นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา•ตอนที่ 21

แผนร้ายในเงามืด

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำมันก๊าดที่คละคลุ้งปะปนมากับไอความร้อนระอุในยามวิกาล คือสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดเสียยิ่งกว่าเสียงระฆังใดๆ ลินินดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ด้วยสัญชาตญาณดิบของอดีตนางร้ายผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านหน้าต่างบานเกล็ดออกไปด้านนอก ความมืดมิดของหุบเขาถูกแผดเผาด้วยแสงสีส้มวับแวมที่กำลังลุกลามเลียยอดต้นชาออร์แกนิกและแปลงสมุนไพรล้ำค่า—ผลหยาดเหงื่อแรงงานนับเดือนที่นางเพียรฟูมฟัก "พวกมันใจกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" น้ำเสียงของลินินราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบเสียจนศิลาที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนพร้อมเสื้อคลุมกันหนาวต้องชะงัก ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยโทสะ เขาจับสังเกตความผิดปกติรอบบริเวณนี้มาหลายวันแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเลือกใช้วิธีสกปรกถึงขั้นเผาทำลายรากฐานชีวิตของนาง "ฉันจะออกไปดูเองค่ะ คุณอยู่จัดการทางนี้" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าลินินกลับคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ไม่ต้องค่ะศิลา... การเล่นสนุกกับโจรป่า ต้องใช้สมอง ไม่ใช่แค่กำปั้น" มุมปากของหญิงสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ศิลาถึงกับขนลุกเกรียว แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ หญิงสาวข้างกายเขากลับดูงดงามราวกับปีศาจสาวผู้กุมกฎเกณฑ์แห่งความตายในสวนอีเดน ภายนอกรั้วไม้ไผ่ เสียงฝีเท้าวิ่งหนีอย่างลนลานของคนกลุ่มหนึ่งดังแว่วมา พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจของใครบางคน—คนในตระกูลเดิมที่ยังคงตามรังควานไม่เลิกรา เพราะทนเห็นลินินลุกขึ้นมาตั้งตัวและสร้างความมั่งคั่งจากผืนดินแห้งแล้งไม่ได้ ลินินก้าวเท้าเดินนำออกไปยังลานหน้าบ้าน ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังเลียเล็มแปลงดอกเบญจมาศสีขาวที่นางเพิ่งผสมพันธุ์สำเร็จเป็นล็อตแรก เปลวไฟสะท้อนในดวงตาดำขลับที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเย็นชาและการคำนวณในสมองอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้มีดีแค่ความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ แต่แผนการตลบหลังคนชั่วได้ถูกร่างไว้ในหัวตั้งแต่วินาทีแรกที่กลิ่นน้ำมันลอยแตะจมูกแล้ว "ไฟไหม้! ช่วยด้วย! แปลงสมุนไพรของคุณลินินถูกเผาแล้ว!" เสียงตะโกนดัดจริตดังมาจากหญิงสาวร่างท้วมผู้มีศักดิ์เป็นอดีตพี่สะใภ้ นางวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเขตสวน พร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยความตกใจ ใบหน้านั้นแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างแนบเนียน แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด ลินินยืนกอดอกพิงเสาระเบียงบ้าน สายตากวาดมองสภาพความเสียหายที่ถูกควบคุมไว้ส่วนหนึ่งแล้วด้วยระบบน้ำหยดอัตโนมัติที่ศิลาติดตั้งเสริมไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน เพลิงจึงลุกลามเพียงแค่ขอบนอก ไม่ได้สร้างความเสียหายถึงแก่นแท้ตามที่พวกมันวาดฝันไว้ "โอ๊ย ตายแล้วลินิน! ของมีค่าในสวนเสียหายหมดเลย แบบนี้เธอจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าสัญญาเช่าที่ดินล่ะทีนี้ น่าสงสารจริงๆ" อดีตพี่สะใภ้แสร้งบีบน้ำตา ยกมือขึ้นปิดหน้าอกราวกับอกจะแตกตาย ลินินค่อยๆ ก้าวลงจากบันไดทีละขั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังชัดเจนท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เริ่มทยอยกันเข้ามามุงดู บรรยากาศรอบตัวนางกดดันจนผู้คนรอบข้างค่อยๆ เงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "พี่สะใภ้มาเร็วเสียจริงนะคะ..." ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บ้านของพี่อยู่ห่างจากที่นี่ไปตั้งสามกิโลกรัม แถมทางเข้าก็มืดสนิท... รู้ได้อย่างไรคะว่าสวนของฉันกำลังถูกไฟไหม้ในวินาทีที่เปลวไฟเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ถึงห้านาทีดี" รอยยิ้มบนใบหน้าของอดีตพี่สะใภ้แข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ฉ...ฉัน... ฉันได้ยินเสียงคนโวยวายเลยรีบวิ่งมาน่ะสิ! เธออย่ามาใส่ร้ายนะลินิน!" "ฉันยังไม่ได้กล่าวหาใครเลยนะคะ ทำไมพี่ถึงร้อนตัวเร็วจังล่ะคะ?" ลินินเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำมันก๊าดจางๆ ที่ติดอยู่บนชายเสื้อผ้าไหมราคาถูกของอีกฝ่าย ช่างฟ้องความจริงได้ชัดเจนยิ่งกว่าพยานบุคคลเสียอีก ศิลาเดินตามหลังมาติดๆ ในมือถือถังดับเพลิงและเชือกเส้นใหญ่ ร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนไม่มีใครกล้าสบตา เขากวาดสายตามองรอบบริเวณก่อนจะหยิบบางสิ่งขึ้นมาจากพื้นใกล้กองเถ้าถ่าน—มันคือไฟแช็กทองเหลืองสลักลายรูปงู ซึ่งเป็นของประจำตัวของน้องชายสามีจอมเกียจคร้านที่มักจะมาป้วนเปี้ยนขอเงินเสมอ ลินินก้มลงมองไฟแช็กในมือของศิลา มุมปากยกยิ้มสมเพช "ของชิ้นนี้คุ้นตาเสียจริงนะคะ... ดูท่าว่าคืนนี้ เราคงต้องเคลียร์บัญชีกันยาวหน่อยแล้วล่ะค่ะ" ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของลินิน และชาวบ้านเริ่มหันมามองอดีตพี่สะใภ้ด้วยสายตาสงสัยและรังเกียจ เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็แทรกขึ้นมาจากความมืดหลังแนวต้นไม้ใหญ่ "เก่งมาก... สมกับที่เป็นอดีตคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้พลิกผันตัวเองมาเป็นชาวสวน" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มที่ตัดกับบรรยากาศชนบทอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มผู้กุมความลับเรื่องโฉนดที่ดินผืนใหญ่ในหุบเขานี้ก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทว่าสิ่งที่ทำให้ลินินถึงกับลมหายใจสะดุด ไม่ใช่การมาของเขา... แต่เป็นเอกสารในมือของชายหนุ่มคนนั้น เอกสารสิทธิ์ครอบครองสวนทั้งหมด ที่เวลานี้ถูกประทับตราสีแดงฉานว่า "ถูกยึดอายัด" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลินินสู้ชีวิตในหุบเขานี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับแห่งหุบเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%