เสียงกริ่งประตูที่แผดเสียงกะทันหันในยามวิกาล ไม่ได้ทำลายความเงียบงันเท่านั้น แต่มันทำลายความมั่นใจทั้งหมดที่กานต์สะสมมาตลอดชีวิตด้วย
ลินินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ยิ้มเดียวกับที่ทำให้คินน์นึกอยากจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดด้วยความหมั่นเขี้ยวในความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ใต้คราบคุณหนูผู้เรียบร้อย
"เปิดสิคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวสวยปัดหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อปิดการนับถอยหลังที่ค้างคาไว้ที่ตัวเลข 'ศูนย์' พอดี "แขกคนสำคัญของเรามารอรับบทลงโทษแล้วค่ะ"
คินน์ไม่ได้ขยับตัวหนีจากโซฟาหนังแท้ราคาแพง เขายังคงไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเจ้าของอาณาจักรที่กำลังรอให้สุนัขจรจัดวิ่งเข้ามาหาเรื่องถึงหน้าบ้าน มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันแกว่งไกวอยู่ภายใน ปล่อยให้ประตูห้องพักสุดหรูถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคนที่มีสิทธิ์ขาดในการเข้าออก
ร่างของกานต์พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン เสื้อสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ราวกับผ่านการวิ่งหนีตายมาตลอดทาง และภาพนั้นมันช่างน่าสมเพชในสายตาของลินินเสียเหลือเกิน
"คินน์! แก... แกทำบ้าอะไรลงไป!" กานต์แผดเสียงลั่น ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของผู้ชายที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่สวะไร้ค่า แต่ทว่า... ก้าวแรกที่ขยับ ร่างของชายหนุ่มกลับต้องหยุดชะงักงัน
เพราะเบื้องหลังของกานต์ ไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า... แต่มีเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ยืนขนาบข้างด้วยแววตาเย็นชาดุจมัจจุราช มือหนาของหนึ่งในนั้นวางทาบอยู่บนด้ามปืนพกใต้สูทอย่างเปิดเผย เป็นสัญลักษณ์เตือนภัยที่เด่นชัดว่า หากกานต์โง่เง่าขยับทำร้ายเจ้าของห้องแม้แต่นهاยเดียว สมองของเขาคงได้กระจายติดผนังห้องหรูนี้แน่
"ใจเย็นๆ สิคะคุณกานต์" ลินินเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืน เธอจัดชุดกระโปรงเข้ารูปให้เรียบง่ายแต่ทรงอำนาจ ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์ มือเรียวเล็กสอดประสานเข้ากับอุ้งมืออุ่นของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ "ห้องนี้ต้อนรับแขกเฉพาะที่มีนัด... หรือไม่ก็คนที่เตรียมตัวจะล้มละลายเท่านั้นค่ะ"
กานต์หอบหายใจหนักหน่วง สายตาสลับมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย กับชายหนุ่มที่เคยเป็นลูกน้องก้นแถวในบริษัทของตระกูลเขา ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อสิบนาทีที่แล้วกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบแหลกสลาย
หุ้นทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทกานต์ร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง บัญชีธนาคารทุกบัญชีถูกอายัดอย่างไร้สาเหตุ และคู่ค้าทางธุรกิจรายใหญ่ทุกรายต่างพากันยกเลิกสัญญาพร้อมเพรียงกัน ราวกับมีคำสั่งจากพระเจ้าที่ประทานความพินาศมาให้ตระกูลของเขาโดยเฉพาะ... และพระเจ้าองค์นั้น ก็นั่งไขว่ห้างจิบวิสกี้มองดูเขาดิ้นรนอยู่ตรงนี้
"แก... แกมันปีศาจ!" กานต์ชี้หน้าคินน์ เสียงสั่นเครือด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัวระคนกัน "แกใช้แผนสกปรกอะไรฮก ถึงได้ฮุบหุ้นของฉันไปจนหมดเกลี้ยงแบบนี้!"
คินน์วางแก้วในมือลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าน้อยๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น
"แผนสกปรกเหรอครับคุณกานต์?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ "ผมแค่คืนกำไรให้คนที่เคยให้ 'บทเรียน' ราคาแพงกับผมเมื่อหลายปีก่อนต่างหาก... ตอนที่คุณไล่ผมออกจากบริษัท พร้อมกับโยนเงินใส่หน้าผมราวกับผมเป็นขอทาน คุณน่าจะจำความรู้สึกนั้นไว้นะครับ เพราะวันนี้ ผมแค่อยากให้คุณได้ลองลิ้มรสชาติของคำว่า 'ไม่มีอะไรเหลือเลย' ดูบ้าง"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าปะทะหน้ากานต์ราวกับถูกตบด้วยฝ่ามือเหล็ก ร่างกายของอดีตคุณหนูผู้เย่อหยิ่งเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ความจริงที่ว่าเขากำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายและมีหนี้สินท่วมหัวนับร้อยล้านกำลังบีบรัดลำคอจนหายใจไม่ออก
"ลินิน... เธอช่วยฉันสิ!" ในยามคับขัน กานต์หันไปหาที่พึ่งสุดท้าย หญิงสาวผู้เคยอ่อนหวานและวิ่งตามตื๊อเขาเป็นเงาตามตัว "เธอก็รู้ว่าฉันเคยรักเธอแค่ไหน เราเคยมีอดีตที่ดีต่อกันนะ ลินิน! บอกให้ผู้ชายของเธอหยุดมือเถอะ ฉันขอร้อง..."
ลินินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยื่อใย ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เธอมองกานต์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับกำลังมองเศษขยะเปียกฝนที่ติดอยู่ใต้รองเท้า
"อดีตที่ดีเหรอคะ?" ลินินทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "อดีตที่ฉันต้องทนก้มหัวให้คุณเหยียดหยาม อดีตที่ฉันต้องทนเห็นคุณเอาเงินไปปรนเปรอผู้หญิงอื่นขณะที่ฉันคอยซัพพอร์ตคุณอยู่ข้างหลัง... คุณเอาความกล้ามาจากไหนถึงคิดว่าผู้หญิงโง่คนนั้นจะยังยืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้คุณเหยียบย้ำซ้ำสองล่ะคะ?"
หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้คินน์มากขึ้น ปลายคางมนเชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปจับปกเสื้อสูทของชายหนุ่มให้เข้าที่อย่างอ่อนโยน เคมีที่เข้ากันอย่างไร้ที่ติระหว่างทั้งคู่แผ่ขยายออกจนบดบังรัศมีของกานต์จนมืดมิด
"คุณกานต์คะ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด "การเดินทางมาที่นี่ของคุณ ทำให้ผมเสียเวลาไปห้านาทีเต็มๆ และผมเกลียดการเสียเวลาที่สุดในชีวิต"
ชายหนุ่มโบกมือเพียงเล็กน้อย บอดี้การ์ดชุดดำทั้งสองคนก็ก้าวเข้ามาประกบล็อกแขนของกานต์ไว้ทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้โวยวาย แรงดึงมหาศาลทำให้กานต์ต้องคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไม่เต็มใจ เสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังลั่นห้อง
"ปล่อยฉันนะ! พวกแกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน!"
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สง่างามและทรงพลังก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวอดีตคู่ปรับที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจ "ตึกที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ หุ้นบริษัทที่คุณรัก และแม้แต่ชื่อเสียงที่คุณภาคภูมิใจ... ตอนนี้มันเป็นของผมหมดแล้วครับ กานต์"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ กานต์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่แค่พ่ายแพ้ในเกมธุรกิจ แต่เขาถูกตบหน้าฉาดใหญ่อย่างไร้ทางสู้โดยคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่สวะ
ลินินมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกดหน้าจอแท็บเล็ตในมืออีกครั้งเพื่อส่งสัญญาณอนุมัติคำสั่งสุดท้ายไปยังตลาดหลักทรัพย์ และในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของกานต์ก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่องในกระเป๋าเสื้อ เสียงแจ้งเตือนการฟ้องร้องล้มละลายและหมายจับคดีฉ้อโกงทางธุรกิจที่ถูกส่งตรงถึงมืออย่างเป็นทางการ
กานต์ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
แต่ทว่า... ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงแจ้งเตือนพิเศษจากแท็บเล็ตในมือของลินินกลับดังแทรกขึ้นมาด้วยสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน หน้าจอที่เคยแสดงกราฟความพินาศของกานต์ กลับถูกแทนที่ด้วยรหัสลับชุดใหม่ที่กำลังนับถอยหลังโดยอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ...
*รหัสผ่านถูกแฮกจากภายนอก... ระบบสำรองทั้งหมดกำลังถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลนิรนาม*
ลินินขมวดคิ้วมุ่นทันที รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เธอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นตัวเลขการสูญเสียเงินทุนมหาศาลพุ่งสูงขึ้นเป็นวินาทีต่อวินาที
คินน์หันขวับกลับมามองหน้าหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก เมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนที่เป็นผู้เล่น
ประตูห้องพักที่ถูกล็อกแน่นหนาอย่างดี จู่ๆ ก็ส่งเสียง 'ติ๊ด' เบาๆ รหัสผ่านหลักถูกถอดรหัสด้วยคีย์การ์ดระดับปรมาจารย์ และก่อนที่บอดี้การ์ดจะทันได้ชักปืนป้องกันตัว บานประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวปริศนาในชุดโค้ตสีดำสนิท สวมแว่นตากันแดดปิดบังใบหน้าครึ่งซีก แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับทำให้คินน์ต้องชะงักงันด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...
"ยินดีต้อนรับสู่เกมจริงค่ะคุณคินน์... หวังว่าคุณจะยังไม่ลืมฉันนะคะ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" มาโดยตลอดนะคะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 36
การเดิมพันด้วยทั้งหมดที่มี
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!