“นายยังไม่เลิกทำตัวเป็นนักบวชตกยากอีกเหรอ รวิ?”
เสียงของธันวาดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ น้ำเสียงนั้นยังคงความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล รวิจ้องมองตุ๊กตาหมีมอมแมมบนเก้าอี้ไม้ตัวนั้น กลิ่นอายจางๆ ของดอกมะลิแห้งยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้ยายแสงจะหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดพา
“ฉันไม่ได้เป็นนักบวชหรอกธันวา ฉันแค่กำลังเรียนรู้วิธีหายใจให้เป็นจังหวะของตัวเอง” รวิกรอกเสียงตอบกลับเบาๆ สายตาเขายังคงจับจ้องที่เก้าอี้ไม้ว่างเปล่า
“หายใจให้เป็นจังหวะงั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี ในขณะที่นายกำลังฝึกลมหายใจอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ โครงการที่เราทุ่มเทกันมาห้าปีมันกำลังจะถูกทุบเพราะความประมาทของพวกระดับบริหาร หุ้นส่วนต้องการนาย รวิ... นายคือคนเดียวที่กู้สถานการณ์ได้ กลับมาเถอะ อย่าให้ความพยายามที่ผ่านมากลายเป็นเศษดินเลย”
รวิหลับตาลง ภาพตึกระฟ้าที่ตัดกับท้องฟ้าสีครามในเมืองหลวงผุดขึ้นมาในห้วงความคิด มันเคยเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่เขาไล่ล่า แต่ในวินาทีนี้ เขากลับเห็นเพียงใบไม้ที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างสงบเงียบ
“โลกของนายหมุนเร็วเกินไปจนลืมดูว่าใต้ฝ่าเท้ามันกำลังแตกร้าวหรือเปล่า ธันวา” รวิพูดทิ้งท้ายก่อนจะกดตัดสายโดยไม่รอฟังคำทัดทาน เขาไม่ต้องการเหตุผลใดๆ ที่จะดึงเขากลับไปสู่กรงทองที่เขาเพิ่งคลานหนีออกมาได้
รวิเดินออกจากร้านขายของชำที่เงียบเชียบก้าวเข้าสู่เส้นทางเดินป่า เส้นทางสายนี้ไม่เหมือนถนนคอนกรีตในเมือง แต่มันนำพาเขาไปสู่ ‘ตลาดนัดในหุบเขา’ สถานที่ซึ่งเขาเคยได้ยินเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากชาวบ้านในละแวกนั้น
ตลาดนัดนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก แต่มันซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกในหุบเขาลึก เมื่อก้าวผ่านดงเฟิร์นขนาดใหญ่ เสียงอื้ออึงของความวุ่นวายที่เขาคุ้นเคยกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีจากขลุ่ยไม้ไผ่ที่แว่วมาตามสายลม ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผงลอยที่ปูด้วยผ้าทอมือ วางขายสิ่งของเรียบง่ายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง
เขาสังเกตเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งเหลาไม้ไผ่ด้วยแววตาที่จดจ่อ มือที่เหี่ยวย่นขยับอย่างแช่มช้าและมั่นคง รวิหยุดยืนมองดูอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้
“มันคืออะไรหรือครับ?” รวิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ชายชราเงยหน้าขึ้น ยิ้มจนดวงตาเป็นประกาย “มันคือ ‘ของเล่นแห่งความว่างเปล่า’ พ่อหนุ่ม”
“ความว่างเปล่ามีรูปร่างด้วยหรือครับ?”
“มันไม่มีรูปร่างหรอก แต่มันมีน้ำหนัก” ชายชราส่งไม้ไผ่ที่เหลาเสร็จให้รวิ “ลองถือดูสิ สัมผัสถึงมันไหม?”
รวิรับไม้นั้นมา ความเบาหวิวของมันทำให้เขาประหลาดใจ “มันเบามากครับ”
“นั่นแหละคือสิ่งที่คนอย่างพวกคุณขาดหายไป” ชายชราหัวเราะเบาๆ “พวกคุณแบกความคาดหวัง แบกความต้องการ แบกทุกอย่างไว้จนหลังค่อม แต่ในหุบเขานี้ เราขายเพียงความเบาหวิว เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้ว่าเมื่อเราปล่อยวางสิ่งของ เราจะกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง”
รวิเดินต่อไปในตลาดนัด เห็นแม่ค้าหญิงสาวที่นั่งถักทอผ้าด้วยรอยยิ้ม แม้เสื้อผ้าของเธอจะซีดจางแต่เธอกลับดูสง่างามกว่านางแบบแฟชั่นที่เขาเคยร่วมงานด้วยหลายเท่าตัว พวกเขาเหล่านี้ดูไม่ได้ร่ำรวยด้วยเงินตรา แต่กลับมีชีวิตชีวาที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน
เขานั่งลงบนแคร่ไม้ใกล้กับแผงขายชาสมุนไพร กลิ่นหอมจางๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน รวิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เห็นข้อความจากธันวาที่ส่งมารัวๆ ไม่ขาดสาย
*‘ถ้านายไม่กลับมาภายในสามวัน ทุกอย่างที่เราสร้างมาจะพังพินาศ’*
รวิแค่นยิ้ม เขาพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ *‘ถ้ามันจะพัง ก็ปล่อยให้มันพังไปเถอะ บางทีสิ่งที่ถูกทำลายไปอาจเป็นเพียงแค่เปลือกนอก เพื่อให้สิ่งที่แท้จริงได้มีพื้นที่เติบโต’*
เขาวางโทรศัพท์ลงบนแคร่ไม้ ตั้งใจจะดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้า ทว่าขณะที่เขากำลังจะจิบชา กลิ่นไอของความคุ้นเคยบางอย่างก็ปะทะเข้าที่ปลายจมูก กลิ่นของตุ๊กตาหมีตัวนั้น... กลิ่นของยายแสง
รวิหันขวับไปมองทางเดินแคบๆ หลังแผงลอย ในเงาไม้ที่ทอดตัวยาวท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มสาดส่องผ่านยอดเขา ร่างเงาของหญิงชราที่เขาคิดว่าหายไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของนางคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเมตตา แต่เต็มไปด้วยความนัยบางอย่างที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของเขา
“ความว่างเปล่าที่เจ้าตามหา ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกรวิ” เสียงยายแสงแว่วมาตามลม แต่นางไม่ได้ขยับปาก “มันอยู่ที่ว่า... ใครเป็นคนส่งตุ๊กตาหมีตัวนั้นมาให้เจ้ากันแน่”
ก่อนที่รวิจะทันได้ลุกขึ้นวิ่งตาม ร่างของยายแสงก็เลือนหายไปเหมือนหมอกยามเช้า ทิ้งไว้เพียงสิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนแคร่ไม้ข้างมือเขา... มันไม่ใช่ชาสมุนไพร แต่เป็นกุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่มีสัญลักษณ์ตราประจำตระกูลของเขาเอง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความหมายของชีวิตไปพร้อมกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 18
ตลาดนัดในหุบเขา
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!