“ถ้าคุณเรียกผมมาเพื่อโชว์พาวเวอร์ด้วยการสั่งงานแบบไม่มีหัวคิด ผมแนะนำให้คุณจ้างเด็กจบใหม่ที่ยังไม่รู้ประสาจะดีกว่าครับ เพราะผมเสียเวลามานั่งมองหน้าคนหลงตัวเองเพียงพอแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมของกันต์กวีดังสะท้อนก้องทั่วห้องทำงานขนาดมหึมาบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า มือเรียวที่เพิ่งวางคีย์บอร์ดไร้สายลงบนโต๊ะกระจกหรูหราส่งเสียงดัง ‘ปัง’ เบาๆ แต่มันกลับฟังดูบาดลึกในความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง
ทิศเหนือในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มที่ดูไร้รอยยับยืนกอดอกพิงผนังกระจกใสเบื้องหลัง สายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองร่างโปร่งตรงหน้าที่กำลังเก็บอุปกรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน แม้บรรยากาศรอบตัวจะเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจากสถานะ CEO ผู้ทรงอิทธิพล แต่กันต์กลับทำราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนที่กำลังรำคาญกับการจราจรติดขัดยามเย็นเท่านั้น
“สิบห้านาที” ทิศเหนือเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว “นั่นคือเวลาที่ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทผมกำลังถูกแฮกจากไอ้พวกขยะที่ไหนก็ไม่รู้ และสิบห้านาทีที่ผ่านมา คุณมัวแต่สาธยายความไม่พอใจใส่ผม แทนที่จะเปิดหน้าจอขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
กันต์ชะงักมือที่กำลังจะเก็บแล็ปท็อปเข้ากระเป๋า เขาหันขวับกลับมา จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาท้าทาย “อ้อ... ที่แท้ก็กลัวเหรอครับ? นึกว่าพ่อพระเอกผู้เย็นชาจะจัดการปัญหา ‘สายฟ้าแลบ’ นี้ได้ด้วยตัวเองซะอีก ที่แท้ก็เป็นแค่คนที่ชอบสั่งแต่ทำเองไม่เป็น”
“ผมสั่งให้คุณทำงาน ไม่ได้สั่งให้มาเปิดเวทีโต้วาที” ทิศเหนือขยับกายก้าวเข้าหาช้าๆ ทุกจังหวะการเดินของเขาเต็มไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูเล็กลงจนน่าอึดอัด “ถ้าคุณแก้ระบบนี้ไม่ได้ ภายในคืนนี้ ชื่อเสียงในฐานะโปรแกรมเมอร์อันดับหนึ่งที่คุณภาคภูมิใจนักหนาก็จะกลายเป็นแค่เรื่องตลกที่ผมจะเขียนใส่กระดาษแล้วทิ้งลงถังขยะ”
“คุณคงลืมไปว่าผมไม่ใช่ลูกน้องคุณ” กันต์แค่นยิ้มมุมปาก เดินตรงเข้าไปเผชิญหน้าจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนววู้ดดี้จางๆ จากตัวทิศเหนือปะทะเข้ากับจมูกของเขา “แต่ถ้าอยากเห็นผมทำงาน ก็ช่วยถอยออกไปหน่อยครับ ความฉลาดของผมมันต้องใช้พื้นที่หายใจ ไม่ใช่มาถูกคนอย่างคุณบดบังรัศมี”
ทิศเหนือไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับก้มตัวลงมาจนใบหน้าของเขากับกันต์อยู่ระดับเดียวกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายวูบไหวที่กันต์อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันดูคล้ายกับ ‘ความกระหาย’ ในการควบคุมที่น่าขนลุก “ดี… งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่าคำปากดีของคุณมันมีเนื้อหาสาระเท่ากับฝีมือการเขียนโค้ด”
กันต์กระตุกยิ้ม ก่อนจะตวัดตัวกลับไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลัก นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังระงมไปทั่วห้องทำงาน จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัว ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นกับตัวเลขและเส้นโค้ดที่วิ่งผ่านหน้า แต่เป็นเพราะไออุ่นจากแผ่นอกของทิศเหนือที่ยังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิดจนเขาสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการหายใจของชายหนุ่มได้
“คุณกำลังทำตัวเป็นมือสมัครเล่นนะ” เสียงทิศเหนือกระซิบใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินจนขนอ่อนที่ต้นคอของกันต์ลุกชัน “ตรงบรรทัดที่สามร้อยสิบสี่... คุณกำลังพยายามทำอะไร?”
“หุบปากครับ ถ้าไม่อยากให้ระบบมันพังลงตรงนี้เดี๋ยวนี้” กันต์สวนกลับโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ แต่ทว่าจังหวะการพิมพ์ของเขากลับสะดุดลงเล็กน้อยเมื่อมือหนาของทิศเหนือเอื้อมมาวางทับลงบนข้อมือของเขา เพื่อบังคับทิศทางเคอร์เซอร์บนหน้าจอให้ขยับไปในจุดที่ถูกต้อง
กระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วจุดที่ผิวหนังสัมผัสกัน กันต์รู้สึกราวกับถูกกระชากลมหายใจไปชั่วขณะ เขาตวัดสายตามองคนด้านหลังที่ยังคงนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิศเหนือไม่ได้ถอยออกไปแม้แต่นิ้วเดียว แต่กลับโน้มตัวลงมาให้ใกล้กว่าเดิม จนปลายจมูกแทบจะแตะเข้ากับขมับของเขา
“ผมแค่จะช่วยประหยัดเวลา” ทิศเหนือพูดด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ดวงตาคมกริบมองไล่ไปตามตัวอักษรบนหน้าจอ “เพราะถ้าช้ากว่านี้... เราสองคนอาจจะต้อง ‘ขลุก’ อยู่ด้วยกันนานกว่าที่ผมวางแผนไว้”
กันต์ชะงักค้าง โค้ดที่ควรจะถูกพิมพ์ต่อกลับหยุดนิ่ง เขาเพิ่งตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าโปรเจกต์สายฟ้าแลบที่เขาถูกเรียกมาทำ ไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ แต่มันคือเกมเดิมพันที่ทิศเหนือเป็นคนวางหมากเอาไว้แต่แรก
ทันใดนั้น หน้าจอที่เคยแสดงกราฟสีเขียวกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับสัญญาณเตือนที่ดังลั่นห้อง แสงสีแดงสาดส่องลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ที่ยังคงอยู่ในท่ากึ่งกอดกึ่งคุมเชิงกันอยู่ ทิศเหนือเบนสายตากลับมาสบตาโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่กำลังตกตะลึง ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะใดๆ ทั้งสิ้น เสียงรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวคนหนึ่งดังระงมเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำลายความเงียบกริบ “เหนือคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ระบบล็อคอินทั้งหมดถูกรีเซ็ตโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วนั่น... คุณกำลังทำอะไรกับไอ้เด็กนั่นน่ะ!”
กันต์รีบกระชากมือออกพลางถอยห่างจากทิศเหนือทันที ทว่ามือหนาของ CEO หนุ่มกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่นแน่นพอกับสายตาที่หันไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
“คุณเข้ามาผิดเวลาแล้ว... วรรณนิศา” ทิศเหนือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางแบบสาวชื่อดังถึงกับชะงักค้างไป “และที่สำคัญ... คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าผมควรจะทำอะไรกับ ‘คนของผม’ ในที่ทำงานของผม”
กันต์กวีเบิกตากว้าง หันไปมองทิศเหนือด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ขณะที่ทิศเหนือยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แล้วหันกลับมาหาเขาก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของกันต์สั่นสะเทือน
“เพราะต่อจากนี้... ต่อให้คุณอยากหนีไปไหน คุณก็หนีไม่พ้น ‘เซฟโซน’ ที่ผมสร้างไว้ให้คุณหรอกครับ”
หวังว่าตอนแรกนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงความเดือดพล่านของเนื้อเรื่องนะครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในโปรเจกต์นี้ครับ!
เซฟโซนของนายวายร้ายตัวแสบ•ตอนที่ 1
โปรเจกต์สายฟ้าแลบ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
