กลิ่นไหม้เกรียมของพริกแห้งและกระเทือนสับละเอียดไม่ได้ลอยมาตามลม แต่มันพุ่งเข้ากระแทกโพรงจมูกของธันวาด้วยความรุนแรงระดับที่ทำเอาชายหนุ่มผู้กำลังง่วนอยู่กับการแกะกล่องกระดาษลังใบสุดท้ายในห้องชุดเพนต์เฮาส์ราคาแปดหลักต้องหยุดชะงัก นิ้วเรียวยาวที่ถือคัตเตอร์อยู่ชะงักกึก สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
นี่คือ "ลุมพินี พาร์ควิว เรสซิเดนซ์" คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัว ระบบเก็บเสียงระดับเกรดเอ และที่สำคัญที่สุดคือ "กฎเหล็กห้ามประกอบอาหารที่มีกลิ่นรบกวนผู้อื่นอย่างเด็ดขาด"
แต่ดูเหมือนเพื่อนบ้านห้อง 809 ฝั่งตรงข้ามจะยังไม่ได้อ่านคู่มือระเบียบข้อบังคับที่นิติบุคคลพิมพ์แจก หรือไม่ก็... สันดานดิบของอีกฝ่ายคงใหญ่คับฟ้าเสียยิ่งกว่าค่าส่วนกลางตารางเมตรละห้าสิบบาท
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขายังมีงานชิ้นสำคัญต้องสะสาง ต้นฉบับบทวิจารณ์ร้านอาหาร "The Golden Spoon" ที่กำลังจะตีพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ฉบับหน้ายังขาดทัศนคติที่เฉียบคมอีกเพียงนิดเดียว และเขาก็ไม่ต้องการให้กลิ่นสารเคมีจากการคั่วพริกบ้านๆ มาทำลายสมาธิอันล้ำค่าของนักวิจารณ์อาหารมือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอย่างเขา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้อง 809 ดังขึ้นสามครั้งด้วยจังหวะที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเกรงใจ สะท้อนถึงความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าตึกนี้วันแรก
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน มีเพียงกลิ่นหอมยั่วยวนของเนื้อวัวย่างที่เริ่มลอยมาผสมโรงกับกลิ่นพริกคั่ว จนธันวาเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว—ให้ตายสิ มันหอมฉุย ชนิดที่ต่อให้เป็นเชฟกระทะเหล็กมาทำเองก็คงไม่ออกมาดูน่ากินขนาดนี้ แต่สำหรับธันวา กลิ่นนี้มันคือ "อาชญากรรมทางกลิ่น" ชัดๆ
แกร็ก!
บานประตูไม้สีเข้มเปิดผางออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างโปร่งของชายหนุ่มในเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งเปื้อนคราบซอสเล็กน้อย เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มล้อมกรอบใบหน้าคมคาย ดวงตากลมโตเรียวรีมองผู้มาเยือนด้วยแววตากรุ่นโกรธ มือข้างหนึ่งถือตะหลิวสแตนเลสค้างไว้กลางอากาศ
"มีมารยาทไหมครับคุณ... เคาะประตูชาวบ้านแบบนี้ อยากกินหมัดแทนข้าวหรือไง"
เสียงทุ้มห้วนเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายแนะนำตัว คินถลึงตาใส่ผู้ชายแปลกหน้าที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูป และแววตาเย็นชาคู่นั้นที่กำลังมองเขาประหนึ่งเขากำลังก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญ
ธันวาปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินความไร้ระเบียบของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มหยันออกมาทันที
"ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณมีสามัญสำนึกบ้างไหม ห้องชุดราคานิตยสล้าน แต่ทำตัวเหมือนโรงครัวข้างถนน กลิ่นพริกคั่วของคุณมันทะลุผนองกันซึมเข้ามาถึงห้องผมแล้ว รู้จักกฎของคอนโดนี้ไหมครับ หรือว่าสมองส่วนการเรียนรู้ถูกความอยากกินบังตาไปหมดแล้ว"
คินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก เชฟหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะลูกค้าวีไอพีหรือนักรีวิวปากหมาที่ไหน ย่อมไม่มีทางยอมให้ไอ้คุณชายสำอางที่ไหนมาสั่งสอนในอาณาจักรครัวของตัวเองแน่
"อ๋อ... คุณคือไอ้พวกมนุษย์ประหลาดที่ย้ายเข้ามาใหม่ห้อง 810 สินะ หน้าตาก็ดูภูมิฐานดีนี่ครับ แต่ไม่นึกว่าสมองจะแคบจนแยกแยะไม่ออกว่านี่คือคอนโดสำหรับคนมีชีวิตชีวา ไม่ใช่ห้องดับจิต ผมจะทำอาหารกินในห้องตัวเอง มันผิดกฎข้อไหนไม่ทราบ หรือว่ากลิ่นเนื้อย่างเกรดเอของผมมันไปกระตุ้นปมด้อยอะไรในใจคุณเข้าล่ะ คุณนักวิจารณ์?"
ประโยคสุดท้ายของคินพุ่งเป้าตรงจุดสะกิดใจของธันวาเข้าอย่างจัง ดวงตาคมกริบของนักวิจารณ์หนุ่มวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ร่างสูงก้าวล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ห้อง 809 โดยไม่ได้รับอนุญาต จนอกเกือบจะชนกับแผงอกของเชฟหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูของคนตรงหน้า เสียงทุ้มต่ำรlotความเย็นยะเยือกจนคินเผลอสะดุ้ง "แต่ฝีมือห่วยๆ กับทัศนคติแย่ๆ แบบนี้ ระวังร้านอาหารที่คุณฝันนักหนาจะเจ๊งไม่เป็นท่าก่อนจะได้เปิดตัวนะครับ เชฟ..."
คินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่ตีตื้นขึ้นมา มือที่ถือตะหลิวสั่นระริกด้วยความโกรธ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
"ถ้าเก่งนัก ก็เข้ามาพิสูจน์สครับ..." คินยิ้มท้าทาย ดวงตาพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่ง "ชิมฝีมือผมสักคำไหมครับ เผื่อปากหมาๆ ของคุณจะได้เลิกพ่นคำพูดน่ารังเกียจสักที หรือว่ากลัว... กลัวว่าจะติดใจฝีมือผมจนต้องยอมซุกตัวกินอาหารใต้โต๊ะผมทุกวัน?"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยกับความกล้าได้กล้าเสียของคนตรงหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและตัวตนเฉพาะตัวของคินกำลังก่อกวนสติสัมปชัญญะของเขาอย่างน่าประหลาด ในจังหวะที่ธันวากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนที่เตรียมไว้...
กริ๊งงงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้อง 809 ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างเสียดายเล็กน้อย คินขมวดคิ้วด้วยความฉงน พลางหันไปมองหน้าประตู
ประตูกล้องวงจรปิดแสดงภาพชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ กำลังยืนยิ้มแป้นถือกล่องพัสดุขนาดใหญ่พร้อมชูมือทักทายผ่านจอ และก่อนที่คินจะได้กดปลดล็อก...
แอ๊ด... เสียงบานประตูห้องที่ปิดไม่สนิทถูกผลักเปิดออกด้วยมือของบุคคลที่สาม ซึ่งถือวิสาสะเดินเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับเสียงทุ้มใสที่ดังลั่นห้อง
"พี่คิน! ผมเอาไวน์วินเทจปีเก่ามาฝาก... อ้าว... แล้วนี่ใครเหรอครับเนี่ย หน้าตาคุ้นๆ เหมือนพวกนักวิจารณ์โรคจิตในทีวีเลยนี่นา?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีวันเงียบเมื่อมีเชฟสายไฟต์มาอยู่ข้างห้อง•ตอนที่ 1
เพื่อนบ้านนรก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีวันเงียบเมื่อมีเชฟสายไฟต์มาอยู่ข้างห้อง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
