"ข้อเสนอของท่าน... ฟังดูเสียสติเกินกว่าที่กิลด์ระดับกลางอย่างพวกเราจะเอาอนาคตมาเสี่ยงนะครับ, คุณเรย์"
เสียงทุ้มต่ำของ 'การ์เน็ต' หัวหน้ากิลด์โล่เหล็กอัคคีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของมหาวิหารร้าง กลิ่นอับชื้นของหินปูนและคราบเขม่าจากสงครามย่อยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงลอยอบอวลในอากาศ แสงไฟจากตะเกียงมานากะพริบไหววูบวาบตามจังหวะกระแสลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนัง สะท้อนเงาร่างของตัวแทนจากห้ากิลด์รองที่กำลังนั่งล้อมโต๊ะหินแร่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เรย์เนอร์ หรือที่ผู้เล่นในเซิร์ฟเวอร์รู้จักกันในนามผู้เล่นหมายเลขศูนย์ นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ มือเรียวยาวข้างหนึ่งเคาะนิ้วเป็นจังหวะอัลกอริทึมบนพื้นโต๊ะหินอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างสถานะระบบที่ถูกเปิดขึ้นมาเฉพาะตัวเขา
บนหน้าจอนั้นแสดงผังโครงสร้างอำนาจของเกม [Aethelgard Online] ที่ถูกบิดเบือนโดยกิลด์ใหญ่ระดับท็อปสาม ซึ่งผูกขาดการเข้าถึงดันเจี้ยนระดับสูงและทรัพยากรทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว การกระทำดังกล่าวไม่ต่างจากการบีบให้กิลด์เล็กและกิลด์รองต้องยอมก้มหัวเป็นเบี้ยล่าง หรือไม่ก็ต้องถูกกวาดล้างออกไปจากเซิร์ฟเวอร์
จากเหตุการณ์ในตอนที่แล้ว หลังจากที่เรย์ได้เปิดโปงช่องโหว่ของระบบการจัดสรรไอเทมระดับยูนีคกลางลานประลองหลวง ทำให้ความน่าเชื่อถือของกิลด์มหาอำนาจเริ่มสั่นคลอน และนั่นคือจังหวะเวลาที่เปราะบางที่สุด—รอยร้าวที่เปิดทางให้ "พันธมิตรที่ไม่ได้คาดคิด" ก้าวเข้ามา
"เสียสติเหรอครับ?" เรย์ทวนคำด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนทำให้การ์เน็ตต้องกลืนน้ำลายลงคอ "การปล่อยให้กิลด์อภิสิทธิ์เหล่านั้นสูบฉีดยาพิษเข้าสู่รากฐานของเศรษฐกิจในเกมต่างหากครับ ที่เรียกว่าความวิบัติอย่างแท้จริง สิ่งที่ผมเสนอไม่ใช่การปฏิวัติที่ไร้จุดหมาย แต่เป็นการรีเซ็ตสมดุลทางโค้ด... เพื่อให้พวกคุณมีสิทธิ์หายใจในโลกใบนี้อย่างเท่าเทียม"
เซร่า จอมเวทสาวผมเงินผู้มีสถานะเป็น NPC ระดับยูนีค ยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่มุมห้อง ดวงตาสีอเทอร์เนลของเธอจ้องมองการ์เน็ตและเหล่าหัวหน้ากิลด์คนอื่นๆ ด้วยความเยือกเย็น เธอรู้ดีว่าคำพูดของเรย์ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย หากปล่อยให้ระบบบริหารจัดการแบบเดิมดำเนินต่อไป อีกไม่นานข้อมูลของผู้เล่นทุกคนจะถูกดึงไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการทดลองขั้นสุดท้ายของเซิร์ฟเวอร์
"คุณเรย์พูดถูก..." เสียงหวานแต่ทรงอำนาจของ 'ลูนาติก' หัวหน้ากิลด์บุปผาโลหิตเอ่ยแทรกขึ้น เธอเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับกลางที่มีกองกำลังนักฆ่าในมือคอยข่าวกรอง "พวกเราโดนกิลด์มังกรฟ้ากดขี่มานานเกินไปแล้ว ค่าภาษีทางผ่านดันเจี้ยนที่พวกมันรีดไถ สูญเสียทรัพยากรไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้กิลด์ในแต่ละสัปดาห์... ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ อีกสองสัปดาห์กิลด์ของเราก็ต้องยุบตัวอยู่ดี"
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มเปลี่ยนทิศทาง เสียงกระซิบกระซาบด้วยความเห็นชอบดังขึ้นจากตัวแทนกิลด์ช่างตีเหล็กและกิลด์นักสำรวจ ความกลัวต่ออำนาจมืดเริ่มถูกแทนที่ด้วยความคับแค้นใจและการมองเห็นหนทางรอด
การ์เน็ตถอนหายใจยาวเหยียด เขามองหน้าเรย์เนอร์อยู่นานราวกับจะค้นหาความจริงใจในดวงตาสูสีคู่นั้น ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าช้าๆ "ตกลง... พวกเรากิลด์โล่เหล็กอัคคีขอเข้าร่วมพันธมิตรกับท่าน แต่มีเงื่อนไขเดียว ท่านต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าแผนการ 'เจาะเกราะระบบ' ของท่านในคืนนี้ จะไม่ทำให้พวกเราถูกแบนออกจากเซิร์ฟเวอร์ยกกิลด์"
"เรื่องนั้นวางใจได้เลยครับ" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบแผ่ซ่านออกมารอบตัว "เพราะสิ่งที่เรากำลังจะทำ ไม่ใช่การแหกกฎของเกม... แต่เป็นการบังคับให้ระบบต้องยอมจำนนต่อกฎที่เราสร้างขึ้นต่างหาก"
ขณะที่เรย์กำลังจะกางแผนที่ยุทธศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ให้ทุกคนได้ศึกษา ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความมืดอันคุ้นเคยแผ่พุ่งทะลุผนังหินเข้ามาอย่างไร้ที่ติ
*ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูตผีเดินดินดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงมานาที่ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
หน้าจอสถานะส่วนตัวของเรย์กระพริบถี่รัว สีแดงฉานปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวของทุกคน—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากระบบหลักที่ถูกแทรกแซง
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลัก: ตรวจพบการเชื่อมต่อภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต]
[คำเตือน: ผู้เล่นระดับบริหาร "ผู้ดูแลระบบเงา" ได้ทำการล็อกพิกัดพื้นที่โซน 4 และกำลังเข้าสู่พื้นที่ในอีก 10 วินาที]
[คำสั่งบังคับ: เป้าหมายทั้งหมดในรัศมี 50 เมตร ถูกกำหนดสถานะ "ทรยศต่อเซิร์ฟเวอร์" - ไม่สามารถหลบหนีได้]
การ์เน็ตและหัวหน้ากิลด์คนอื่นๆ หน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก อาวุธในมือสั่นเทาเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตการเล่นเกม ลูนาติกยกกริชขึ้นตั้งรับด้วยความหวาดระแวง ขณะที่เซร่าหันขวับมามองเรย์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขั้นสุด
เรย์เนอร์ยังคงยืนนิ่งสงบ เขาดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มคมกริบทอดมองไปยังประตูหินบานใหญ่ที่กำลังถูกความมืดกัดเซาะจนเกิดรอยไหม้เป็นรูปวงกลม
ประตูกลางห้องประชุมระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงดันอากาศมหาศาล เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากโลหิตไร้รอยต่อ และในมือข้างขวาของมันกำลังลากดาบยาวที่เปล่งประกายแสงสีแดงฉาน กรีดพื้นหินจนเกิดเป็นสะเก็ดไฟลุกโชน
ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ปลดปล่อยรังสีอำมหิตที่กดทับผู้เล่นทุกคนจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่เสียงทุ้มแหแหบราวกับเสียงโลหะเสียดสีกันจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด
"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหนูตัวเล็กๆ จะรวมตัวกันมาให้เหยียบขยี้ได้ง่ายถึงเพียงนี้... ผู้เล่นหมายเลขศูนย์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความมืดมิดและไขปริศนาแห่งโลกเสมือนนี้ไปด้วยกันเสมอนะครับ
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่น แต่มาเปลี่ยนกฎเกมให้สะเทือนถึงคนเขียนระบบ•ตอนที่ 19
พันธมิตรที่ไม่ได้คาดคิด
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่น แต่มาเปลี่ยนกฎเกมให้สะเทือนถึงคนเขียนระบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!