แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 2

ลูกค้าคนแรกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"บอกแล้วไงคะว่าถ้าจะซื้อพริกแกงป่าสูตรยายริน ต้องต่อคิวตามลำดับ ไม่ใช่ใช้วิธีถือวิสาสะเดินดุ่มๆ เข้ามาหลังครัวแบบนี้!" เสียงตวาดก้องด้วยความหงุดหงิดดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงสับปังตอลงบนเขียงไม้เนื้อหนาจนสะเทือนไปถึงวงกบประตู รินรดาในผ้ากันเปื้อนสีมอซอแต่สวมทับด้วยเสื้อลูกไม้ถักเข้ารูปอย่างประณีต ตวัดสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนมองผู้บุกรุกหนุ่มในชุดเครื่องแต่งกายครึ่งทหารครึ่งพลเรือน ร่างสูงใหญ่ของเขาหยุดชะงักลงตรงหน้าโต๊ะเตรียมอาหารพอดี กลิ่นอายความดิบเถื่อนและฝุ่นควันจากป่าลึกโชยปะทะจมูกทันทีที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอ ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือสะดุ้งสะเทือนต่อความเกรี้ยวกราดนั้นแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กใต้คิ้วหนาเข้มทอดมองสากกะเบือในมืออีกข้างที่รินรดากำไว้แน่น ราวกับมันเป็นเพียงแค่กิ่งไม้แห้งๆ กิ่งหนึ่งเท่านั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างนึกสนุก ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เส้นเลือดที่ขมับของอดีตเชฟมือทองเต้นตุบๆ ด้วยความโมโห "ผมไม่ได้มาซื้อพริกแกงครับยายริน..." เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ฟังดูนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ "ผมแค่ได้กลิ่นกระวานดำคั่วกับพริกแห้งบางช้างลอยไปไกลถึงชายป่าโน่น นึกว่ามีใครจุดไฟเผาป่าเลยรีบมาดูให้แน่ใจ เสียใจด้วยนะที่ต้องบอกว่าฝีมือตำเครื่องแกงของคุณมันรบกวนสมาธิคนลาดตระเวนตั้งแต่ตีห้าแล้ว" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ยายคนนี้... ไม่สิ รินรดาในวัยยี่สิบปลายๆ ที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่หม้ายสาวปากกัดตีนถีบคนนี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาลูบคมในบ้านตัวเองง่ายๆ แน่นอน ยิ่งนึกถึงว่าตาบ้านี่เป็นใคร เธอก็ยิ่งอยากจะเอาตะหลิวฟาดหน้าให้สักที สองวันก่อนเพิ่งจะย้ายมาอยู่กระท่อมปลายนาท้ายหมู่บ้าน แถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ จนชาวบ้านเขาเม้าท์กันทั้งตำบลว่าอาจจะเป็นโจรกลับใจหรือนายพรานเถื่อน แต่วันนี้กลับกล้าบุกรุกเข้ามาถึงหลังครัวตอนที่เธอกำลังคั่วพริกแกงสูตรลับจาก 'ห้องครัวกาลเวลา' ในมิติวิเศษเสียด้วย "นี่! ผู้กองศิลา!" รินรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเน้นชัดทีละพยางค์ด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น เธอวางสากลงบนเขียงเสียงดังปังจนเศษพริกกระเด็น "ที่นี่บ้านฉัน ครัวของฉัน กลิ่นเครื่องเทศของฉัน จะลอยไปถึงดาวอังคารมันก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระปะปังอะไรของคุณที่จะต้องมาเดินดุ่มๆ เข้ามาวิจารณ์ ถ้าไม่มีธุระอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เชิญทางออกค่ะ ประตูอยู่ตรงโน้น ไม่ต้อนรับคนไม่มีมารยาท!" ศิลายังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว สายตาของนายทหารพรานผู้ผ่านศึกสงครามและดงพงไพรมาโชกโชน กวาดมองไปทั่วห้องครัวที่สะอาดสะอ้านผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป กลิ่นหอมล้ำลึกของข่าแก่ ขิงป่า ผิวมะกรูด และตะไคร้หอมที่ถูกโขลกจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันในครกหินอ่างศิลาใบใหญ่ ส่งไอความร้อนระอุออกมาเตะจมูกจนต่อมรับรสในปากทำงานอย่างอัตโนมัติ เขารู้ดีว่ากลิ่นแบบนี้ไม่ได้หาได้ทั่วไปตามตลาดนัดท้ายหมู่บ้าน มันเป็นกลิ่นของความประณีตบรรจงและความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง "ปากร้ายแบบนี้... มิน่าเล่า ถึงได้โดนญาติทางฝั่งสามีเก่ามาตามรังควานไม่เว้นแต่ละวัน" ศิลาเปรยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อย แต่กลับสะกิดปมร้อนในใจของรินรดาเข้าอย่างจัง รินรดากัดกรามกรอด ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เรื่องที่เธอยอมหย่าขาดจากบ้านตระกูลใหญ่แล้วหอบผ้าผ่อนหนีมาซมซานอยู่คนเดียวที่นี่ กำลังเป็นทอล์กออฟเดTาวน์ แต่ตาบ้านี่กลับกล้าหยิบยกเอาเรื่องปวดหัวของเธอมาพูดล้อเล่นหน้าตาเฉย แถมยังรู้ดีเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียอีก "คุณว่าอะไรนะ?" รินรดาเสียง 3 สูงขึ้นด้วยความเหลืออด เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี แต่รัศมีอำนาจและความดุดันในแววตานั้นกลับทำให้ศิลาต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความทึ่ง "อยากลองดีกับฉันใช่ไหมคะ ผู้กองปากเสีย! เห็นฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวแล้วจะรังแกยังไงก็ได้งั้นสิ?" ศิลาก้มมองหญิงสาวที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า กลิ่นกายหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายของเครื่องเทศและไอน้ำจากเตาฟืนลอยเข้าจมูก ปะปนกับความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในแววตาสีเข้มคู่นั้น แทนที่จะถอยหลังหนี เขากลับก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ รินรดาชะงัก ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับโต๊ะเตรียมอาหารเสียแล้ว "ผมไม่ได้จะรังแก..." ศิลาโน้มใบหน้าคมคายลงมาหาช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนลงจนน่าใจหาย "แค่จะมาบอกว่า... แกงป่าหมูสามชั้นที่คุณกำลังเคี่ยวอยู่บนเตานั่น น่ะ น้ำซุปเริ่มงวดจนจะไหม้ก้นหม้ออยู่แล้วครับแม่ครัว" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเตาไฟด้านหลัง ทันทีที่เห็นควันสีเทาจางๆ ลอยขึ้นมาจากหม้อดินเผา เธอก็อุทานออกมาเสียงหลง "ตายจริง!" ร่างบางรีบหมุนตัวกลับไปคว้ากระบวยไม้มาคนหม้อแกงจ้าละחอล ความหอมฉุยของพริกแกงป่าที่ผัดเคี่ยวกับเนื้อหมูสามชั้นติดมันนุ่มๆ และยอดมะพร้าวอ่อน พวยพุ่งกระจายตัวอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวและทะลุออกไปถึงรั้วบ้านทันที กลิ่นหอมอันซับซ้อนนี้ช่างเย้ายวนใจจนคนท้องร้องจ๊อกได้ง่ายๆ รินรดาปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยความหงุดหงิดที่ตัวเองเสียท่าให้ผู้ชายคนนี้จนได้ เธอหันกลับมาหมายจะเอ่ยปากไล่ตะเพิดอีกรอบให้พ้นบ้าน แต่ทว่า... พื้นครัวที่เปื้อนคราบน้ำมันจากการผัดพริกเมื่อครู่กลับทำให้รองเท้าผ้าใบของเธอไถลลื่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างเพรียวบางเสียการทรงตัวในเสี้ยววินาที และก่อนที่เธอจะได้กรีดร้องออกมา ร่างของเธอก็ถูกคว้าหมับเข้าที่เอวสอบด้วยแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กของศิลา ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นไอดินและพริกไทยดำจางๆ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะหลุดลอยไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเดือดปุดๆ ของแกงในหม้อ "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาเอ็ดตะโรเบาๆ พลางใช้มือทุบเข้าที่อกแกร่งของอีกฝ่าย แต่ศิลากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ระวังตัวหน่อยสิครับแม่ครัวมือหนึ่ง ขืนซุ่มซ่ามแบบนี้บ่อยๆ ระวังจะได้สามีพกมีดทำครัวไปดูแลตลอดชีวิตจริง่อนนะ" ศิลาเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างใบหู เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเขาทำให้รินรดาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่าทอหรือเหยียบเท้าอีกฝ่ายให้หายแค้น จู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังปังๆๆ รัวเร็วด้วยความเกรี้ยวกราด ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนของ 'คุณนายมณี' แม่สามีเก่าจอมเคี่ยวที่ยกพวกมาพร้อมกับสะใภ้คนโปรดและชาวบ้านอีกสองสามคน "อีริน! นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงขโมยสูตรพริกแกงตระกูลฉันหนีมาเปิดร้านแข่ง ออกมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!" รินรดาหน้าถอดสีทันที ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรำคาญใจที่ตามมาหลอนไม่เลิกรา เธอดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของศิลาแรงขึ้น แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อย เขายังคงยืนนิ่งราวกับเสาหิน พลางก้มมองเธอด้วยแววตาสนุกสนานปนประกายความเย็นชาที่วับผ่านอย่างรวดเร็ว ศิลาก้มกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวของรินรดาค่อยๆ สงบลงอย่างประหลาด "อยากให้ผมช่วยจัดการ 'ลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญ' กลุ่มนี้ให้ไหมล่ะครับ... แม่ครัวพริกแกง?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางกลิ่นหอมของเครื่องเทศไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%