เสียงฝีเท้าหนักแน่นบนพื้นหินอ่อนของโถงพิพิธภัณฑ์ยามวิกาลดังก้องสะท้อนไปมา ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่การล่มสลาย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ มือเรียวบางของเธอสั่นระริกเพียงชั่วครู่ก่อนจะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอไม่ได้หันไปมองผู้มาเยือน แต่สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าที่หยุดยืนอยู่เบื้องหลัง
“คุณมาเร็วกว่าที่กำหนดไว้สามชั่วโมงนะคะ คุณปราชญ์” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธ “หรือว่าการไล่ที่คนอื่นคือความบันเทิงรูปแบบหนึ่งที่คุณโปรดปรานเป็นพิเศษ”
ปราชญ์ไม่ได้ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาในระยะที่กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าของรินรดาเริ่มรบกวนสมาธิอันมั่นคงของเขา ทนายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบจรดปลายปกมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงของภัณฑารักษ์สาวด้วยสายตาเฉยชา แต่ในดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
“เวลาของผมมีค่าเกินกว่าจะใช้ไปกับความบันเทิงที่ไม่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า” ปราชญ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาขยับก้าวไปด้านข้างเพื่อให้เห็นใบหน้าของเธอชัดๆ “และนี่คือหมายศาลสั่งรื้อถอนและยึดทรัพย์สินภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... ตามความต้องการของลูกความผม”
เขาวางเอกสารปึกหนาลงบนตู้จัดแสดง กระดาษเหล่านั้นดูเหมือนกิโยตินที่พร้อมจะตัดฉับอนาคตของรินรดาให้ขาดสะบั้น เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้สั่นไหวอย่างที่เขาคาดหวัง ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความดื้อรั้นที่น่าดึงดูดใจอย่างประหลาด
“ลูกความของคุณ—คุณคณิน—กำลังทำลายประวัติศาสตร์เพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่หลัก” รินรดาหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูเพียงผ่านๆ ก่อนจะวางกลับที่เดิมด้วยท่าทีเหนือชั้น “คุณเป็นทนายที่ฉลาดพอจะรู้ว่า เอกสารพวกนี้มีช่องโหว่ทางกฎหมายอยู่มาก และฉันมั่นใจว่าคุณเองก็มองเห็นมันมาตั้งแต่วันแรกที่รับงานนี้”
ปราชญ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่น “กฎหมายคือเครื่องมือที่ผู้ฉลาดเลือกใช้ให้เข้าข้างตัวเอง ไม่ใช่เครื่องมือเพื่อผดุงความยุติธรรมในนิยายที่คุณอ่าน หากคุณมีหลักฐานโต้แย้งที่เหนือกว่าคำสั่งศาลฉบับนี้ ก็ควรรีบนำมันออกมา... แทนการยืนพร่ำเพ้อเรื่องคุณค่าของเศษอิฐเศษปูนพวกนี้”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเดินผ่านเขาไปอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ลิ้นชักไม้โอ๊คเก่าแก่ถูกเปิดออก เธอหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาหนึ่งฉบับ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะกลางห้องที่คั่นระหว่างเขากับเธอ
“นี่ไม่ใช่เศษอิฐเศษปูนค่ะ แต่มันคือโฉนดที่ดินฉบับจริงที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงวัฒนธรรมก่อนจะมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เสียอีก” เธอสบตาเขาตรงๆ “หากคณินต้องการที่ดินผืนนี้ เขาก็ต้องก้าวข้ามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของผู้ก่อตั้งที่ฉันถือครองอยู่... ซึ่งฉันเชื่อว่าคุณเองก็ยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ปราชญ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ร่างสูงโน้มตัวลงใช้มือสองข้างยันขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงล้อมแห่งอำนาจที่เขาสร้างขึ้น
“คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมากนะ รินรดา” เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยขณะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ถ้าโฉนดใบนี้เป็นของจริง นั่นหมายความว่าสถานะของพิพิธภัณฑ์จะเปลี่ยนจากพื้นที่รอการรื้อถอน เป็นสมบัติล้ำค่าที่ใครก็แตะต้องไม่ได้... ซึ่งนั่นจะทำให้คณินโกรธจนบ้าคลั่ง และผมรับรองได้เลยว่าเขาไม่ใช่นายจ้างที่จะปล่อยให้ใครมาขัดขวางผลประโยชน์ของเขาได้ง่ายๆ”
“งั้นคุณก็ควรเตรียมตัวให้ดีนะคะ ทนายความผู้ไม่เคยแพ้” รินรดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้น “เพราะในขณะที่คุณกำลังใช้ตรรกะผลประโยชน์ตัดสินทุกอย่าง ฉันกำลังใช้ความจริงที่ฝังรากลึกในที่แห่งนี้จัดการคุณ”
ปราชญ์นิ่งค้างไปวินาทีหนึ่ง สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของเธอ ตั้งแต่คิ้วที่ขมวดมุ่น ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ความปรารถนาบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังพุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง เขาไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะทางกฎหมายอีกต่อไป แต่เขาต้องการเป็นผู้ที่อยู่เหนือความเย่อหยิ่งของหญิงสาวตรงหน้าคนนี้
เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสที่ปลายคางของเธอเบาๆ บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เขากำลังส่งผ่านสัมผัสมา
“ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าโฉนดใบนี้เป็นของปลอม หรือมีส่วนไหนที่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว...” ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าเธอ “คุณต้องยอมทำตามเงื่อนไขของผมทุกอย่าง... รวมทั้งการเซ็นยกเลิกสิทธิ์ในการดูแลที่ดินนี้ด้วยมือของคุณเอง”
“และถ้าฉันชนะล่ะคะ?” เธอถามเสียงสั่น แต่ยังคงรักษาระดับความมั่นคงของอารมณ์ไว้ได้
ปราชญ์กระตุกยิ้มที่ทำให้อารมณ์ของเขาสั่นคลอน “งั้นผมจะยอมเป็นเบี้ยให้คุณเล่นจนกว่าคุณจะพอใจ... ไม่ว่าจะเป็นในศาล หรือในที่ไหนก็ตาม”
เขายืดตัวขึ้นทันทีราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอไผลไปมากเพียงใด ปราชญ์คว้าซองเอกสารบนโต๊ะติดมือไป ก่อนจะเดินหันหลังกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมามองอีก รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปหมด
เสียงฝีเท้าของเขากำลังจะลับไปถึงประตูทางออก แต่แล้วปราชญ์ก็หยุดชะงักลงที่หน้าบานประตูใหญ่ เขากลับหลังหันมาอีกครั้ง สายตาของเขามืดมนลงกว่าเดิมเมื่อเห็นบางอย่างบนพื้นใกล้กับแท่นจัดแสดงหลักที่เพิ่งถูกเขากระแทกจนเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม
“รินรดา...” เสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนตอนแรก แต่เปี่ยมไปด้วยความฉงนแกมตระหนก “ทำไมแท่นจัดแสดงนี้ถึงมีรอยเลือดแห้งกรังอยู่ใต้ฐานหินอ่อน?”
เขาก้าวเข้าไปใกล้จุดนั้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปกติ แล้วก้มลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสคราบสีน้ำตาลเข้มนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความสงสัยที่น่าขนลุก “คุณไม่ได้แค่กุมความลับเรื่องที่ดินผืนนี้... แต่คุณกำลังซ่อนศพไว้ใต้พิพิธภัณฑ์ของตัวเองใช่ไหม?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับเกมทางจิตวิญญาณครั้งนี้ หวังว่าคุณจะตื่นเต้นกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ - มิดไนท์คิส
ทนายหนุ่มสายเย็นชากับภัณฑารักษ์ผู้กุมความลับ•ตอนที่ 1
หมายศาลกลางดึก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหนุ่มสายเย็นชากับภัณฑารักษ์ผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
