กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วบดเข้มข้นยังไม่ทันจางหายไปจากปลายลิ้น นิ้วเรียวยาวที่มักจะสัมผัสอยู่บนคีย์บอร์ดกลไกราคาแพงกลับหยุดชะงักลงกลางคัน อาคเนย์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของสิ่งแปลกปลอม—ไม่ใช่สิ สิ่งแปลกปลอมที่มีลมหายใจและกำลังส่งเสียงเคี้ยวขนมกรุบกรอบอย่างไม่สะทกสะท้านอยู่ในอาณาจักรส่วนตัวของเขา
กล่องพัสดุสีน้ำตาลสามใบถูกวางกองไว้เกะกะขวางทางเดินตรงโถงทางเข้า พื้นที่ห้องนั่งเล่นโทนสีเทาเข้มที่เขาเคยตั้งใจจัดวางข้าวของทุกชิ้นด้วยความเนี้ยบแบบมินิมอล บัดนี้กลับมีกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมใบโตตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างโซฟาหนังแท้
และเจ้าของกระเป๋าใบนั้น... กำลังยืนหันหลังคุยโทรศัพท์มือถือด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดชนิดที่ได้ยินแล้วชวนให้หงุดหงิดหูเป็นบ้า
"ผมบอกแล้วไงครับว่าเอกสารสำนวนคดีนั้น ผมจัดการตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดทุกประการ... ถ้าทางคุณยังจะดึงดันส่งคนมาวุ่นวายอีก ผมคงต้องใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องกลับข้อหาก้าวก่ายการปฏิบัติงาน... แค่นี้ก่อนนะครับ"
ธันวาตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้อง รอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏขึ้นยามที่เขาถือไพ่เหนือกว่าถูกส่งมาให้ อาคเนย์มองรอยยิ้มนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณเข้ามาในห้องของผมได้ยังไง" น้ำเสียงของอาคเนย์ราบเรียบ แต่เจือไปด้วยกระแสความคุกรุ่นที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ห้องของคุณ?" ทนายความหนุ่มทวนคำพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับนี่คือห้องชุดเพนต์เฮาส์ของตัวเอง "รบกวนเปิดตาดูเอกสารคำสั่งจากบริษัทและผู้ดูแลตึกใหม่อีกสักรอบนะครับ คุณวิศวกรอัจฉริยะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่นี่ถูกยกระดับเป็น 'เซฟเฮาส์' ภาค랏พิเศษ เพื่อคุ้มครองพยานและทีมกฎหมายจากคดีข้อมูลรั่วไหลที่คุณเป็นคนก่อขึ้นมาเอง"
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอความถือดีลอยเข้ามาแตะจมูก คู่ปรับเก่าที่เขาเคยซัดกันนัวเนียในชั้นศาลเมื่อปีก่อน บัดนี้กลับกลายมาเป็นรูมเมทจำเป็นที่เขาเกลียดขี้หน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"ผมไม่ได้ขอความคุ้มครอง และผมบอกร้อยรอบแล้วว่าระบบความปลอดภัยของผมไม่มีวันรั่วไหล" อาคเนย์ก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงโปร่งกดสายตามองลงมาด้วยความถือดีไม่แพ้กัน "และที่สำคัญ... ผมรักความสันโดษ คุณไสหัวออกไปจากห้องของผมซะ ก่อนที่ผมจะโยนกระเป๋าพวกนั้นลงไปข้างล่าง"
ธันวาไม่ถอยหนยแถมยังก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกเกือบจะชนกัน ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขายกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้รอยยิ้มร้ายกาจระบายบนเรียวปากหยัก
"เชิญเลยครับ ถ้าคุณมีความกล้าพอที่จะอธิบายให้ตำรวจฟังว่า ทำไมคุณถึงโยนทรัพย์สินของทนายความผู้ถือครองกุญแจถูกต้องตามกฎหมายลงไปกองบนถนนเบื้องล่าง... อ้อ เผื่อคุณจะลืมนะ อาคเนย์ กุญแจดอกนี้ ผู้บริหารเป็นคนมอบให้ผมโดยตรง เพื่อให้ผมมา 'คุมประพฤติ' คุณไม่ให้แอบทำลายหลักฐานคดีสำคัญยังไงล่ะครับ"
คำว่า 'คุมประพฤติ' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของวิศวกรหนุ่มกระตุกวาบ อาคเนย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Sharp jawline ที่เด่นชัด ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและประกายไฟจากสายตาที่ฟาดฟันกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด อาคเนย์ไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตที่เคยสงบสุขไร้เงาผู้คนของเขาจะต้องมาพังทลายลงเพราะทนายความปากกล้าคนนี้... คนที่เขากำลังอยากจะเอามือปิดปากคมๆ นั้นด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุด
ในจังหวะที่อาคเนย์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่า เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ จากนั้นบานประตูห้องชุดที่ควรจะล็อกสนิทกลับถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ!
"คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ ทางฝ่ายคู่กรณีส่งคนสะกดรอยตามมาถึงล็อบบี้ตึกแล้วครับ ตอนนี้พวกมันกำลังขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นนี้!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เงา ปะทะคมปากทนายฝีมือฉกาจ•ตอนที่ 1
กฎเหล็กของคนโลกส่วนตัวสูง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงา ปะทะคมปากทนายฝีมือฉกาจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
