กลิ่นอายคาวเลือดมิได้ลอยมาจากโรงเตี๊ยม หากแต่ระเหยขึ้นมาจากผืนปฐพีที่แห้งผากราวนรกภูมิเปิดปากอ้า
หมู่บ้านหลงเหมินในยามวิกาล บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังของบ้านเรือนไม้ที่ถูกเผาไหม้เกรียม เสาเรือนหักโค่นราวกับซี่โครงยักษ์ของอสูรร้ายที่นอนตายซาก ใต้แสงจันทร์สีนวลกระจ่างที่สาดส่องลงมา ราวกับทาบ1ผืนผ้าใบแห่งความตายด้วยสีเงินยวง
"หึ... คิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังซากกำแพงผุๆ นั่นแล้วข้าจะมองไม่เห็นหรือ เจ้าหนูสำนักกระบี่เมฆา?"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งอีกาผีดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับเงาร่างของบุรุษร่างยักษ์ผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากกองเพลิงที่ยังคงคุกรุ่น ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำด้วยพิษโลหิตจากวิชามารนอกรีต ในมือถือ "มีดสั้นโลหิตโลกันตร์" ที่หยดเลือดสดๆ ลงสู่พื้นจนเกิดเสียงดังติ๋งๆ ชวนสะท้านขวัญ รอบกายมันถูกห่อหุ้มด้วยปราณสีดำทมิฬที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพเน่าเปื่อย
ทว่า... ใจกลางลานหมู่บ้าน บนเกวียนเก่าคร่ำครึที่ไร้ซึ่งวี่แววของความหวาดกลัว มีบุรุษชุดคลุมสีครามเข้มผู้หนึ่งนั่งหลับตาพิงกระบี่ในฝักอย่างสงบ เส้นผมสีดำสนิทถูกมัดรวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับงานแกะสลักจากหยกขาว ทว่ามุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มหยันที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว
เขาคือ ไป๋หลง
"วิชามารโลหิตโลกันตร์ขั้นที่เจ็ด... น่าเสียดายที่พวกเจ้าใช้มันได้เพียงเปลือกนอก วิญญาณนับร้อยที่พวกเจ้าสังหารสังเวยวิชานี้ คงกำลังสาปแช่งพวกเจ้าอยู่ในขุมนรกโลกันต์ไม่เว้นแต่ละวันกระมัง" ไป๋หลงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องกังวานลึกซึ้งราวน้ำในบึงลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง
หัวหน้าโจรทมิฬนามว่า "เซียวเทียน" ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นสมองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมิได้เกรงกลัวมันเลยแม้แต่น้อย
"ปากกล้าดีนี่! วันนี้ข้าจะถลกหนังเจ้า เอาเลือดสดๆ ของเจ้ามาล้างวิชา! ฆ่ามัน!"
สิ้นเสียงคำราม โจรทมิฬนับสิบคนที่ซ่อนตัวอยู่ตามเงาไม้ก็พุ่งทะยานออกมาพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงหมาป่ากระหายเลือด อาวุธในมืออาบด้วยปราณมารสีดำทะมึน พุ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงกลางด้วยเจตนาสังหารอันชัดเจน
ไป๋หลงมิได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งหลับตาพิงกระบี่ ราวกับสายลมรอบกายมิได้มีความหมายอันใด ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเล่มแรกกำลังจะถึงตัว รัศมีปราณสีครามเข้มก็ระเบิดออกรอบกายเขาอย่างรุนแรง!
*ตูม!*
คลื่นพลังปราณมังกรครามแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง สร้างแรงกดดันมหาศาลจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกโจรแตกร้าวเป็นใยแมงมุม โจรสามคนที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
นี่ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา... มันคือ "จิตวิญญาณกระบี่" ที่หลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งเต๋า!
ไป๋หลงลืมตาดำสนิทคู่นั้นช้าๆ แววตาสะท้อนประกายแสงจันทร์คมกริบราวน้ำแข็งพันปี เขายังคงนั่งนิ่ง ทว่ามือขวาที่วางอยู่บนด้ามกระบี่กลับขยับเพียงนิดเดียว
*กริ๊ง...*
เสียงโลหะกระทบฝักดังกังวานใสราวน้ำค้างหยดลงบนใบบัว เป็นเสียงที่เบายิ่ง แต่มันกลับดังก้องกังวานทะลวงเข้าไปถึงโสตประสาทของทุกคนในที่นั้นอย่างชัดเจน
เซียวเทียนหน้าถอดสีทันที มันสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างไร้เสียง ลมหายใจของมันสะดุดกก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเข็มนับพันเล่ม "วิชา... วิชาอะไรกันนี่?!"
"วิชากระบี่ของข้าไม่มีชื่อ..." ไป๋หลงเอ่ยเบาๆ ขณะที่มือขวาเริ่มชักกระบี่ออกจากฝักอย่างช้าๆ ราวกับกาลเวลาถูกยืดออก "เพราะมันเป็นเพียงวิถี... วิถีแห่งการลงทัณฑ์ผู้ที่เหยียบย่ำคุณธรรม"
*ชิ้ง!*
คมกระบี่สีครามประกายประกายสายฟ้าถูกชักออกจากฝักจนสุด แสงสว่างเจิดจ้าวาบขึ้นตัดกับความมืดมิดยามวิกาล ดุจดั่งมังกรครามคำรามทะยานขึ้นสู่ท้องนภา กวาดล้างความมืดมิดทั้งหมดให้สลายสิ้นในพริบตาเดียว!
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะตวัดเข้าใส่กลุ่มโจรทมิฬ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏแสงจันทร์นวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วดุจคลื่นใต้น้ำ เสียงคำรามต่ำๆ ของสายฟ้าจากสรวงสวรรค์ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของเทพเจ้าผู้พิโรธ
ไม่เพียงเท่านั้น... กลิ่นอายความเย็นเยือกอันบริสุทธิ์สายหนึ่ง พัดพาเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ทั้งที่มิใช่ฤดูหนาว
ไป๋หลงชะงักฝ่ามือที่กำลังจะฟันออกไป คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนด้วยแววตาเคร่งเครียด
ปราณเหมันต์นี้... หรือว่านางจะมาอยู่ที่นี่ด้วย?
ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและลมหายใจของทุกชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางเกล็ดน้ำแข็งที่โปรยปรายลงมา เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสาวจากสรวงสวรรค์ ก็ปรากฏขึ้นยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดหลังคาเรือนที่พังทลาย นางยืนกอดกระบี่น้ำแข็งไว้แนบอก ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแพรบางเบา ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเย็นชาและทรงอำนาจจนแม้แต่เซียวเทียนก็ยังไม่กล้าหายใจแรง
มู่หรงเสวี่ย... ธิดาแห่งวังเหมันต์นิรันดร์!
นางปรายตามองไป๋หลงแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ไป๋หลง... หนี้เลือดที่สำนักของเจ้าติดค้างไว้ ยังมิได้สะสาง เหตุใดเจ้าจึงมาระเริงสำราญอยู่กับพวกเศษสวะเดรัจฉานเช่นนี้?"
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทนี้จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่เยือกศิลาท้าลิขิตฟ้า•ตอนที่ 1
เงากระบี่ใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกศิลาท้าลิขิตฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!