เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 29

เงาในกระจก

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“มึงกำลังจะทิ้งทุกอย่างที่กูสร้างมากับมือให้กลายเป็นเถ้าถ่าน เพียงเพราะความอาร์ตแตกบ้าบอไร้สาระแบบนี้เหรอ รวิ?” เสียงของธันวากระแทกกระทั้นผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ของยายแสง รวิไม่ได้หยิบมันขึ้นมา เขาเพียงแต่นั่งมองฟองอากาศในแก้วน้ำที่ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างเชื่องช้า ความเงียบในร้านขายของชำยามค่ำคืนราวกับจะกลืนกินเสียงของชายหนุ่มจากอีกฟากของสายสัญญาณให้หายไปในความมืด “สิ่งที่มึงเรียกว่าเถ้าถ่าน… สำหรับกูมันคือการได้กลับมาหายใจอีกครั้งนะธันวา” รวิเอ่ยตอบเบาๆ น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน ไม่มีความโกรธเคือง ไม่มีคำแก้ตัว มีเพียงความมั่นคงที่น่าขนลุกสำหรับคนปลายสาย “หายใจ? มึงไม่ได้หายใจ มึงกำลังขาดใจตายช้าๆ ต่างหาก! ถ้ามึงไม่กลับมาเซ็นเอกสารโอนหุ้นพรุ่งนี้ กูจะถือว่ามึงยอมแพ้ในทุกสนาม และกูจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่า รวิ อดีตนักบริหารที่เคยเป็นไอดอลของใครหลายคน คือคนที่พ่ายแพ้ให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง!” ธันวาวางสายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งกว่าเดิม รวิถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของร้าน ที่นั่นมีกระจกเงาบานเก่ากรอบไม้สีซีดที่ยายแสงมักจะใช้ส่องดูความเรียบร้อยของสินค้าวางพิงผนังอยู่ เขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกนั้น แสงไฟจากหลอดไฟนีออนสลัวๆ สะท้อนภาพชายในกระจกออกมา ดวงตาของรวิในวันนี้ไม่ได้มีความคมกริบแบบผู้บริหารที่จ้องจะฟาดฟันคู่แข่ง แต่เป็นดวงตาที่ดูเหมือนจะเก็บกักเอาความว่างเปล่าของท้องฟ้าและป่าไม้เอาไว้ข้างใน ใบหน้าตอบลงเล็กน้อยจากการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ผิวพรรณที่เคยผ่านการดูแลอย่างประณีตบัดนี้เริ่มมีร่องรอยของรอยยิ้มที่เกิดจากความเข้าใจชีวิตปรากฏให้เห็นที่หางตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รวิชะงัก เขาขยับเข้าไปใกล้กระจกอีกนิด นิ้วมือเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก ในวินาทีนั้นเอง ภาพสะท้อนของชายที่อยู่ตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนไป—ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ แต่มันคือ ‘เงา’ ที่ซ้อนทับอยู่ในดวงตาของเขา เขาเห็นภาพตัวเองในสูทราคาแพง ยืนอยู่ท่ามกลางห้องประชุมที่กดดัน ใบหน้าในกระจกตอนนั้นดูอ่อนล้าจนน่ากลัว ริมฝีปากที่ขบเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง และที่สำคัญที่สุด… เงาในกระจกบานนั้นกำลังร้องไห้ แต่เป็นความเศร้าที่ไร้เสียง และไม่มีใครในโลกความจริงเคยเห็นมัน “เห็นอะไรในนั้นล่ะพ่อหนุ่ม?” เสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยความเมตตาของยายแสงดังขึ้นจากความมืด นางเดินถือถ้วยชาร้อนๆ เข้ามาวางข้างๆ รวิไม่ได้หันไปมอง เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตัวเองที่ดูเหมือนจะสลับร่างไปมาระหว่าง ‘รวิคนเก่า’ กับ ‘รวิคนปัจจุบัน’ “ผมเห็นคนแปลกหน้าครับยาย” รวิกระซิบ “ชายคนที่เคยเป็นผม… เขากำลังพยายามดึงผมกลับไป เขาดูเหนื่อยเหลือเกินยาย ผมไม่รู้ว่าถ้าผมเดินกลับไปหาเขา ผมจะยังเป็นผมคนนี้อยู่ไหม” ยายแสงขยับยิ้ม ดวงตาที่ผ่านโลกมานานของนางทอประกาย “กระจกไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกนะรวิ มันแค่สะท้อนสิ่งที่ใจเจ้าหยิบยื่นให้มันดู คนในกระจกคนนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนหรอก แต่เป็น ‘ส่วนเกิน’ ที่เจ้าพยายามยัดเยียดให้ตัวเองมาตลอดชีวิตต่างหาก” รวิหลับตาลง ภาพของธันวาที่ขู่เข็ญวนเวียนเข้ามาในหัว ความคาดหวังของครอบครัวที่คอยกดทับบ่าราวกับก้อนหินหนักอึ้ง สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ชีวิต แต่มันคือ ‘เงา’ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นตัวตนที่แท้จริง เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ใจสั่ง ลืมตาขึ้นมองกระจกอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวขึ้น เขาใช้ฝ่ามือลูบลงบนกระจก ราวกับจะเช็ดเอาภาพจำของอดีตให้เลือนหายไป ทันใดนั้น เงาในกระจกก็เริ่มบิดเบี้ยว ร่างของชายในชุดสูทค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง ทว่า ในขณะที่รวิกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากจุดนั้น เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นอย่างแรงและถี่รัวจากด้านนอกร้าน ยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่มาหาเขาด้วยท่าทีเร่งร้อนเช่นนั้น? รวิชะงักเท้า แสงไฟหน้าร้านสว่างวาบขึ้นเมื่อเขาสับสวิตช์ออกไปดู ที่หน้าประตูนั่นเอง เขาพบกับชายคนหนึ่งยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เขาคือคนเดียวกับที่รวิไม่อยากจะพบเจอที่สุดในค่ำคืนนี้ ธันวายืนอยู่ตรงหน้าเขา มือข้างหนึ่งกำเอกสารไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่นไหว “กูไม่ยอมให้มึงทิ้งกูไว้ข้างหลังแบบนี้คนเดียวหรอก รวิ… มึงต้องกลับไปเห็นสิ่งที่มึงทำลายด้วยตาตัวเอง” ธันวาโยนแฟ้มเอกสารลงบนพื้นเปียกชื้น รวิก้มลงมองมันเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความบนหน้าปกแฟ้มนั้น—มันไม่ใช่เอกสารโอนหุ้น แต่มันคือบันทึกการโอนทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทเข้าสู่ชื่อของคนคนหนึ่งที่รวิไม่เคยรู้จักมาก่อน และชื่อนั้น… คือชื่อของตัวเขาเองในทะเบียนบ้านหลังที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปตั้งแต่เด็ก! นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? ความจริงที่เขาพยายามหนีมาตลอดกำลังจะเปิดเผยในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดใช่หรือไม่? รวิเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่บัดนี้รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดและร่วมเดินทางผ่านเงาไม้ไปพร้อมกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%