าได้ แต่สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่ความตายที่จ่ออยู่ข้างขมับ หากแต่เป็นรอยเปื้อนโคลนสีแดงบนรองเท้าหนังราคาแพงของผู้บุกรุก โคลนชนิดนั้น... มีเพียงชั้นดินลึกสามสิบเมตรใต้โบราณสถานร้างแห่งลุ่มน้ำโขงเท่านั้นที่ให้ได้ "ถ้าคุณต้องการแค่แผ่นหนังแกะแผ่นนี้ คุณคงยิงผมตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้ามาแล้วล่ะครับ..." อคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนบและมั่นคงราวกับกำลังบรรยายโครงกระดูกมนุษย์ยุคหินในห้องบรรยาย ปราศจากความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย "การที่คุณยังเก็บผมไว้ แปลว่ารหัสถอดความสามช่วงสุดท้ายยังอยู่กับผม... และผมเดาว่า เจ้านายของคุณคงไม่ยอมให้มันสูญหายไปพร้อมกับศพของผมบนพื้นห้องราคาคืนละห้าร้อยนี่หรอก" เงาสูงโปร่งหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก ปลายกระบอกปืนผละออกจากขมับของอคินช้าๆ แต่ไม่ได้ลดระดับลง มันเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเขาแทน "คุณนี่น่าสนใจกว่าที่ผมคิดนะครับ ดร.อคิน สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับ... แต่ความรั้นของคุณกำลังทำให้คนที่นั่งซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำตอนนี้นั่งไม่ติดแล้วนะ" สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องน้ำไม้เก่าๆ ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล เรย์พุ่งตัวออกมาพร้อมกับมีดพกสั้นเล่มโปรดในมือ ดวงตาคมกริบราวกับเสือดาวจ้องมองผู้บุกรุกด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างเปิดเผย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของเธอทำงานเร็วกว่ากระบวนการคิดเสียอีก ร่างเพรียวบางพลิกตัวกลางอากาศอย่างงดงามเพื่อหลบวิถีกระสุนนัดแรกที่เจาะทะลุกำแพงปูนจนฝุ่นตลบ *ปัง!* เสียงปืนคำรามก้องในพื้นที่แคบ แรงอัดอากาศทำให้แก้วน้ำบนโต๊ะสั่นสะเทือน อคินไม่ปล่อยให้จังหวะนี้เสียเปล่า มือเรียวยาวกวาดแผ่นหนังแกะและสมุดบันทึกทั้งหมดม้วนเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อโค้ทในพริบตา ขณะที่เรย์พุ่งเข้าประชิดตัวมือปืนลึกลับคนนั้น มีดสั้นในมือเธอเฉียดผ่านแขนเสื้อสูทจนเกิดเสียงฉีกขาดของเนื้อผ้า แต่มือปืนกลับมีความยืดหยุ่นและทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เหนือชั้นกว่าคาด เขากระแทกศอกเข้าที่ชายโครงของเรย์อย่างแม่นยำจนเธอกัดฟันกรอดและเซถอยหลังไปสองก้าว "อย่าริอ่านเล่นเกมที่ตัวเองไม่รู้จักกฎเกณฑ์นะครับ แม่สาวนักถอดรหัส" มือปืนเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ปืนในมือถูกเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เรย์ในเวลาเสี้ยววินาที "คนที่น่าจะท่องจำกฎให้ขึ้นใจ... คือพวกแกต่างหากที่บังอาจเดินตามหลังคนตระกูลนี้" เรย์แค่นยิ้มหยัน แม้สีหน้าจะซีดเผือดเพราะแรงกระแทก เธอยืนหยัดขึ้นอย่างมั่นคง หยดเลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อเชิร์ตสีดำบริเวณซี่โครง แต่แววตาของเธอกลับระB1ยความท้าทายออกมาอย่างดุดัน อคินขยับตัวเข้าไปยืนขวางระหว่างเรย์กับปากกระบอกปืน สัญชาตญาณความเป็นนักโบราณคดีสายอนุรักษ์นิยมที่ยึดมั่นในเหตุผล ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่เขาเองก็เพิ่งค้นพบในตัวเอง เขาจ้องมองหน้ามือปืนผ่านช่องว่างแสงไฟสลัว "บอกเจ้านายของคุณซะ ว่าถ้าอยากได้คำตอบเรื่องประตูศิลาบานนั้น ให้มาคุยกับผมด้วยตัวเองที่ไซต์งานขุดค้น ไม่ใช่ส่งหมาล่าเนื้อมาเห่าหอนในที่ลับตาคนแบบนี้" อคินพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและมีอำนาจพอที่จะทำให้มือปืนชะงักไปชั่วขณะ มือปืนหรี่ตาลง ประเมินความเสี่ยงและสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เสียงไซเรนรถตำรวจจากถนนใหญ่เริ่มดังแว่วเข้ามาใกล้ทุกที มันคงเป็นฝีมือของพนักงานโรงแรมที่ได้ยินเสียงปืนเมื่อครู่ "พวกคุณรอดตัวไปได้แค่คืนนี้นะครับ ดร.อคิน..." มือปืนถอยหลังเข้าสู่เงาดำตรงหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดอ้าไว้ "แต่อย่าลืมว่า... สิ่งที่คุณกำลังขุดคุ้ยขึ้นมา มันไม่ได้ฝังอยู่ใต้ดินเพราะความบังเอิญ แต่มันถูกฝังไว้เพราะ 'ไม่มีใครอยากให้มันตื่นขึ้นมาต่างหาก'" ร่างนั้นพลิกตัวหายออกไปทางหน้าต่างอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่าน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนจางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด อคินหันกลับมามองเรย์ที่กำลังใช้มือขวากดแผลบริเวณซี่โครงของตัวเอง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด แต่ริมฝีปากยังคงยกยิ้มหยันตามนิสัย "คุณนี่มัน... ทำตัวเป็นพระเอกหนังแอคชั่นไม่เข้าเรื่องเลยนะ Dr.Akin" เรย์หอบหายใจถี่กระชั้น ขณะพิงหลังติดผนังห้อง "ฉันจัดการมันเองได้" "แต่คุณเกือบตายเพราะความมั่นใจเกินร้อยของคุณเองต่างหาก เรย์" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขายื่นมือออกไปประคองข้อศอกเธอเบาๆ เพื่อช่วยพยุง แม้เรย์จะทำท่าทางฮึดฮัดและปัดมือเขาออกในทีแรก แต่สุดท้ายเธอก็ยอมปล่อยให้น้ำหนักตัวพึ่งพิงเขาแต่โดยดี บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเปลี่ยนไป ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับสัญชาตญาณถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเป็นความตายที่เพิ่งผ่านพ้น อคินก้มมองกระเป๋าเสื้อโค้ทที่ซ่อนแผ่นหนังแกะโบราณไว้ เขาตระหนักดีว่าการตามล่าเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่พื้นห้องใกล้กับคราบโคลนของผู้บุกรุก มีวัตถุชิ้นเล็กๆ ตกอยู่ท่ามกลางเศษฝุ่นปูนที่ร่วงหล่น มันคือเหรียญตราโลหะสีเงินโบราณที่สลักลวดลายรูปงูกินหาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สมัยปฏิวัติสยาม และที่สำคัญที่สุด... บนหลังเหรียญนั้น มีรอยขูดขีดเป็นเลขพิกัด GPS ชุดใหม่ ที่ระบุตำแหน่งลึกลงไปในป่าดิบชื้น ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่อาจารย์ของอคินเคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งความมืดและปริศนานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%