ทนายไสยศาสตร์กับอดีตตำรวจผู้มองเห็นจุดดับ•ตอนที่ 1

รอยเท้าที่ไร้ตัวตน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"กฎหมายมาตรา 144 ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องคนตาย แต่มันมีไว้เพื่อไม่ให้คนเป็นต้องดิ้นรนหาความยุติธรรมในหลุมศพต่างหากล่ะครับ คุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของทนายความหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรอง รินทร์ขยับแว่นกรอบทองเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวบรรจงวางแฟ้มคดีสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของชาอู่หลงลอยวนอยู่ในอากาศ บ่งบอกถึงความพิถีพิถันในรายละเอียดของผู้เป็นเจ้าของสำนักงาน ธันวา นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม ดวงตาคมกริบภายใต้เปลือกตาที่ดูเหนื่อยล้าคู่นั้นไม่ได้มองแฟ้มคดีตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาของอดีตตำรวจสายสืบกำลังจดจ้องไปยัง 'จุดสีดำสนิท' ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะของรินทร์ มันไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่เป็น 'เงามรณะ'—สัญลักษณ์แห่งความตายที่ธันวาเรียนรู้ที่จะหวาดกลัวมันมาตลอดสามปี นับตั้งแต่วันที่เขาไม่สามารถดึงมือคู่หูให้ออกมาจากกองเพลิงในโกดังร้างแห่งนั้นได้ทัน จุดดับนั้นจางเบа… ยังไม่มีอันตรายถึงชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ธันวาถอนหายใจเบาๆ ในใจ พยายามดึงสติกลับมาสู่โลกความเป็นจริง "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคุณบรรยายข้อกฎหมาย รินทร์" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงความเย็นชาที่ผ่านการหล่อหลอมจากคดีอาชญากรรมนับร้อย "ผมมาตามคำขอของสารวัตรชัย เขาบอกว่าคุณกำลังหาอดีตตำรวจมือสะอาดที่ตกงาน และมี... ทักษะพิเศษบางอย่างที่ตำรวจในระบบมองไม่เห็น" รินทร์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดเฉลียวและรู้ทัน "คนที่มีดวงตาเห็นความตายย่อมเข้าใจดีว่า ความยุติธรรมในระบบราชการมันเป็นเพียงภาพลวงตา ตำรวจที่ดีมักจะกลายเป็นแพะรับบาปเสมอเมื่อชนชั้นนำก้าวพลาด... จริงไหมครับ ผู้กองธันวา?" คำพูดนั้นแทงใจดำอย่างแม่นยำ ธันวากำมือแน่นจนข้อต่องอขาว แต่ก่อนที่เขาจะได้โต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยร่างของเด็กฝึกงานสำนักงานทนายความที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "คุณรินทร์ครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่คอนโดมิเนียมศุภL โครงการใหม่ย่านห้วยขวาง นิติบุคคลโทรมาแจ้งว่า... มีห้องพักห้องหนึ่งส่งกลิ่นเน่ารุนแรงออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่กำลังไป แต่..." เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่ร้อยเวรเจ้าของคดีโทรมาหาผมโดยตรง เขาบอกว่าลูกบ้านคนนั้นเป็นลูกชายของอดีตอธิบดีกรมการปกครอง และประตูห้องถูกลงกลอนตายสนิทจากด้านใน... ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ แต่มีเรื่องประหลาดคือ กลิ่นธูปและกำยานคลุ้งไปทั่วชั้น จนเพื่อนบ้านหายใจไม่ออกครับ!" รินทร์หันขวับมามองธันวาโดยอัตโนมัติ ประกายตาของทนายความหนุ่มเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความจริงจังในเสี้ยววินาที "กลิ่นกำยานในห้องปิดตาย..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง "ดูเหมือนว่าคดีแรกที่เราจะร่วมมือกัน จะไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาเสียแล้วล่ะครับ ผู้กอง" ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งธันวาและรินทร์ก็มายืนอยู่หน้าห้องพักชั้น 12 ของคอนโดมิเนียมหรู บรรยากาศบริเวณหน้าห้อง 1204 เต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสองนายยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตูกระจกนิรภัย ด้านข้างมีกลิ่นเหม็นเน่าที่เริ่มโชยทะลุรอยต่อของขอบประตูออกมาอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีกลิ่นหอมหวานฉุนเฉลียวของกำยานพยายามกลบเกลื่อนมันไว้ก็ตาม "เปิดไม่ได้ครับท่านทนาย" นายตำรวจร้อยเวรเหงื่อแตกพลั่ก "เราลองใช้ช่างกุญแจแล้ว กลอนเป็นระบบดิจิทัลและถูกล็อก Deadbolt ซ้ำจากด้านใน ระบบเซนเซอร์บอกว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตมาสามวันแล้ว แต่... แต่กุญแจสำรองของนิติบุคคลกลับไขไม่ได้ ระบบมันปฏิเสธการเชื่อมต่อ เหมือนมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าบางอย่างรบกวน" รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ประตู เขายกมือขึ้นสัมผัสกับพื้นผิวกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบหรี่ลง ท่องคาถาเบาๆ ในลำคอ นิ้วมือเรียวยาววาดอักขระโบราณกลางอากาศชั่วพริบตา ก่อนจะแตะลงบนลูกบิดประตู เปรี๊ยะ! ประกายไฟสีฟ้าอ่อนแลบแปลบปลาบออกมาจากกลอนประตู รินทร์ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ใช่กลอนธรรมดาครับ... นี่คืออาคม 'ตรึงวิญญาณเจ็ดป่าช้า' มีคนใช้ศพและเครื่องรางกักขังพลังงานบางอย่างไว้ข้างใน เพื่อไม่ให้วิญญาณหลุดออกมาและไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนพิธีกรรม" ธันวาไม่รอช้ารินทร์อธิบายจนจบ เขาถอยหลังไปสองก้าว ใช้สายตาพิจารณารอยต่อของประตูและโครงสร้างเหล็กด้วยสัญชาตญาณของอดีตสายสืบผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน "ถอยไป" เขาเอ่ยสั้นๆ "คุณจะทำอะไรครับ ผู้กอง?" รินทร์เลิกคิ้ว ธันวาไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้ากระแทกไหล่เข้ากับบานประตูกระจกนิรภัยสุดแรงเกิด! โครม! เสียงกระจกนิรภัยหนาพิเศษแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม ก่อนจะพังทลายลงมาพร้อมกับแรงดันอากาศมหาศาลที่พุ่งสวนออกมาจากด้านใน แรงลมนั้นไม่ได้มีแค่กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่เริ่มย่อยสลาย แต่ยังแฝงไปด้วยความเย็นเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกดำ จนทุกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องต้องสะท้านเฮือก ทันทีที่ฝุ่นควันและละอองกระจกจางลง ธันวาเป็นคนแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องมืดทึบ ม่านทุกบานถูกปิดสนิท แสงไฟเดียวในห้องมาจากเทียนไขเล่มใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกลางห้อง ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงตอเทียนและหยดน้ำตาเทียนที่ไหลนอง กลิ่นกำยานฉุนกานพลูและจันทน์หอมตลบอบอวลจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของธันวาไม่ใช่ความรกของห้องนั่งเล่น สายตาของอดีตตำรวจหนุ่มกวาดมองไปที่พื้นห้อง... และหยุดนิ่งสนิท กลางห้องโถง มีร่างของชายหนุ่มในชุดนอนสวมทับด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ นอนหงายอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง ผิวหนังทั่วร่างเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำและเริ่มพองเป่ง บ่งบอกว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าสามวัน ดวงตาเบิกโพลงค้างอย่างไร้แววชีวิต ปากอ้ากว้างราวกับกรีดร้องในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า คือรอบศพนั้นถูกล้อมรอบด้วยวงสายสิญจน์ที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และที่มุมห้องทั้งสี่ด้าน มีตะปูตอกโลงศพโบราณปักคาอยู่กับพื้นปูนซีเมนต์อย่างแน่นหนا ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ศพช้าๆ เขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นแปลกประหลาดที่กลางหน้าผากของศพ มันเป็นรอยสักอักขระเขมรโบราณที่ยังสดอยู่ คล้ายกับถูกกรีดลงไปหลังจากเสียชีวิตแล้ว "รินทร์..." ธันวาเอ่ยเสียงเครียด โดยไม่หันกลับไปมองคู่หู "นี่ไม่ใช่การตายโดยธรรมชาติ หรือแม้แต่การฆาตกรรมชิงทรัพย์ธรรมดา" รินทร์เดินตามเข้ามาในห้อง มือขวาถือแผ่นยันต์สีทองเตรียมพร้อม ดวงตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ระเบียงด้านหลัง หน้าต่างกระจกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีลมเย็นยะเยือกพัดเข้ามาวูบหนึ่ง "ถูกต้องครับ" รินทร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความระแวงขั้นสุด "ดูที่พื้นรอบศพสิครับ ผู้กอง... มีรอยเท้า" ธันวาก้มลงมองตาม ทันใดนั้น หัวใจของอดีตตำรวจผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนก็ต้องกระตุกวูบ บนพื้นปรมที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาและคราบเลือดแห้ง มีรอยเท้าเปลือยเปล่าของมนุษย์ปรากฏชัดเจน... รอยเท้านั้นเดินวนรอบศพเป็นวงกลมสามรอบ ก่อนจะมุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าต่างระเบียง และที่น่ากลัวที่สุดคือ รอยเท้านั้น... ลอยอยู่เหนือพื้นผิวพรมครึ่งนิ้ว และไม่มีรอยก้าวเดินมาจากที่อื่น มันปรากฏขึ้นกลางห้อง ราวกับว่ามีบางสิ่ง 'ก้าวขึ้นมาจากใต้พื้นดิน' โดยตรง ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้วิเคราะห์ร่องรอยนั้น เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินทร์ก็ดังขึ้นอย่างแหลมคม ทำลายความเงียบงันในห้องที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอไม่ได้แสดงข้อความไลน์หรือสายเรียกเข้าปกติ แต่เป็นหน้าต่างแอปพลิเคชันปริศนาที่พวกเขาไม่ได้ติดตั้งไว้ — แอปพลิเคชันสีดำสนิทที่มีข้อความวิ่งกระพริบช้าๆ ด้วยตัวอักษรสีเลือด: [ ตรวจพบเป้าหมายลำดับที่ 04: สำเร็จ ] [ ระดับความอันตรายของคณาจารย์สายมืด: SSS ] [ ผู้บงการเบื้องหลัง: กำลังเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้อง... ] [ คำเตือน: คุณไม่ใช่ผู้ล่า... คุณคือเหยื่อรายต่อไป ] ฉับพลัน! หลอดไฟนีออนที่กะพริบอยู่บนเพดานก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงเทียนริบหรี่ที่เหลืออยู่เล่มเดียว และในเงาดำมืดที่ทอดยาวมาจากระเบียง เสียงฝีเท้าของใครบางคน — หรือ 'บางสิ่ง' — ก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา กรอบ... กรอบ... เสียงนั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ จากมุมมืดหลังผ้าม่าน (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในคดีแรกนี้นะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไสยศาสตร์กับอดีตตำรวจผู้มองเห็นจุดดับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%