เซียนกระบี่สยบปฐพี ข้ามภพมาทวงบัลลังก์มังกร•ตอนที่ 1

โลหิตมังกรหลั่งริน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอบอวลอยู่ภายในตำหนักเย็นอันรกร้าง น้ำมันจากตะเกียงสำริดโบราณใกล้หมดลงทุกขณะ ทอดเงายาวน่าสะพรึงกลัวทาบทับลงบนร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ไผ่ "หากชาตินี้สวรรค์เมตตาให้ข้า... หลี่มู่เฉิน... ได้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครา ภัยพิบัติและหยาดโลหิตที่พวกมันเคยฝากไว้ในมหาศึกแดนพยัคฆ์ทมิฬ ข้าจะใช้คมกระบี่เล่มนี้ล้างผลาญให้สิ้นซาก!" ความเจ็บปวดราายพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่างราวกับถูกไฟโลกันตร์แผดเผา หลี่มู่เฉินสะดุ้งเฮือก กวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งลับคมคู่หนึ่งไปยังรอบด้าน ความมืดมิดภายในตำหนักมิอาจบดบังดวงตาที่เคยผ่านการมองเห็นมหาสงครามสะท้านฟ้ามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เขาก้มลงมองมือคู่ที่สั่นเทา ผิวหนังซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ 'จุดตันtian' (จุดศูนย์กลางพลังปราณ) ภายในร่างกายบัดนี้ว่างเปล่าและถูกพิษร้ายกัด1ร่อนจนเน่าเปื่อย นี่ไม่ใช่ร่างอันเป็นอมตะของมหาเทพกระบี่ผู้ครองแผ่นดินเซียน แต่เป็นร่างของ 'หลี่มู่เฉิน' องค์ชายห้าแห่งต้าหลี่ ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะไร้ค่า ไร้ซึ่งรากปราณ และถูกเนรเทศมาให้รอวันตายอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักท้ายวัง "หึ... พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี ช่างลงมือได้เหี้ยมเกรียมยิ่งนัก" มุมปากของบุรุษหนุ่มยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอากาศภายในห้องถึงกับบิดเบี้ยว แม้ในยามนี้ลมปราณของเขาจะเหือดแห้ง เส้นชีพจรทั่วร่างพิการใช้งานไม่ได้ แต่จิตวิญญาณแห่งมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่างผ่านมหาสมุทรดาราหาได้สลายตามร่างเนื้อไม่ ประสบการณ์ ความทรงจำ และเคล็ดวิชาสะท้านภพนับหมื่นยังคงฝังรากลึกอยู่ในห้วงสำนึก ตึง! เสียงถีบประตูไม้ผุพังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รองเท้าบูทปักลายเมฆาเหยียบย่ำลงบนพื้นไม้ที่ผุกร่อน แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องประตูเผยให้เห็นร่างของขันทีเฒ่าผู้หนึ่ง นามว่า 'หม่ากงกง' ผู้กุมอำนาจเบื้องหลังตำหนักใน ใบหน้าย่นยู่ของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มหยันเหยียด ในมือถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ส่งกลิ่นหอมหวานชวนสะอิดสะเอียน "องค์ชายห้า... ถึงเวลาเสวยโอสถบำรุงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงแหลมเล็กของมันบาดหูราวกับเสียงกรีดกั้นของโลหะ หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจำมันได้ดี... ขันทีสารเลวผู้ฉวยโอกาสยัดเยียด 'โอสถสลายกระดูก' ให้เขาดื่มทุกค่ำคืนตามคำสั่งของสนเอก เพื่อเร่งให้ความตายมาเยือนเร็วขึ้น "โอสถบำรุง หรือน้ำแกงจากขุมนรกกันแน่?" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับทรงพลังอำนาจกดดันบางอย่าง จนทำให้ขันทีเฒ่าถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว หม่ากงกงขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่เล็กจ้องมององค์ชายผู้ที่ควรจะนอนรอความตายอย่างหมดสภาพ ทว่ายามนี้แววตากลับคมปลาบดั่งเหยี่ยวราตรี ราวกับว่ามันไม่ได้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าขยะไร้ค่า แต่กำลังเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพมันได้ทุกเมื่อ "พระองค์ทรงตรัสสิ่งใดกันพ่ะย่ะค่ะ? หม่อมฉันเพียงแค่วิตกกังวลในพระพลานามัย... ดื่มเสียเถิดพ่ะย่ะค่ะ ก่อนที่ความเจ็บปวดจะเล่นงานพระองค์จนสิ้นสติไปเสียก่อน" หม่ากงกงฝืนยิ้มเหี้ยมเกรียม ก้าวเข้าไปใกล้เตียงไม้ไผ่มากขึ้น พร้อมยื่นถ้วยยาเคลือบพิษเข้ามาประชิด หลี่มู่เฉินไม่ขยับเขยื้อn เขานั่งนิ่งดั่งขุนเขา ปล่อยให้ความเจ็บปวดจากการถูกพิษกัดกินกระดูกแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่นัยน์ตากลับทอประกายแสงสีทองจางๆ "เจ้าคิดว่า... สุนัขรับใช้ที่บังอาจเงยหน้าขึ้นมองนายเหนือหัว จะมีจุดจบเช่นไร?" คำพูดนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของหม่ากงกงราวกับเสียงระฆังมรณะ ขันทีเฒ่าสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ทว่าในวินาทีนั้นเอง กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากร่างผอมโซขององค์ชายห้า! ปรัช! พลังปราณไร้รูปที่ถูกบีบอัดด้วยเคล็ดวิชาโบราณพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วของหลี่มู่เฉิน ราวกับกระบี่ไร้ลักษณ์ที่พุ่งแหวกอากาศ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของพลังจิตวิญญาณในอดีต แต่มันก็มากพอที่จะกดทับให้ร่างของขันทีเฒ่าทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น เสียงกระดูกลั่นกรอบดังขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง "อั๊ก!... เป็นไปได้อย่างไร! ปราณของท่าน... ไหนว่าเส้นชีพจรพิการแล้วมิใช่หรือ!" หม่ากงกงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด โลหิตสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของมัน หลี่มู่เฉินค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะยังคงโซเซ แต่แผ่นหลังนั้นกลับตั้งตรงสง่างามดั่งกระบี่ที่ปักค้ำฟ้า เขาก้มมองขันทีผู้คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน "เส้นชีพจรของข้าอาจจะพิการ... แต่กระดูกสันหลังของข้า หาใช่สิ่งที่พวกสุนัขเช่นเจ้าจะมารzดขยี้ได้ไม่" ฉับพลันนั้น ท้องฟ้าด้านนอกตำหนักที่เคยเงียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต เมฆดำทะม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมากลางลานตำหนัก เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งราชธานี พร้อมกันนั้น มิติเบื้องหน้าของหลี่มู่เฉินก็บิดเบี้ยวออก ละอองแสงสีเงินบริสุทธิ์โปรยปรายลงมา ดึงดูดสายตาของเขาให้มองผ่านหน้าต่างทะลุไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น ณ ที่นั่น... สตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรย กำลังถือกระบี่เล่มงามยืนตระหง่านอยู่กลางมหาทัณฑ์สวรรค์ ดวงตางามเยียบเย็นคู่นั้นกวาดมองลงมายังทิศทางที่เขาอยู่ ราวกับส่งสัญญาณบางอย่างที่สะเทือนลึกถึงหัวใจ หลี่มู่เฉินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่รอคอยมานานนับพันปี "เสวี่ยเอ๋อร์..." ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยนามนั้นให้เต็มเสียง เงาดำนับร้อยสายก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดหลังคาตำหนัก พร้อมกับเสียงหัวoาะเย้ยหยันที่ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันจากเหล่ามือสังหารเงาโลหิตที่ถูกส่งมาปิดปากในคืนนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากตำนานบทใหม่นี้ไป2ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบปฐพี ข้ามภพมาทวงบัลลังก์มังกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%