“ถ้าคุณเซ็นชื่อลงในเอกสารนี้ ชีวิตที่เหลือของคุณจะถูกตีมูลค่าเป็นตัวเลขเจ็ดหลักต่อเดือน รวิ... มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะรักษาตำแหน่งนี้ไว้”
น้ำเสียงของธันวาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้นจนอากาศในห้องประชุมขนาดกว้างขวางดูเบาบางลง รวิมองดูปลายปากกาสีเงินวาววับในมือ เพื่อนสนิทของเขานั่งอยู่ตรงข้าม สายตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ดวงตาของเขา แต่มองไปที่ความสำเร็จที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดสิบปีด้วยความเหนื่อยยากจนแทบไม่ได้หายใจ
รวิไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่มองลอดผ่านกระจกบานยักษ์ของอาคารสำนักงานที่ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นที่สี่สิบ เบื้องล่างนั้น รถราดูเหมือนมดปลวกที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่บนเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ความเงียบในห้องนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นในอกของเขาจนแทบจะกระอักออกมาเป็นความล้มเหลว
“ธันวา...” รวิเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “นายเคยสังเกตไหมว่า ทำไมต้นไม้ที่ปลูกในกระถางทองคำถึงมักจะตายเร็วกว่าต้นไม้ที่ขึ้นตามรอยแตกของกำแพงดิน”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มอย่างสมเพช “นายกำลังจะบอกว่านายอยากเป็นวัชพืชงั้นหรือ? รวิ นี่ไม่ใช่เวลามาเพ้อเจ้อเรื่องปรัชญา นายกำลังจะได้รับสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน”
รวิหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นแห้งแล้งและขมปร่า เขาไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า เขาไม่ได้บ้าคลั่ง แต่เขากำลังมองเห็น ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ที่เขาสร้างมากับมือ กลายเป็นโซ่ตรวนที่แน่นหนาขึ้นทุกวัน ความคาดหวังจากครอบครัวที่ผลักดันให้เขาเป็นผู้ชนะเสมอมา บัดนี้มันกลับกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งจนเขามองไม่เห็นทางออก
เขาค่อยๆ วางปากกาสีเงินลงบนกระดาษเอกสาร เสียงกระทบของมันเบาหวิวแต่กลับดังก้องไปถึงหัวใจของคนทั้งคู่
“ฉันไม่ได้อยากเป็นวัชพืช ธันวา... ฉันแค่อยากเป็นคนที่ได้ยืนมองดูต้นไม้เติบโต โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะสูงเกินไปหรือโตผิดรูปตามความต้องการของใคร” รวิลุกขึ้นยืนช้าๆ เขารู้สึกว่าหัวใจที่เต้นรัวมาตลอดหลายปีเริ่มจังหวะช้าลงอย่างประหลาด ราวกับเข็มนาฬิกาที่หยุดเดิน
“นายจะทำอะไร?” ธันวาลุกขึ้นตาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นดุดัน
“ฉันลาออก” รวิกล่าวประโยคนี้ด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รอให้เพื่อนสนิทได้โต้ตอบ เขาเดินออกจากห้องนั้น ทิ้งความสำเร็จกองโตไว้เบื้องหลัง ทิ้งตำแหน่งที่ใครหลายคนยอมแลกด้วยจิตวิญญาณไว้ในห้องเย็นเยียบนั้น
รวิก้าวเดินออกไปจากตึกสูงเสียดฟ้า เขารู้สึกถึงลมร้อนที่ปะทะใบหน้า ความสับสนวุ่นวายของเมืองหลวงดูเหมือนจะเลือนรางลงเมื่อเขาตัดสินใจที่จะ ‘หยุด’ เขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงร้านขายของชำเล็กๆ หลังเก่าในย่านที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายของอดีต ร่างของหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ดวงตาของเธอมีประกายที่อ่านยากเสมอ ยายแสงวางหนังสือในมือลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา
“กลับมาเร็วผิดปกตินะพ่อคนเก่ง” ยายแสงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะรู้ทันทุกอย่าง
“ผมพังมันแล้วครับยาย... ทุกอย่างที่ผมสร้างมา” รวิทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหน้าร้าน ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับทศวรรษจู่โจมเขาจนแทบประคองตัวไม่อยู่
“สิ่งที่พังคือภาพลักษณ์ที่คนอื่นเขาสร้างให้ต่างหากล่ะ” ยายแสงหยิบถ้วยชาอุ่นๆ มาวางตรงหน้า “คนเราน่ะนะรวิ มักกลัวว่าถ้าไม่มี ‘งาน’ หรือ ‘สถานะ’ จะกลายเป็นคนไม่มีตัวตน แต่ลืมไปว่าคนเรามีตัวตนตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลกแล้ว ไม่ใช่ตอนที่คนอื่นยอมรับ”
รวิมองถ้วยชาในมือ ควันจางๆ ลอยขึ้นมา ความเงียบสงบในร้านของยายแสงทำให้เขารู้สึกถึงรอยร้าวในใจที่เริ่มจะสมานตัว เขารู้สึกเหมือนได้กลับมาหายใจอีกครั้ง แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะละเลียดความสงบนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยดี มันคือเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนและมั่นคงของธันวา... แต่ที่แปลกคือ มีเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งตามมา มันเป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวอย่างจังหวะเฉียบขาดและเยือกเย็น
“ฉันบอกแล้วไงรวิ ว่านายหนีมันไม่พ้น” เสียงของธันวาดูเย็นเยียบกว่าเดิม
รวิค่อยๆ หันกลับไปมอง สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่ธันวาที่ดูโกรธจัด แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา เธอเป็นคนที่รวิไม่คิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้ เธอคนนั้นที่กุมความลับทั้งหมดของบริษัทไว้ และเป็นคนที่ทำให้ชีวิตของเขากลายเป็นนรกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เธอยกยิ้มที่มุมปาก สายตาจับจ้องมาที่รวิราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งต้อนเหยื่อจนมุม “คุณคิดจริงๆ หรือคะรวิ ว่าการลาออกจะทำให้คุณได้รับอิสระ? ในเมื่อสิ่งที่ค้างคาอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ ไม่ใช่แค่เอกสารการเงิน แต่มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายชีวิตคุณได้ภายในชั่วข้ามคืน”
มือของเธอหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วโยนลงบนโต๊ะไม้หน้าร้านของยายแสง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ รวิมองซองนั้นด้วยความรู้สึกที่เหมือนหัวใจหยุดเต้นไปอีกครั้ง นี่ไม่ใช่เรื่องของงานแล้ว แต่นี่คือเรื่องของความอยู่รอด
ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้ด้วยกันนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 1
รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!