กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางมากับสายน้ำคุ้งบางกระไท ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับรอยประทับรูปมือสีดำสนิทที่ประทับอยู่บนหน้าอกของศพ
"ถอยไปครับชาวบ้าน! อย่าล้ำเส้นกั้นสีเหลืองเด็ดขาด!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของผู้หมวดกรณ์ดังแทรกเสียงจอแจของกลุ่มมุงริมตลิ่ง ร่างโปร่งในชุดนอกเครื่องแบบแต่สวมแจ็คเก็ตหนังสีเข้มขยับตัวเข้าประชิดจุดเกิดเหตุอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ นี่คือสัญชาตญาณของนายตำรวจหนุ่มผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน สมองของกรณ์กำลังประมวลผลระยะทาง ทิศทางกระแสน้ำ และความเป็นไปได้ทางกายภาพทั้งหมด
ร่างที่ไร้วิญญาณถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นอยู่ริมพงอ้อ เป็นชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชื้อทำงานที่เปียกชุ่ม ทว่าสิ่งที่ทำให้ร้อยตำรวจตรีกรณ์ต้องขมวดคิ้วมุ่นจนปมแทบผูกกัน ไม่ใช่สภาพการเสียชีวิตจากการจมน้ำทั่วไป แต่เป็นความผิดปกติที่ท้าทายตรรกะทางวิทยาศาสตร์ทุกแขนง
"ผู้หมวดครับ... สภาพศพแบบนี้ ผมว่ามันแปลกๆ นะครับ" จ่าสิบตำรวจสมชาย ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาสมทบ สีหน้าซีดเซียวจนเห็นได้ชัด ดวงตาหวาดหวั่นเหลือบมองร่างไร้ลมหายใจสลับกับผืนน้ำนิ่งสนิทเบื้องหน้า "ชาวแถวนี้เขาเล่าลือกันปากต่อปากว่า... คุ้งน้ำตรงนี้มีเจ้าที่แรง ใครลบหลู่มักจะโดน 'พรายกระชากวิญญาณ' ดึงลงไปเป็นตัวตายตัวแทนทุกปีครับ"
กรณ์แค่นเสียงในลำคอเบาๆ เชิงไม่เห็นด้วย เขาเกลียดที่สุดคือความงดงามทางไสยเวทที่ใช้ปิดบังความจริงทางคดี
"เหลวไหลครับจ่า สมชาย สถิติลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมในลุ่มน้ำนี้มีให้เห็นตั้งหลายคดี นี่อาจจะเป็นฆาตกรรมอำพรางแล้วโยนศพทิ้งแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน รอยมือดำๆ นั่น... อาจจะเป็นคราบน้ำมันเตาหรือสารเคมีเข้มข้นที่กัดผิวหนังจนไหม้เกรียมก็ได้ อย่าเอาเรื่องงมงายมาปะปนกับงานสืบสวนสอบสวนของผม"
กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง เขาย่อตัวลงต่ำ สวมถุงมือยางเตรียมใช้ปลายปากกาเขี่ยตรวจสอบรอยแผลบริเวณหน้าอกศพอย่างละเอียด
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วห่างจากผิวหนังของศพเพียงไม่กี่เซนติเมตร อุณหภูมิรอบตัวก็ดิ่งฮวบลดลงอย่างฉับพลันราวกับเดินทะลุกระแสความเย็นจัด ลมพัดกรรโชกแรงทั้งที่ผิวน้ำนิ่งสงบ กลิ่นคาวเลือดจางๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงของซากศพที่ตายมานานนับเดือน ทั้งที่ชายคนนี้เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่กี่ชั่วโมง
*ตึง!*
เสียงคล้ายของหนักตกลงบนพื้นดินเปียกชื้นด้านหลัง ทำให้กรณ์ต้องชะงักและหันขวับไปมองทันที
ที่ริมแนวต้นไม้ใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนพิงลำต้นอยู่ ธีภัทร สถาปนิกหนุ่มอิสระผู้มีใบหน้าคมคายและแววตานิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึก เขากำลังปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ตระหนักเลยว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรม
"คุณเข้ามาในเขตพื้นที่ห้ามเข้าได้อย่างไรครับคุณธีภัทร?" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมจ้องมองชายหนุ่มด้วยความระแวงแกแกมฉุนเฉียว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธีภัทรโผล่มาในที่เกิดเหตุคดีแปลกประหลาดราวกับนัดหมายไว้
ธีภัทรเงยหน้าขึ้นสบตากน แววตาคู่นั้นมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ มันทั้งว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเวทนาในคราเดียวกัน
"ผมไม่ได้เดินเข้ามาทางที่พวกคุณกั้นไว้หรอครับผู้หมวด... ผมเดินตามรอยเท้าของ 'บางสิ่ง' ที่กำลังยืนคร่อมหัวคุณอยู่ต่างหาก"
คำพูดราบเรียบแต่ชวนขนหัวลุกทำให้จ่าสมชายถึงกับสะดุ้งโหย่งถอยหลังกรูด กรณ์กัดฟันกรอด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ชอบความเย้าแหย่หรือการปั่นหัวด้วยเรื่องเร้นลับ
"เลิกพูดจาเหลวไหลแล้วออกไปจากที่นี่ซะครับ นี่คือคดีอาญา ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของพวก..."
"ผู้หมวดกรณ์ครับ..." เสียงของธีภัทรแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังจนกรณ์ต้องชะงัก
สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างไร้ลมหายใจช้าๆ ดวงตาสีเข้มไม่ได้มองที่ตัวศพ แต่มองทะลุผ่านความว่างเปล่าเหนือร่างนั้นไป
"รอยมือสีดำบนอกนั่น ไม่ใช่สารเคมี... และมันไม่ได้ถูกทำขึ้นจากฝืมือมนุษย์ รอยนิ้วมือทั้งห้านี้กดลึกลงไปถึงกระดูกหน้าอกและ 'วิญญาณ' ของเขาถูกดึงกระชากออกทางปากแผล... นี่คือร่องรอยของ 'อาคมสายดำระดับสูง' ที่ถูกปลุกขึ้นเพื่อสังเวยบางอย่าง และคนที่ทำ... กำลังยืนมองเราอยู่ตรงนี้ครับ"
สิ้นคำพูดของธีภัทร แสงไฟฉายจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ส่องกระทบผิวน้ำก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ และดับลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดของพลบค่ำเข้าโอบล้อมคุ้งน้ำแห่งนี้ทันที
ในความมืดสลัวนั้นเอง สายหมอกสีเทาจัดก็พวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังลอยมาจากกลางกระแสน้ำ
*“...มึง... เอา... ของๆ... กู... คืน... มา...”*
กรณ์ชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ พร้อมกับหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว แต่สมองยังคงพยายามค้นหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างเสียงกระซิบนั้น
ทว่า... เมื่อเขากวาดสายตาผ่านจอสมาร์ทโฟนที่เปิดไฟฉายสำรองไว้ ข้อความแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการภายในเครื่อง ก็เด้งขึ้นมาขวางหน้าจอโดยไม่มีที่มาที่ไป
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานอาคมระดับ SSS กำลังเข้าใกล้เป้าหมายในระยะ 10 เมตร]**
**[ภารกิจเฉพาะกิจ: เปิดผนึกเนตรทิพย์เพื่อเอาชีวิตรอดจาก 'เงาพรายคุ้งน้ำ' (เวลาจำกัด: 60 วินาที)]**
กรณ์อ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวอักษรเรืองแสงประหลาดปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ทั้งที่เขายังไม่ได้ปลดล็อกหน้าจอด้วยซ้ำ
ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามอะไรออกไป มืออุ่นจัดของธีภัทรก็เอื้อมมาแตะที่หัวไหล่ของเขาเบื้องหลัง พร้อมกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเยือกเย็นที่สุด
"อย่ามองด้วยตาเปล่าครับผู้หมวด... หลับตาลง แล้วใช้ใจสัมผัส... เพราะตอนนี้ มันมาอยู่ข้างหลังคุณแล้วครับ"
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปไขปริศนาด้วยกันนะครับ
"เข็มทิศมองวิญญาณ"
ผู้หมวดสายลุยกับคดีคุ้งน้ำอาถรรพ์•ตอนที่ 1
ศพปริศนาในสายหมอก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้หมวดสายลุยกับคดีคุ้งน้ำอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
